ภาพยนตร์ /นพมาส แววหงส์ / FANTASY ISLAND

นพมาส แววหงส์

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์

FANTASY ISLAND

‘เกาะในฝัน (ร้าย)’

 

กำกับการแสดง Jeff Wadlow

นำแสดง Michael Pena Maggie Q Lucy Hale Austin Stowell Portia Doubleday

 

Fantasy Island เป็นรีเมก หรือหนังสร้างใหม่ของหนังชุดทางโทรทัศน์เมื่อราวสี่สิบปีที่แล้ว ซึ่งฉายเป็นตอนๆ ทุกสัปดาห์ โดยมีมิสเตอร์โร้กผู้ลึกลับเป็นเจ้าของเกาะซึ่งบริหารกิจการ “เกาะในฝัน” หรือ Fantasy Island กลางมหาสมุทรแปซิฟิก

โดยลูกค้าของเขาจะต้องจ่ายเงินก้อนโต แบบที่มีแต่เศรษฐีเท่านั้นที่จะมีเงินจ่ายได้ เพื่อแลกกับการใช้ชีวิตในความฝันตามที่ตนต้องการ

นั่นคือคนรวยเท่านั้นที่จะทำให้ฝันกลายเป็นจริงได้ แต่มีบางตอนมิสเตอร์โร้กก็ยอมลดราคาให้แก่คนที่ไม่มีสตางค์จะจ่ายเหมือนกัน

รูปแบบของหนังชุดทุกตอนจะเริ่มด้วยการมีเครื่องบินเล็กบินมุ่งตรงมายังเกาะแสนสวยเล็กๆ แห่งนี้ และมีชายร่างแคระแกร็นน่าเอ็นดู นามกรว่า “แท็ตทู” วิ่งมาดูพร้อมป่าวร้องเสียงดังว่า “เครื่องบิน เครื่องบิน”

ซึ่งกลายเป็นคำเรียกให้ใครๆ…รวมทั้งคนดู…มาดูว่าคราวนี้ใครจะมาทำฝันให้เป็นจริง และเหตุการณ์จะพลิกผันไปอย่างไร

มิสเตอร์โร้กสวมสูทสีขาวสะอาดเอี่ยม กิริยามารยาทโอ่อ่าแบบผู้ได้รับการอบรมอย่างดี ตัดกับธรรมชาติของพงไพรอันเขียวขจีบนเกาะ หาดทรายสวยงาม และท้องทะเลเวิ้งว้างกว้างใหญ่ แบบสถานตากอากาศที่ได้หลบลี้หนีหน้าจากความวุ่นวายของชีวิตมาพักผ่อนสักพักหนึ่ง

หนังที่สร้างซ้ำที่เพิ่งออกฉายปีนี้ เริ่มเปิดเรื่องด้วยรูปแบบตามสูตร นั่นคือมีเครื่องบินเล็กบินมุ่งตรงมา

และคนบนเกาะ…ซึ่งยังไม่ใช่ “แท็ตทู”…วิ่งมาเตรียมการต้อนรับ

 

แขกกลุ่มนี้ได้รับการคัดเลือกมาจากการชนะรางวัลอะไรสักอย่าง ให้มาเที่ยวฟรี พักผ่อนฟรี และใช้ชีวิตในจินตนาการของตนฟรี โดยไม่ต้องควักกระเป๋าเองอย่างในหนังชุดเดิม

คนกลุ่มนี้มีอยู่ห้าคน คือ เกวน ออลเซน (แม็กกี้ คิว) สาวเอเชียสวยจัดสูงโปร่งก้านยาว

เมลานี โคล (ลูซี่ เฮล) สาวสวยผมทอง

แพตทริก (ออสติน สโตเวลล์) หนุ่มผมเกรียน หน้าตาเป็นชายในเครื่องแบบ

แบรกซ์ วีเวอร์ (จิมมี่ โอ หยาง) กับ เจ.ดี. วีเวอร์ (ไรอัน แฮนเซน) สองหนุ่มเจ้าสำราญ ผู้ที่บอกใครๆ ว่าเป็นพี่น้องกัน

