เส้นทางวิบากที่ถูกลืมของ ปตท. กับความท้าทายในอนาคต (5)

ยากที่สุดในการขับเคลื่อน ปตท.

นึกไม่ออก ผม (ดร.ทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์) อยู่ 8 ปีนะ ไม่มีอะไรที่ผมคิดว่ายากเย็น ก็รัฐบาลเขาช่วยเต็มที่ ผมก็เข้ากับรัฐบาลอย่างนายกฯ เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ได้ และพอมานายกฯ เปรม ติณสูลานนท์ ท่านก็สนับสนุน ปตท. ดีมาก และยังมาต่อด้วยนายกฯ ชาติชาย ชุณหะวัณ ทุกท่านก็ช่วยกันสนับสนุน

กุญแจสำคัญคือ ต้องทำความเข้าใจกับผู้บริหารราชการ เพราะเราเป็นองค์กรของรัฐที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน ซึ่งเป็นงานหลักของชาติ ดังนั้น ก็จำเป็นต้องบริหารให้สอดคล้องเข้ากัน

ผมก็โชคดีที่ผมเข้ากับผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลได้ ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ผมก็เข้าได้ ไม่มีปัญหาอะไรกับใคร จะถือว่าโชคดีก็ได้

แต่สมัยนี้เห็นว่า มีปัญหากับนักการเมืองเยอะแยะ ก็อย่างว่า บ้านเมืองเราเปลี่ยนไปเยอะ ผู้บริหารราชการแผ่นดินก็เปลี่ยนไปเยอะ ผมคิดว่าการบริหารคงลำบากกว่าสมัยผม ผู้บริหาร ปตท. สมัยนี้นะ ก็มีเรื่องผลประโยชน์ ก็มีเรื่องใหญ่ๆ เข้ามา จนทำให้การบริหารลำบาก

ผมคิดว่า การเมืองเข้ามายุ่งมากไป สมัยก่อนไม่มีปัญหา รัฐบาลมีแต่ช่วย นายกฯ จะช่วย รัฐมนตรีจะช่วย มาช่วยทั้งนั้นเลย ผู้ใหญ่สมัยก่อนวางตัวดีมาก ไม่เห็นแก่ได้ เค้าก็ฟังเราด้วย เราให้คำชี้แจงอะไรไป อันนี้ทำได้ อันนี้ทำไม่ได้ โดยส่วนใหญ่เชื่อ เพราะเราก็ให้ข้อเสนอหรือข้อแนะนำที่ดี อะไรที่ทำได้ ก็ทำให้ อะไรที่ทำไม่ได้ ก็ชี้แจง ท่านก็ฟัง จริงนะ ผู้มีอำนาจดี มีคุณธรรม และให้การสนับสนุน ทุกอย่างมันทำได้ พวกเราทำได้ทั้งนั้น คิดว่า มีฝีมือพอสมควร

สิ่งสำคัญคือ แรงหนุน ถ้าเราบอกอย่างนี้ ไม่เอา จะเอาอย่างนั้น แล้วเราทำให้ไม่ได้ก็เดือดร้อน คือไม่เดือดร้อนเรา ก็เดือดร้อนเขา

สมัยผมไม่มี ถึงมีก็น้อยมาก เรื่องเล็กๆ แก้ไขได้ สบายใจกว่าสมัยนี้ เท่าที่ฟังมา ผู้บริหารระดับสูงลำบาก

หม่อมเต่าเล่าไว้ในหนังสือว่า “ผมก็คิดว่าเมืองไทยเล็ก มันก็น่าจะมีบริษัทใหญ่อย่างละหนึ่ง สองบริษัท ปัญหาของมันคือปัญหาการเมืองว่าจะคุมได้ไหม ให้หาประโยชน์เข้าประเทศ ไม่ใช่หาประโยชน์เข้าคนกลุ่มเดียว”

 

การเติบโตของ ปตท.

เราวางแผนไปตามแผนธุรกิจ ก่อนที่พวกน้องๆ จะรับช่วงไป ก็คิดว่า ปิโตรเลียมมีประโยชน์ทั้งทางด้านเชื้อเพลิง ขณะเดียวกัน มันก็มีความสำคัญด้านวัตถุดิบ

โดยหลักใหญ่ที่วางไว้คือ ใช้ปิโตรเลียมให้คุ้มค่า 100-120% ดังนั้น ถ้าเอามาเผาเฉยๆ ก็ไม่คุ้มค่า จึงต้องกำหนดเป็นแนวเป็นเสาหลักไว้

หน้าที่แรกคือ การปิโตรเลียมซึ่งทำการขายปลีก บริการประชาชน ช่วยให้ประชาชนมีน้ำมันเชื้อเพลิงใช้ บริการด้านการจัดจ่าย จัดจำหน่าย ไม่ให้ขาดแคลน

