การ์ตูนที่รัก/ นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ / ฤดูฝันฉันมีเธอ Weathering with You

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

การ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

ฤดูฝันฉันมีเธอ

Weathering with You

 

ไม่เพียงหามังงะแปลกใหม่อ่านได้ยากขึ้น หาอะนิเมะแปลกใหม่ดูก็ยากขึ้นด้วย หลังจาก Akira และ Spiritted Away แล้ว แม้จะมีที่ดีมากถึงดีเลิศอีกมาก แต่ดูเหมือนที่น่าประทับใจจริงๆ จะมีไม่มาก

เรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่ง ดีกว่าหลายๆ เรื่องในช่วงหลังๆ แต่ก็ไปไม่ถึงที่สุด

โครงเรื่องประเภทจะเกิดอะไรขึ้นถ้า… มิใช่ว่าจะสมมุติอะไรสักอย่างหนึ่งขึ้นมาได้เรื่อยๆ อะไรที่สมมุติขึ้นมานั้นจำเป็นต้องให้คนดูยอมรับได้โดยไม่ถาม จะเป็นแฟนตาซีก็ไม่เป็นไร เพราะรู้แล้วว่ามิใช่นิยายวิทยาศาสตร์

ยกตัวอย่าง Akira และ Spiritted Away เรื่องแรกเราไม่ถามว่าทำไมเพราะเป็นไซไฟแฟนตาซี เรื่องที่สองเราไม่ถามว่าทำไมเพราะเป็นรากเหง้าของวัฒนธรรม

อีกประการหนึ่งคือเนื้อเรื่อง หรืองานด้านภาพ น่าตื่นเต้นไปจนถึงน่าตื่นตาตื่นใจจนลืมถาม

 

กลับมาที่ Weathering with You จะเกิดอะไรขึ้นถ้า… ใช้ได้ดี แต่คงจะเพราะหนังช้าในช่วงแรกหรือการเดินเรื่องที่ไม่ชวนตะลึงเท่าไรนักจึงไม่ถึงกับนั่งดูตาไม่กะพริบ อย่างไรก็ตาม ครึ่งชั่วโมงสุดท้าย เริ่มตั้งแต่ฉากไล่ล่าหนีตำรวจเป็นต้นไปชวนลุ้นได้มากทีเดียว โฮดากะจะหนีตำรวจไปถึงยอดตึกได้หรือไม่ คุ้มค่าดู

อะไรที่เขียนมาตั้งแต่แรกเกิดขึ้นเพราะผู้เขียนอายุมากด้วยก็เป็นได้ จึงไม่ว่องไวต่อความโรแมนติกมากเท่าคนรุ่นใหม่ แม้ว่าจะเป็นฝีมือของปรมาจารย์ด้านนี้ก็ตาม

โมริชิมะ โฮดากะ เป็นนักเรียนมัธยมปลายที่หนีออกจากบ้านมาโตเกียว เขาพยายามหาที่อยู่และหางานทำโดยที่ไม่สามารถแสดงตนได้ว่ายังเป็นนักเรียน อีกทั้งไม่มีที่อยู่ในโตเกียวเป็นหลักแหล่ง ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องทำได้ยากในญี่ปุ่น แต่เชื่อว่าทุกเมืองใหญ่มีรูรั่ว

ดังนั้น ที่พักบางแห่งจึงยอมรับเงินที่เขาให้ และในที่สุดเขาได้พบนายจ้างเพี้ยนๆ ที่ยอมรับเขาเข้าทำงาน

 

สุกะ เคซึเกะ เป็นชายวัยกลางคนที่ทำนิตยสารเล่าเรื่องแปลกแต่จริง จึงไม่แปลกที่เขาจะแปลกแต่จริงไปด้วย เขาสูญเสียภรรยา จ่อมจมอยู่ในความเศร้า ดูแลลูกสาวที่เป็นหอบหืด และทำนิตยสารเล็กๆ ร่วมกับน้องสาว เขารู้อยู่แก่ใจว่าการรับเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าเข้าทำงานเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

