ปค.เปิดยุทธการทลายบ่อน ตำรวจการ์ดตก โดนทะลวง แต่ไฉน “ผู้การภูเก็ต” ยังรอด?

การเข้าจู่โจม “บ่อนพนัน” แต่ละครั้งของชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง หรือ ชปพ.ปค. ทำเอาตำรวจในพื้นที่ต้องเสียวสันหลัง เพราะตามมาตรฐานที่ทำกันไว้ หากนอกหน่วยไปจับที่ไหน ตำรวจ 5 เสือท้องที่นั้นต้องกระเด็นกระดอนไปนั่งตบยุงที่ ศปก. มาหลายรายนับไม่ถ้วน

ยิ่งต้นปีนี้มีโควิด-19 ระบาด รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ห้ามมิให้มีการชุมนุมมั่วสุมอันจะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคได้

เพราะนอกจากจะผิดกฎหมาย บ่อนการพนันยังมีลักษณะที่แออัดยัดเยียด ย่อมเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคได้รวดเร็วขึ้น

ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการมายัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติให้เข้มงวดกวดขันจับกุมการลักลอบเล่นการพนันมากขึ้นกว่าปกติ

และยังได้เห็นปรากฏการณ์ “เชือดไก่ให้ลิงดู” สร้างมาตรฐานการลงโทษมากกว่าการสั่งย้าย 5 เสือโรงพัก ด้วยการสั่งย้ายผู้บังคับบัญชาระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ที่ปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนันในท้องที่

เริ่มตั้งแต่ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 สั่งย้าย พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี หลังถูกชุดปฏิบัติการกรมการปกครองทลายบ่อนไฮโลในพื้นที่

ตามมาด้วย พล.ต.ท.ภัคพงษ์ พงศ์เภตรา ผบช.น. สั่งเด้ง พล.ต.ต.ธีรพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 หลังถูกชุดทำงานของ กก.ดส.บช.น. บุกจับบ่อนท้องที่ สน.บางชัน

ต่อมา 10 มิถุนายน 2563 ชปพ.ปค. จับมือดีเอสไอ ทลายบ่อนอาร์เจ ใน อ.มาบตาพุด จ.ระยอง รวบนักพนันได้ 118 คน

ครั้งนี้ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 เซ็นคำสั่งย้าย พล.ต.ต.ฉลอง สุขจันทร์ ผบก.ภ.จว.ระยอง ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 2 และให้ขาดจากตำแหน่งเดิม

ล่าสุด 30 มิถุนายน 2563 กรมการปกครองยังคงทำผลงานอย่างต่อเนื่อง ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เปิด “ยุทธการดีบุก” ทลาย 2 บ่อนพนันใหญ่กลางเมืองภูเก็ต หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนผ่านศูนย์ดำรงธรรมและสื่อมวลชน ว่าบ่อนดังกล่าวเปิดพร้อมกับมาตรการคลายล็อกเฟส 4 ท้องที่ปล่อยปละละเลยให้นักพนันเข้ามามั่วสุมเล่นพนันกัน โดยไม่สนใจคำสั่งปิดแหล่งมั่วสุมตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ปฏิบัติการครั้งนี้จับกุมนักพนันในท้องที่ สภ.เมืองถลาง และ สภ.เมืองภูเก็ต ได้ทั้งสิ้น 87 คน และยึดเงินของกลางอีกกว่า 1.2 แสนบาท

วันเดียวกัน พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้มีคำสั่งให้ 5 เสือ ข้าราชการตำรวจ จากทั้ง 2 สถานีตำรวจ ได้แก่ สภ.เมืองภูเก็ต และ สภ.ถลาง รวมทั้งสิ้นจำนวน 10 นาย ระดับ ผกก., รอง ผกก.ป., รอง ผกก.สส., สวป., และ สว.สส. ไปปฏิบัติราชการยัง ศปก.ภ.จว.ภูเก็ต