อีกหน้าที่หนึ่งคือ การไปสำรวจและผลิตแหล่งเชื้อเพลิง แหล่งพลังงาน ถึงได้จัดตั้ง ปตท.สผ. อันนี้ก็เป็นเสาหลักอีกอัน ซึ่งเราต้องการสร้าง ปตท.สผ. ให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งก็สร้างจนมันเข้มแข็ง

อีกหน้าที่หนึ่งที่จำเป็นคือ การริเริ่มให้มีการทำปิโตรเคมี เพราะว่าปิโตรเคมีเป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่มีส่วนประกอบที่เอาไปใช้ประโยชน์ได้เยอะ มีเทน อีเทน โพรเพน บิวเทน มีเยอะแยะไปหมด จึงคิดว่า เอาปิโตรเลียมผลิตขึ้นมาเป็นสารเคมีมาใช้ให้เกิดความคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด ถึงได้เกิดแผนพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และมีการจัดตั้งบริษัทปิโตรเคมีแห่งชาติ มีการสร้างโรงแยกก๊าซ มีการสร้างโรงงานผลิตเอทิลีน โพรเพลีน มีการแยก ขยายตัว

คือตั้งธุรกิจปิโตรเคมีขึ้นมา อันนี้ก็เป็นเสาหลักอีกอัน

 

ปตท. จึงมี 3 เสาหลัก

ปตท.สผ. เป็นลักษณะของการหาสำรวจแหล่งปิโตรเลียม ไปลงทุนในต่างประเทศ สผ. ไปเพื่อเกิดความมั่นคงด้านพลังงาน

ปตท.เคมิคัล ตอนหลังเรียก โกลบอลเคมิคัล คือ เอาปิโตรเลียมมาใช้ประโยชน์ในลักษณะสารเคมี เป็นวัตถุดิบไปใช้ทำสารเคมี ทำให้มีมูลค่าเพิ่มเยอะแยะ

ตอนหลังธุรกิจขยายตัวไปมาก

ปตท. แต่ละ ปตท. ก็ขยายลูกของลูก หลานของหลาน ก็อยู่ในเสาหลักแค่นี้ เราทำให้มันเข้มแข็งและก็ออกต่างประเทศ อันนี้เป็นวิสัยทัศน์ที่เห็นมาตั้งแต่ต้น แต่จะแตกอย่างไรก็เป็นไปตามความจำเป็นของแต่ละโครงการ แตกตัวไป ขึ้นกับการพัฒนาเศรษฐกิจ

เราขยายตัวมากในช่วงหลังจากผมออกมา

10 ปีแรก ยุคบุกเบิกที่ผมเป็นผู้ว่าการ

10 ปีที่สอง เป็นยุคขยายตัว

ตอนนี้ เป็น 10 ปีที่สาม

ปตท. อายุ 30 ปีแล้ว ในช่วง 10 ปีที่สองไป 10 ปีที่สาม ปตท. ขยายตัวมากไปตามสถานการณ์ตลาด ตามธุรกิจ ตามเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทยก็ขยายตัวมาก ก็มีความจำเป็นต้องระดมทุน เข้าทำนอง ถ้าคุณอยากจะทำ คุณก็ต้องหาเงินมาทำ

 

เงินจะมาจากไหน

ถ้าคุณเป็นองค์กรของรัฐ รัฐอาจจะให้ แต่รัฐบาลไทยก็ไม่มีเงินจะให้ เพราะมีภาระอื่นเยอะแยะที่ต้องทำ การระดมทุนจากภาคเอกชนมันเป็นความจำเป็น ซึ่งผมคิดว่า เขาทำมาได้ถูกคือ ต้องแปรรูป

การปิโตรเลียมเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐ ก็มีความจำเป็นต้องใช้ธุรกิจของการปิโตรเลียมเปลี่ยนรูปแบบเพื่อหาเงินทุนมาใช้ในการขยายตัว จึงได้มีแนวนโยบายที่จะเอา ปตท. เข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ที่เข้าตลาด ก็ไม่ได้เข้าเฉพาะเมืองไทยนะ เพราะถ้าเข้าเฉพาะเมืองไทย เงินออมไม่พอ ตลาดไทยเล็ก จำเป็นต้องเอาเงินออมจากต่างประเทศด้วย ดังนั้น ด้วยเหตุนี้ ปตท. ถึงต้องเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่การเข้าตลาดก็มีวิธีการ ต้องทำเป็นบริษัทจำกัดก่อน แล้วขายหุ้นกำหนดราคาหุ้น จากนั้นจึงเอาหุ้นไปขายทั้งในและต่างประเทศ อันนี้คือความจำเป็น