แต่นี่เป็นประเด็นเล็กๆ ที่น่าสนใจ เขาเป็นผู้ใหญ่ประเภทถ้าเขาไม่รับเอาไว้แล้วจะเกิดอะไรกับหนุ่มน้อยคนนี้ ลำพังประโยคนี้ประโยคเดียวก็หายากแล้ว ลองนึกภาพใครคนหนึ่งยอมเสี่ยงผิดกฎหมายเพื่อช่วยดูแลเด็กที่ไม่มีที่มาที่ไป เขาจะต้องใจดีและกล้าหาญเพียงใด

ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดเรื่องเขาก็ไม่เคยตามใจโฮดากะ เขาพูดและเตือนหลายครั้งว่าให้กลับบ้าน แม้กระทั่งครึ่งเรื่องหลังที่โฮดากะกระทำการอันสุ่มเสี่ยงมากขึ้นทุกที เขาก็เตือนเสมอๆ ว่าอย่าทำ ไปจนถึงเกือบนาทีสุดท้ายนั่นแหละที่เขายกธงขาวยอมแพ้ต่อฮอร์โมนและความรักของเด็กวัยรุ่น

ฉากที่อธิบายตัวเขาได้เป็นอย่างดีคือฉากที่เขาเปิดหน้าต่างให้น้ำท่วมภายนอกไหลลงมาท่วมในสำนักงานเขาตามสบาย เมื่อแพ้แล้วก็ยอมแพ้ นั่งเอาเท้าแช่น้ำไปพลางๆ แล้วค่อยว่ากันใหม่ บุคลิกแบบนี้หายาก

น้ำก็เหมือนความทุกข์ เมื่อมันลงไปถึงจุดต่ำสุด มันจะไปต่อไม่ได้ อย่างไรมันก็ต้องหยุด และรอเวลาที่เราจะลุกขึ้นวิดน้ำออกแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ หรือจะรอจนมันระเหยหมดเองก็ตามใจ ถ้ายอมรับความเสียหายที่เนิ่นนานได้

สรุปว่าจะอย่างไรชีวิตก็มิอาจแพ้

 

แต่สาวฟ้าใสแพ้ อามาโนะ ฮินะ เด็กสาวอายุ สปอยอะเลิร์ต! เท่าไรดี ที่อาศัยอยู่กับน้องชายตามลำพังในแฟลตแห่งหนึ่งมีชะตาชีวิตไม่ต่างจากโฮดากะ เธอไม่มีผู้ปกครองอยู่ด้วยซึ่งผิดกฎหมาย แต่เธอเอาตัวรอดได้เรื่อยมาพร้อมกับน้องชายจอมเจ้าชู้ซึ่งเป็นมุขที่มันมาพร้อมๆ กับซ่อนเงื่อนบางประการเอาไว้เฉลยตอนหลัง

เธอเป็นสาวนักสู้อีกคนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ต่อชะตา แต่ว่าวันหนึ่งเธอเผลอยอมแพ้ต่อสิ่งเหนือธรรมชาติด้วยการเดินผ่านเสาโทริ จากนั้นชีวิตของเธอก็มิใช่ของเธออีกต่อไป กลายเป็นสาวฟ้าใส ผู้มีความสามารถทำให้ฟ้าใสสมดังชื่อ

เรื่องฮินะเดินผ่านเสาโทริเก่าแก่บนยอดตึกเป็นเรื่องสำคัญ เวลาเราพูดว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนั้นหลายครั้งตนมิได้เป็นที่พึ่งแห่งตนอย่างสัมบูรณ์และตลอดไป ย่อมมีบางครั้งที่เราเหนื่อย อ่อนแอ และยอมรับความช่วยเหลือจากคนอื่น

บ่อยครั้งที่คนอื่นนั้นเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ เป็นได้ทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาสนา หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์นอกศาสนา เอาชัดๆ คือภูตผีปีศาจ

