การ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ / Mangasia

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

การ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

Mangasia

 

ได้หนังสือ Mangasia เล่มนี้มาจากพิพิธภัณฑ์บริติช (British Museum) กลางกรุงลอนดอนไม่กี่เดือนก่อนการระบาดของโคโรนาไวรัส พิพิธภัณฑ์บริติชหรือบริติชมิวเซียมเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงระดับโลกที่เปิดให้เข้าดูฟรี

ท่านที่ผ่านไปลอนดอนควรแวะเข้าไปสักครั้งไม่ว่าทัศนคติของท่านต่อพิพิธภัณฑ์ในยุโรปจะเป็นอย่างไรก็ตาม

ร้านหนังสือพิพิธภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งที่ควรเดินเสมอ แม้ว่าหนังสือส่วนใหญ่หาได้ในร้านหนังสือทั่วไปแต่ถ้าสอดส่ายสายตาดีๆ จะพบบางเล่มที่วางในตำแหน่งที่เตะตามากกว่า

และบางเล่มหามิได้ในร้านหนังสือทั่วไป

 

หนังสือแมงเอเชียหรือมังงะเซียเล่มนี้กว้าง 8 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว หนาประมาณหนึ่งนิ้วครึ่ง ปกแข็ง สี่สีทั้งเล่ม เป็นหนังสือหนักหนาราคา 39.90 ดอลลาร์สหรัฐ จำไม่ได้ว่าวันนั้นจ่ายไปกี่ปอนด์อังกฤษ เขียนโดย Paul Gravett สำนักพิมพ์ Thames &Hudson ลอนดอน ปี 2017 เขียนคำนำโดย Park Cahn-wook

พอล กราเว็ต เป็นบรรณาธิการและนักเขียนประจำนิตยสารหลายหัวในอังกฤษ เขาเขียนงานเกี่ยวกับการ์ตูนไว้หลายเล่ม เล่มสำคัญที่ใช้อ้างอิงเสมอมาคือ Manga : Sixty Years of Japanese Comics ปี 2004 และ 1001 Comics You Must Read Before You Die ปี 2011

เล่ม Mangasia นี้น่าจะเป็นเล่มล่าสุดของเขา คำโปรยรองคือ The Definitive Guide to Asian Comics เห็นก็คว้าเลย ราคาหนังสือลักษณะนี้ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับความหนา น้ำหนัก ภาพสีขนาดใหญ่ คุณภาพ และเนื้อหาที่ได้

พาทัวร์ด้านในของหน้าปกก่อน

 

ภาพสีสวยสดของการ์ตูนเล่มละบาทหกเล่มจากไทยแลนด์ พิกุล โดยราญ ราชไพรี 1 บาท, ลูกสยอง โดยชาติ บางนา 1 บาท, อิทธิฤทธิ์ผีกระหัง ไม่ปรากฏผู้เขียน 5 บาท, มังกรหยกเล่ม 5 งูโลหิต 6 บาท, ลักหลับ โดยผดุง ศักดิ์ศรี 1 บาท และเสือผจญสิงห์ โดยหงส์เหิร 1 บาท “โป๊ก!” “เอ๋ง!” กรุณาดูรูปประกอบ เห็นราคาและชื่อคนเขียนบางคนแล้วพอเดาได้ว่าเก่าแก่เพียงใด

วันนี้ เรายังซื้อหนังสือกลุ่มนี้ได้ในร้านสะดวกซื้อนะครับ ห้าบาทขั้นต่ำ

คำบรรยายใต้ภาพตั้งชื่อว่า “มากกว่าพันปก” คือการ์ตูนไทยราคาหนึ่งบาทระหว่างทศวรรษที่ 1970-1980 มีระบุสำนักพิมพ์ไว้ด้วยว่า พิกุลเป็นของประพันธ์สาส์น ลูกสยองเป็นของสยามอักษร อิทธิฤทธิ์ผีกระหังเป็นของสหสาร และเติมด้วยว่าหน้าปกเป็นงานเขียนของ Phi-Huk ส่วนงูโลหิตเป็นของสำนักพิมพ์ไอคิว ลักหลับไม่ปรากฏสำนักพิมพ์ เล่มสุดท้ายตลกที่สุด หงส์เหิรเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Hong Holee ของสำนักพิมพ์เพื่อนแก้ว ทำเอาต้องเพ่งดูภาษาไทยต้นฉบับอีกครั้งหนึ่งก็เหมือนจะเขียนว่าหงส์โหรีจริงๆ แต่เมื่อใช้แว่นขยายแล้วยืนยันว่าคือหงส์เหิร