เราต้องการเงินเยอะ เราต้องการเงิน 1 ล้านล้านบาท ในช่วงนั้นลงทุนเยอะ มีโครงการเยอะ ขยายตัวในเรื่องการสำรวจและผลิต ปิโตรเคมี จำเป็นที่ ปตท. ต้องเข้าตลาด เป็นความจำเป็นด้านการเงินที่จะหาเงินลงทุน

แต่การจะหาเงินลงทุนก็จะต้องระดมทุนจากเอกชน เพราะถ้าไม่ทำอย่างนี้ คุณไม่มีทางขยายตัวได้เลย อันนี้เป็นการแก้ปัญหาเรื่องการลงทุนเพื่อขยายตัว ถ้าเดี๋ยวนี้เอกชนจะขยายตัวก็ต้องพยายามเอาธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ระดมทุน อันนี้ก็เหมือนกัน

แต่ของเราจำเป็นต้องขายต่างประเทศ เพราะเงินออมในประเทศไม่พอ และถามว่า อันนี้ทำแล้วช่วยรัฐบาลอย่างไร

ช่วยเยอะ ในที่สุดก็ทำให้ธุรกิจมันขยายกว้าง เศรษฐกิจก็เข้มแข็งโดยรัฐบาลไม่ต้องลงทุน รัฐบาลมีภาระก็ไปใส่กระทรวงศึกษาธิการ ใส่สาธารณสุข ใส่กลาโหม ได้เยอะแยะไปหมด ไม่ต้องเอามาใส่ ปตท. เพราะว่าเงินมันเยอะ อันนี้จึงมีความจำเป็น

อันนี้ ผมคิดว่า บางคนอาจมองไม่เห็นเป็นความจำเป็นของการขยายตัว

ถ้าคุณไม่ขยายตัว อยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้เป็น ปตท. อย่างทุกวันนี้ และการที่เป็นอย่างทุกวันนี้ มันช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับรัฐ สร้างภาษีให้กับทางการ ตัว ปตท. ให้ภาษีกับรัฐบาลเยอะแยะ อย่างงานที่เกี่ยวข้องในภาคเอกชนที่เกิดขึ้นจากการขยายตัวของ ปตท. ก็เยอะแยะ

ภาษีอากรทั้งนั้นที่รัฐบาลเก็บ ปัญหาคือ คุณไปเก็บภาษีอากรให้มีประสิทธิภาพเถอะ มันจำเป็น ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งอะไรหรอก

ถ้าผลประโยชน์จะมี ก็คงมีนิดหน่อย ผมไม่รู้ว่านักการเมืองคนไหนได้หุ้นอะไรไปเท่าไหร่ มันได้กันไม่มากหรอก เพราะเราขายเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ถามว่า ทำไมต้องไปขายต่างประเทศด้วย

1. เงินออมในประเทศเรามีจำกัด ถ้าขายในประเทศทั้งหมด ก็ไม่มีเงินทุนไปสนับสนุนธุรกิจของประเทศ

2. มีเงินทุนจากต่างประเทศทำให้เรากว้างขวาง ทำให้เรามีทรัพยากรจากต่างประเทศเข้ามา และเราก็ใช้ประโยชน์จากผู้ลงทุนต่างประเทศเหล่านั้นเพื่อหาข้อมูลมาใช้ประกอบการทำธุรกิจ

3. เป็นการดึงธุรกิจจากต่างประเทศเข้ามาร่วมทุน

มันมีประโยชน์เยอะแยะ เพียงแต่เราบริหารจัดการให้มันดีก็แล้วกัน อย่าให้มันไปล้มลุกคลุกคลาน อย่าไปลงทุนที่ผิด อย่าให้มันฟุ่มเฟือย ใช้จ่ายไม่ระวัง ลงทุนแล้วสูญหาย ซึ่งผมเป็นห่วง เพราะระยะหลังการเมืองเข้ามาล้วงลูก วุ่นวายพอสมควร

ตอนนี้เรามีทุนเยอะ ธุรกิจก็ดีขึ้น

ถ้าไปลงทุนในสิ่งที่ไม่คุ้มค่า แต่ละโครงการเงินเยอะแยะ โดนไปไม่กี่โครงการธุรกิจก็เซแล้ว

บทความก่อนหน้านี้มองโลกปี 2017 และหลังจากนั้น : สัญญาณการปิดตัวเองของระบบทุน
บทความถัดไปแล้วพุทธทาสภิกขุ ก็ช่วงชิง วันล้ออายุ 74 ปี ตอบ “ข้อกล่าวหา”