แต่ไม่มีใครเชื่อ เพราะคนแรกหน้าตาเป็นหนุ่มซินตึ๊งอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่คนหลังเป็นฝรั่งอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน

จวบจนพวกเขาต้องประกาศว่า พ่อของเจ.ดี.มาแต่งงานกับแม่ของแบรกซ์ และทำให้พวกเขาสนิทสนมกลมเกลียวกันยิ่งกว่าพี่น้องท้องเดียวกันเสียอีก

แขกทั้งห้าถูกพาไปพบกับมิสเตอร์โร้ก (ไมเคิล พีนญา) ผู้สง่างามในสูทสีขาวตามสูตร ซึ่งต้อนรับพวกเขาด้วยอัธยาศัยไมตรีอันงดงาม

และกล่าวแนะนำว่าความฝันของพวกเขาจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้

แต่ก็มีสิ่งที่ทุกคนควรรับทราบไว้ก่อนคือ แขกทุกคนจะมีแฟนตาซีของตนได้เพียงอย่างเดียว

และเมื่อแฟนตาซีนั้นเริ่มต้นขึ้นแล้ว เจ้าของฝันที่เป็นจริงจะต้องอยู่กับมันไปจนถึง “จุดจบตามธรรมชาติของมัน”

 

เมื่อมีการแจ้งให้ทราบถึงกฎกติกามารยาทแล้ว ชีวิตในฝันบนเกาะของทุกคนก็เริ่มขึ้น

แบรกซ์กับเจ.ดี.มีความฝันที่ดาษดื่นที่สุดของชายหนุ่มผู้รักสนุก นั่นคือใช้ชีวิตดื่มกินอยู่ในงานปาร์ตี้สุดโลดโผน เต็มไปด้วยสาวสวยในชุดวาบหวามสำหรับ เจ.ดี. และหนุ่มหล่อล่ำสำหรับแบรกซ์ผู้ประกาศตัวเป็นเกย์อย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นเรื่องราวภูมิหลังของสองพี่น้องคนละพ่อคนละแม่ที่สนิทกันแบบซี้แน่นปึ้ก เพราะแม่ของแบรกซ์ซึ่งเป็นคนจีน ประกาศตัดลูกตัดแม่จากการที่แบรกซ์เป็นเกย์อย่างเปิดเผย

แพตทริกมีความฝันอยากเป็นทหารและเป็นวีรบุรุษเหมือนพ่อที่สละชีวิตเพื่อเพื่อนพ้อง จนได้รับเหรียญกล้าหาญ

ความฝันของเกวนคือการได้กลับไปสู่อดีตเพื่อแก้ไขสิ่งผิดในชีวิตของตน นั่นคือการปฏิเสธคำขอแต่งงานของผู้ชายที่ดีที่สุดคนหนึ่ง ระหว่างอาหารมื้อค่ำที่โรแมนติกในร้านหรู

ส่วนเมลานี สาวสวยผมทองซึ่งบอกว่าตัวเองเพิ่งจะมาเปล่งประกายความงามเอาในภายหลังนี่เอง โดยที่เธอโตขึ้นมาโดยไม่มีใครคบค้าสมาคมด้วยเลย และเธอคับแค้นใจจากการถูกกลั่นแกล้ง ฉีกหน้าให้ได้รับความอับอายซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากเพื่อนร่วมชั้นในโรงเรียน ชื่อสโลน (ปอร์เชีย ดับเบิลเดย์) เธอจึงมีความเพ้อฝันจะได้แก้แค้นสโลนให้สาแก่ใจ ให้สมกับความใจร้ายในอดีต