เปิดต่อไปเป็นรูปแผนที่เอเชียสีดำ ลายเส้นสีขาว ระบุรหัสประเทศพร้อมดัชนีชี้หน้าที่เกี่ยวข้อง ของประเทศไทยได้รหัส Q มีเนื้อหาระบุไว้ว่าอยู่หน้าที่เท่าไรบ้างเรียงไปตามลำดับตัวเลข หากดูสัดส่วนประเทศแล้ว มากที่สุดคือข้อมูลจากญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง เกาหลี อินเดีย และฟิลิปปินส์ ที่เหลือมีไม่มากนัก ว่าที่จริงชื่อหนังสือมังงะเซียออกจะเทไปทางญี่ปุ่นไม่น้อย

ต้องยอมรับว่าระบบเก็บข้อมูลทางญี่ปุ่นน่าจะเหนือกว่าประเทศอื่นๆ

จะอ่านทั้งเล่มให้ฟังในวันหลัง แต่วันนี้จะพาทัวร์การ์ตูนไทยในสายตานักเขียนอังกฤษก่อนว่าเขาเก็บความอะไรมาได้บ้าง

 

เริ่มจากข้อความสั้นๆ ในหน้า 55 ว่าการ์ตูนเล่มละบาทของไทย “บูม” (Boom) เมื่อประมาณปี 1975 จากนั้นเราไปหน้า 64 ซึ่งเป็นบทที่เล่าเรื่องการ์ตูนจากนิทานพื้นบ้านและเทพนิยายของประเทศต่างๆ ในเอเชีย

ทุกประเทศมีการ์ตูนผีและเรื่องสยองขวัญ

มีข้อความเพียงหนึ่งย่อหน้าเขียนว่าเรื่องสยองในการ์ตูนไทยเล่มละบาท ซึ่งเทียบเท่ากับสามเซนต์สหรัฐ มีความยาว 16 หน้า ผีที่พบบ่อยคือผีปอบ (phi pob) คือผีที่เข้าสิงและกัดกินคนจากภายในจนหมดแล้วออกล่าเหยื่อรายอื่นเพื่อเข้าสิงต่อไป กับกระสือ (krasue) คือผีที่มีหัวเป็นสตรีแยกตัวออกจากร่างในตอนกลางคืนเพื่อล่าเหยื่อและดูดเลือด

ผีปอบนี่โอเค จะตายไปทีละคนๆ มิได้สะสมรวมหมู่เหมือนซอมบี้วันนี้ (ไม่ทราบว่าผีปอบศตวรรษที่ 21 กลายพันธุ์เป็นผีปอบหมู่หรือยัง) ส่วนกระสือดูเหมือนจะตกหล่นเรื่องเครื่องในที่ห้อยต่องแต่งจากหัวลอยละล่องไปด้วย

เปิดไปหน้า 102-103 มีรูปหน้าปกของการ์ตูนเล่มละบาทเพิ่มอีก 7 เรื่องรวมเป็น 13 เรื่อง นับเป็นเกียรติของศิลปินผู้วาดนะครับ ใครเป็นญาติกรุณาไปแจ้งข่าวด้วยว่าผลงานของท่านปรากฏในหนังสืออ้างอิงระดับโลกและจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์

ท่านที่คุ้นเคยกับการ์ตูนเล่มละบาทและขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงเล่มละห้าบาทขั้นต่ำวันนี้จะรู้ดีว่าลายเส้นทั้งหน้าปก การลงสี และลายเส้นด้านในมิใช่แย่ ว่าที่จริงดีถึงดีมากก็มีเยอะ ลำพังหน้าปกหากเรามีเวลานอนพินิจพิจารณาดีๆ จะพบว่าสวยใช้ได้เลยทีเดียว ใส่กรอบติดร้านกาแฟเปิดใหม่ยังได้เลยจะบอกให้

คำบรรยายตรงนี้มีเพิ่มเติมว่า “ราคาที่ต่ำมากนี้ช่วยให้คนยากจนเข้าถึงได้ง่าย หลายเรื่องเป็นนิทานพื้นบ้านหรือเรื่องผีๆ โดยมีเซ็กซ์และความรุนแรงเป็นส่วนดึงดูดความสนใจ หนังสือเหล่านี้เริ่มหมดไปในทศวรรษที่ 80” ซึ่งไม่จริง ยังไม่หมด ที่ปรากฏในร้านสะดวกซื้อทุกวันนี้มิได้มีเซ็กซ์และความรุนแรงมากมาย

