รายงานพิเศษ / โชคชัย บุณยะกลัมพ/หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์+AI พนักงาน Family Mart ลดความเสี่ยง COVID-19

รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ

https://www.facebook.com/ChokCyberAIEntertainment/

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์+AI

พนักงาน Family Mart

ลดความเสี่ยง COVID-19

 

โดยปัจจุบันหุ่นยนต์เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น ถูกออกแบบมาให้เป็นมิตรกับมนุษย์ เราสามารถใช้งานได้โดยที่ไม่ต้องจำกัดความรู้ เพียงแค่เราเข้าใจวิธีใช้งานหรือจากการศึกษาเพิ่มเติมวิธีใช้และการอบรมเพียงเท่านั้น

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) คือหุ่นยนต์เคลื่อนไหวคล้ายมนุษย์ ออกแบบขึ้นมาโดยมีพื้นฐานมาจากร่างกายมนุษย์ ทั่วไปแล้วหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มีลำตัวพร้อมหัว สองแขน และสองขา ซึ่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์บางตัวอาจจะมีใบหน้าที่ประกอบไปด้วยตาและปากอีกด้วย เพื่อให้การออกแบบดูคล้ายมนุษย์มากขึ้น

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เป็นหุ่นยนต์อัตโนมัติ เนื่องจากมันสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมหรือตัวมันเอง และยังคงทำงานต่อเพื่อบรรลุเป้าหมาย

สิ่งนี้เป็นข้อแตกต่างหลักระหว่างฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์ชนิดอื่น เช่น หุ่นยนต์อุตสาหกรรม ที่ใช้ปฏิบัติภารกิจในสภาพแวดล้อมที่มีโครงสร้างชัดเจน

ความสามารถของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจรวมถึงหุ่นยนต์ทั่วไปด้วย อย่างเช่น ช่วยฆ่าเชื้อ การขนส่งยา อาหาร หรือตรวจวัดสัญญาณชีพจร

 

จากการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่มีระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ในการควบคุมการเคลื่อนที่หรือการเดินของหุ่นยนต์เช่นเดียวกับมนุษย์ ในการใช้แขนขาเคลื่อนไหว การพัฒนาศักยภาพไปสู่การเคลื่อนที่ไปด้านหน้าของหุ่นยนต์อย่างอิสระ มีเสถียรภาพสร้างความสมดุลของร่างกาย

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์หลายตัวที่ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนผู้ใช้แรงงานโดยเฉพาะ

เช่น สามารถทำงานในไซต์ก่อสร้าง ในส่วนงานติดตั้งและขันน็อตยิปซั่มบอร์ดซึ่งมีน้ำหนักมากๆ

หุ่นยนต์ประเภทนี้อาจถูกนำไปพัฒนาต่อให้สามารถใช้ในงานก่อสร้างอื่น, งานประกอบอากาศยาน, งานประกอบเรือ และอื่นๆ ในอนาคต

นอกจากลำตัวแล้ว ในส่วนหัวอาจทำการติดตั้ง Sensor ที่มีคุณสมบัติในการสแกนสภาพแวดล้อมแบบ 3 มิติ และติดตั้งกล้องเพื่อใช้ในการจับภาพ ซึ่งสามารถตรวจสอบการทำงานผ่านซอฟต์แวร์ควบคุมระยะไกลได้

ซึ่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ถูกนำมาใช้สำหรับฟังก์ชั่นการทำงาน สามารถเคลื่อนที่เข้าหาลูกค้าตามความต้องการเพื่อช่วยเหลือลูกค้าได้เอง

จากการพัฒนาเพื่อให้สามารถตอบสนองการบริการตามความต้องการให้มากที่สุดในการช่วยเหลือผู้คนตามร้านค้าต่างๆ และในพื้นที่สาธารณะ กลไกสมองทางไกล ที่ประกอบไปด้วยแพลตฟอร์ม IT ในการออกแบบหุ่นยนต์ที่เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์และระบบติดตามการดำเนินงานทางไกล จะสามารถตรวจสอบและควบคุมหุ่นยนต์ได้หลายตัวในหลากหลายพื้นที่พร้อมๆ กัน การพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถอยู่ร่วมกันกับมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 ระบาดทั่วโลกภายใต้สถานการณ์วิกฤต การใช้งานหุ่นยนต์ได้มีความหลากหลายยิ่งขึ้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถป้องกันการแพร่ระบาดลดความเสี่ยงของบุคลากรทางการแพทย์หรือพนักงานบริการต่างๆ จากคนสู่คนผ่านการสัมผัสระบบหายใจ ลดการหยิบจับสารปนเปื้อน

 

ประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19 ด้วยมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing เพื่อป้องกันหรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเชื้อไวรัสจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ด้วยการสร้างระยะห่างระหว่างตัวเราเองกับคนอื่นๆ ในสังคม เพราะเชื้อไวรัสสามารถติดต่อผ่านละอองขนาดเล็กที่มาจากการไอหรือจามได้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการรวมตัวของคนหมู่มาก

เพื่อช่วยแก้ปัญหานี้ ทาง Family Mart ที่ญี่ปุ่นได้นำหุ่นยนต์ควบคุมจากระยะไกลผ่าน VR มาช่วยจัดของในร้าน ที่พัฒนาโดยบริษัท Telexistence คือหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Model H

ที่มาพร้อมกล้อง, เซ็นเซอร์จับการสัมผัส, ไมโครโฟน ออกแบบภายนอกได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่องเอเลี่ยนและ Doctor Who ผสมกัน ด้านล่างติดล้อเพื่อให้เคลื่อนที่ได้สะดวก

การควบคุมหุ่นยนต์ตัวนี้จะทำจากระยะไกลด้วยสัญญาณอินเตอร์เน็ต โดยจะมีคนคอยบังคับผ่านการสวมแว่นตา VR และถุงมือตรวจจับการสัมผัส ส่งผลให้คนบังคับได้เห็นสภาพแวดล้อมจริงๆ ในร้าน ทำให้การบังคับมีประสิทธิภาพมากขึ้น

หน้าที่หลักของหุ่นตัวนี้คือการหยิบของในสต๊อกมาจัดเรียงบนชั้นวาง ทำให้ภายในร้านลดจำนวนพนักงานที่เป็นคนจริงๆ ซึ่งช่วยลดความหนาแน่นในร้าน ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19 ได้ทั้งตัวพนักงานและลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ

สาขาที่นำมาให้บริการนั้นจะอยู่ในโตเกียวก่อน ซึ่งเขาตั้งเป้าที่จะนำหุ่นยนต์ตัวนี้มาใช้ 20 สาขาภายในปี 2022

ความท้าทายในการพัฒนาหุ่นยนต์กับเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ลดกระแสความวิตกแรงงานหุ่นยนต์ที่มาทดแทนแรงงานมนุษย์เพื่อความอยู่รอด อาจจะถูกหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตเราในอนาคต และมีความต้องการหุ่นยนต์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ที่มา / https://www.immersivelearning.news/2020/07/07/japanese-convenience-stores-to-begin-employing-vr-controlled-robots/

บทความก่อนหน้านี้ขอแสดงความนับถือ/ฉบับประจำวันที่ 31 ก.ค. – 6 ส.ค. 2563
บทความถัดไปจดหมาย/ฉบับประจำวันที่ 31 ก.ค. – 6 ส.ค. 2563