พร้อมทั้งได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นใน 2 พื้นที่แล้ว หากพบว่าเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการตามระเบียบอย่างเด็ดขาดต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ทุกครั้งเมื่อมีการจับบ่อนพนัน ครั้งนี้ก็ยังคงย้ำถึงนโยบายของ “บิ๊กแป๊ะ” ว่าที่ผ่านมา ผบ.ตร.ได้กำชับให้ทุกท้องที่เพิ่มมาตรการในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้น

ห้ามมิให้มีการปล่อยปละละเลย อบายมุข บ่อนการพนัน สถานบริการ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ รวมไปถึงการกระทำความผิดที่เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

สั่งห้ามมิให้เจ้าหน้าที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเรียกรับผลประโยชน์ต่างๆ โดยให้ผู้บังคับบัญชาสอดส่องดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 หากพบตำรวจนายใดมีพฤติกรรมประพฤติมิชอบ ทุจริตคอร์รัปชั่น จะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบวินัยอย่างเด็ดขาดไม่มีละเว้น

แต่ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ มาตรฐานที่เคยทำกันไว้ก่อนหน้านี้ หากมีนอกหน่วยมาจับบ่อนในท้องที่ ผบก. จะต้องถูกย้ายด้วยนั้น ยังคงเงียบกริบ

ไม่มีแม้แต่คำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงผู้บังคับบัญชา

สังคมต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงโปรไฟล์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ว่าเป็นใครมาจากไหน ก็ต้องถึงบางอ้อ ผู้การหนุ่มนอกจากมีฝีไม้ลายมือในเส้นทางราชการ ยังถือหมวกอีกใบรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี ด้วย

อีกทั้งยังเป็นน้องเลิฟของ “พี่แป๊ะ” ที่ได้รับความไว้วางใจ จนแต่งตั้งให้มาคุมถิ่นทำเลทองแห่งนี้

การบุกทลายบ่อนของชุดปฏิบัติการพิเศษ (ชปพ.ปค.) เรียกได้ว่าสร้างชื่อกระหึ่ม ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจสีเทาทุกพื้นที่ต้องระแวดระวัง เปิดช่องโหว่ให้มิจฉาชีพนำชื่อของ ชปพ.ปค.ไปแอบอ้างเป็นตัวแทนหน่วยงาน ออกตระเวนตบทรัพย์เรียกรับผลประโยชน์จากบ่อนการพนัน และธุรกิจสีเทาต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

จนทำให้กรมการปกครองต้องออกมาประชาสัมพันธ์ ประกาศไม่รับเคลียร์ตั๋วใดๆ ทั้งสิ้น และไม่มีเวลาที่จะไปตระเวนเรียกรับผลประโยชน์

พร้อมเดินหน้าทำงานตามภารกิจ 3 ข้อ คือ

1. ภารกิจที่มีผู้ร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อน ผ่านศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย และหรือศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล และได้มีการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้วว่ามีมูล

2. ภารกิจที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงสั่งการ

และ 3. ภารกิจที่หน่วยงานของรัฐมีหนังสือประสานร้องขอมาอย่างเป็นทางการ

เห็นกรมการปกครองประกาศตัวชัดเจนแบบนี้ ตำรวจในพื้นที่คงต้องเดินหน้าปราบปรามอบายมุขให้สิ้นซาก อย่าหละหลวม ปล่อยปละละเลย การ์ดตก หรี่ตาข้างหนึ่งให้ลอบเปิดกันได้

เพราะหากถูกนอกหน่วยเข้าจับกุม ใครเส้นสายไม่ดี กระเด็นหลุดเก้าอี้ได้

บทความก่อนหน้านี้ธงทอง จันทรางศุ | สุพรรณบัฏ หิรัญบัฏ สัญญาบัตร คืออะไร ?
บทความถัดไป‘ประธานวิปฝ่ายค้าน’ จ่อตั้งกระทู้สด รัฐบกพร่อง ปล่อยต่างชาติติดโควิดเข้าประเทศ