ผมยังซื้ออ่านเป็นบางครั้ง แล้วแต่ว่าลายเส้นหน้าปกจะดึงดูดมากเพียงใด

 

วิญญาณบาป เดชผีพราย แผนเขมือบ แดนมหัศจรรย์ ฤทธิ์ห้าแฝด พระเตมีย์ใบ้ และยิ้มด่อง คืออีกเจ็ดปกในหน้านี้ เล่มสุดท้ายยิ้มด่องเป็นรูปคนป่ากับหมียักษ์เขี้ยวโง้งเขียนโดยอาร์ชา สำนักพิมพ์เสริมปัญญา เสริมปัญญาด้วยนะครับจะบอกให้ เขียนมานี้มิได้เจตนาให้ตลก ผมพูดจริงที่ว่าการ์ตูนเหล่านี้ถ้าใครจะว่าเสริมปัญญาเราก็ไม่เถียง ไม่มีอะไรในโลกรอบตัวเราเลยที่จะไม่สามารถหยิบมาเรียนรู้เพื่อเสริมปัญญาได้ หากไม่เข้าใจเรื่องนี้ก็ป่วยการพูดเรื่องปฏิรูปการศึกษา

เปิดต่อไปที่หน้า 163 มีข้อความสั้นๆ ว่าชัย ราชวัตร เริ่มเขียนการ์ตูนล้อการเมืองลงหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเมื่อปี 1979

ข้ามอย่างรวดเร็วไปที่หน้า 238 เป็นภาพถ่ายหนังสือการ์ตูน คดีข่มขืน งานเขียนของชาตรี (Chatree Sungwornsilp) สำนักพิมพ์สุภาพปี 1987 พร้อมภาพด้านในอีกสามหน้า เคยสังเกตกันมั้ยครับว่าลายมือผู้เขียนคำบรรยายและบัลลูนคำพูดในกลุ่มการ์ตูนเล่มละบาทนี้สวยมากทุกๆ เล่ม ใครเป็นญาติคุณชาตรีฝากแจ้งด้วย

เลื่อนมาด้านขวาหน้า 239 สองรูปบนคือผลงานอมตะของสวัสดิ์ จุฑะรพ อวสานผีเสื้อสมุทร และพระอภัยมณี แค่ลายเส้นก็เด็ดขาดบาดใจหาใดเปรียบมิได้ แล้วเลื่อนมาสองภาพด้านล่าง ข้างซ้ายเป็นการ์ตูนแก๊กเล่มละ 5 บาท ตุ้มตำรวจจอมเปิ่น ซึ่งต้องมีรูปผู้หญิงนมใหญ่โชว์ขาอ่อนแน่ๆ ตามด้วยด้านขวา ขายหัวเราะ ของบันลือสาส์น ซึ่งนมใหญ่กว่าและขาอ่อนสูงกว่า

หนังสือทั้งสองเล่มที่ยกตัวอย่างนี้มาจากทศวรรษที่ 90 ทั้งคู่ เล่มขวาราคา 12 บาท

 

หนังสือตัวอย่างจากไทยแลนด์นี้เป็นส่วนหนึ่งของรูปประกอบขนาดใหญ่เต็มสองหน้าสีจำนวนสามสิบกว่ารูปจากประเทศต่างๆ ทั่วทั้งเอเชียในบทที่ว่าด้วยเรื่องวาบหวามและการเซ็นเซอร์

ไม่ต้องเปิดให้ดูก็เดาได้ว่าของญี่ปุ่นนั้นแหวกและถ่างมากที่สุด ของประเทศอื่นๆ จะโป๊น้อยกว่า

ดูเหมือนของเราจะโป๊น้อยที่สุด

สรุปว่าเรามีศีลธรรมดีที่สุดในเอเชีย ใช่หรือ?

บทความก่อนหน้านี้เครื่องเคียงข้างจอ / วัชระ แวววุฒินันท์ / รักแลกภพ
บทความถัดไปวิกฤต “โควิด-19” ก่อสัญญาณอันตรายเอเชีย ‘สึนามิว่างงาน’ รอปะทุ