นี่เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่หนังรักโรแมนติกวัยทีนเรื่องนี้บอกเราด้วย เมื่อเราขอความช่วยเหลือจาก “ใคร” หรือ “อะไร” เราต้องจ่ายคืนเสมอ ของฟรีนั้นไม่มีเป็นความจริง อยู่ที่ว่าจะจ่ายคืนเป็นอะไรเท่านั้น

และถ้าไม่ยอมจ่ายจะเกิดอะไรขึ้น อยู่ที่ตอนจบของหนังซึ่งสารภาพว่าชวนตะลึงด้วยคิดไม่ถึงว่ามาโกโตะ ชินไค ยอดผู้กำกับฯ ของเราจะไปได้ไกลถึงเพียงนี้ จึงว่าครึ่งชั่วโมงสุดท้ายนั้นคุ้มค่า

 

งานด้านภาพสวยมากตามมาตรฐานของผู้กำกับฯ หากดูด้วยแผ่นบลูเรย์จะพบว่าเป็นโตเกียวที่ชวนให้กลับไปหาหลังโควิดจริงๆ แม้ว่าฝนจะตกเกือบตลอดเวลาก็ตาม เนื่องจากเนื้อเรื่องมีฉากหลังเป็นสภาพอากาศ สภาพอากาศจึงกลายเป็นตัวละครหลักไปอย่างช่วยไม่ได้ นึกภาพหนังเรื่องนี้ที่ฉากหลังไม่แปรเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศอย่างน่าเชื่อถือ เราคงจะยิ่งไม่เชื่อถือเรื่องที่เกิดขึ้น ดังที่กล่าวตั้งแต่ต้นบทความว่าไม่เป็นวิทยาศาสตร์นั้นไม่เป็นไร แต่ต้องกล่อมคนดูให้อยู่หมัดด้วย

สภาพอากาศที่น่าเชื่อถือจึงมิใช่เรื่องทางความคิด แต่เป็นเรื่องการโน้มน้าวอารมณ์ให้เราคล้อยตาม วันฝนตกนั้นชุ่มฉ่ำ แม้ฟ้ามืดมัวแต่ก็ชุ่มฉ่ำ ดีกว่าอากาศร้อนมากมาย แต่พลันที่ฟ้าใส แสงอาทิตย์ลอดเมฆสาดลงมาที่ผืนโลก อารมณ์คนดูเปลี่ยนไปตามแสงสีที่เกิดขึ้น นี่คือความสามารถด้านการกำกับภาพแท้จริง ไม่นับดนตรีหรือเพลงประกอบที่วางไว้ถูกจังหวะ

เราคนไทยโชคดีกว่าฝรั่งมาก อยู่ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่สามฤดูกาลแบ่งสันปันส่วนกันพอดีๆ เทียบกับฝรั่งที่หนาวและมืดมัวหกเดือนต่อปีหรือมากกว่า เวลาแสงอาทิตย์สาดมาในฤดูใบไม้ผลิจึงเป็นเรื่องที่ชวนตะลึงพรึงเพริดอย่างหาที่สุดมิได้ คนยิ้ม ออกนอกบ้าน และนกร้องเพลง โตเกียวในหนังเรื่องนี้ก็คล้ายกัน

วันนี้คนไทยอยู่ใต้ฝุ่นควันหนาปีละ 3 เดือนแทบทุกจังหวัด แค่เป็นข่าวมากเฉพาะภาคเหนือตอนบนและกรุงเทพมหานคร เวลาฝนตกชะฝุ่นเปิดทางให้แสงอาทิตย์สาดมาโลกทีหนึ่งจึงได้สูดอากาศบริสุทธิ์ในวันฟ้าใสกันครั้งหนึ่ง

ภาพที่ตัดกันชัดเจนของสถานที่ต่างๆ ระหว่างวันฟ้าขุ่นและวันฟ้าใสชัดเจนมากจนปฏิเสธไม่ได้อีกแล้วว่าเราวิกฤต

และต้องการสาวฟ้าใส

บทความก่อนหน้านี้เครื่องเคียงข้างจอ / วัชระ แวววุฒินันท์ / รสชาติแห่งการรอคอย
บทความถัดไปดาวกับดวง ประจำวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2563 : โดย พิมพ์พรร