ความฝันของทุกคนกำลังจะกลายเป็นจริง แต่ก็ไม่ใช่ความจริงที่สวยงามตามที่คาดหมาย

 

นี่เป็นหนังประเภทสยองขวัญ หรือ Horror movie ซึ่งมีอำนาจลึกลับดำมืดบงการอยู่เบื้องหลัง ดังนั้น ทุกคนจึงได้พบกับความฝันที่เป็นจริง แต่ก็มี “จุดจบตามธรรมชาติของมัน” ด้วย

เรื่องราวของคนทั้งห้าที่เดินทางมาสู่เกาะในฝันแห่งนี้ด้วยความตื่นเต้นกับการที่กำลังจะได้ใช้ชีวิตในฝันของตนเอง กลับกลายเป็นฝันร้ายที่อยากทำทุกทางจะไปให้พ้นจากนรกบนดินแห่งนี้

มีจุดพลิกผันที่สำคัญซึ่งเป็นเซอร์ไพรส์ใหญ่ แต่ต้องขอบอกว่าเป็นความไม่เข้าท่าที่สุดของพล็อตเลยก็ว่าได้ ตัวละครทุกตัวมีแรงจูงใจที่ไม่ “เมกเซนส์” ที่สุด ซึ่งเป็นเหตุสำคัญที่ผลักคนดูออกจากเรื่อง แทนที่จะดึงให้เข้าไปอยู่กับการพัฒนาเรื่องตามแบบอย่างของหนังที่ดี

แถมด้วยจุดพลิกผันสุดท้ายที่สร้างตัวละคร “แท็ตทู” ให้กลายเป็นผู้ช่วยของมิสเตอร์โร้กตามหนังทีวีชุดดั้งเดิม ก็ทำให้ผู้เขียนต้องส่ายหน้า เพราะสุดจะทำใจให้เชื่อได้จริงๆ

 

หนังเข้าโรงฉายอยู่ขณะนี้ แต่ผู้เขียนได้ดูในจอเล็กในช่วงเก็บตัวจากโควิด และโรงหนังปิดทำการหมด ไม่อยากเชื่อเลยว่าร่ำๆ จะเลิกดูกลางคันเสียหลายหน เพราะความหงุดหงิดกับการสร้างพล็อตที่ไม่เข้าท่าที่สุด แล้วก็เลิกดูไปจริงๆ หนหนึ่ง

แต่อีกหลายวันต่อมาก็เริ่มทำใจได้กับความงี่เง่าของพล็อต และไม่อยากปล่อยให้ค้างคาใจไว้ ตามประสาของคนที่แทบจะไม่เคยดูหนังให้จบเรื่อง

เลยตัดสินใจกลับมาดูต่อจนถึง “จุดจบตามธรรมชาติของมัน” แต่ก็ยังไม่ได้รับความพอใจเพิ่มขึ้นจากเดิมอยู่ดี นอกจากการได้เห็นการถือกำเนิดขึ้นของตัวละคร “แท็ตทู” ที่คราวนี้ไม่ใช่คนแคระ แต่ก็มีลักษณะหน้าตาละม้ายไปอีกแบบ

นี่เป็นหนังที่ฉายโรงต้อนรับการคลายมาตรการเข้มงวดป้องกันโรคโควิดค่ะ ผู้เขียนยังต้องขอเวลาทำใจอีกนิดกว่าจะรู้สึกปลอดภัยกับการไปดูหนังในโรงได้อีก

บทความก่อนหน้านี้9ปีแห่งความสำเร็จ ‘ฐากร ตัณฑสิทธิ์ ’ ผลงาาและเส้นทางก่อนอำลาตำแหน่งเลขาธิการ กสทช.
บทความถัดไปเสธ.แมว ซัดรบ. ตั้งงบซ้ำเติมวิกฤต ปล่อยชื่อครม.ใหม่ก็ถูกยี้ ทำคนสิ้นหวัง จนอยากลุกฮือ