ต่างประเทศ : ชาติเสี่ยงคลื่นโควิดระบาดระลอกสอง

ตราบใดที่ยังไม่มีการพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ได้สำเร็จ ก็เลี่ยงไม่ได้ที่ผู้คนทั่วโลกจะต้องใช้ชีวิตอยู่กันอย่างหวาดระแวงต่อไป

ซึ่งสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศยังคงมีอาการหนักที่มีการระบาดเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคละตินอเมริกา ที่กล่าวได้ว่ากลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดแห่งใหม่ของโลกอยู่ในขณะนี้ ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตพุ่งขึ้นรวดเร็วมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบราซิล ที่เป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงแค่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น

ซึ่งเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ในวันเดียวบราซิลมีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทำสถิติสูงถึง 54,771 ราย

ทำให้จนถึงวันที่ 24 มิถุนายน บราซิลมียอดผู้ติดเชื้อสะสมรวมอยู่ที่ 1,151,479 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 52,771 รายแล้ว

 

อีกสถานการณ์น่าห่วงที่ต้องจับตาคือในบางประเทศที่สามารถควบคุมสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 เอาไว้ได้แล้ว แต่กลับมาเกิดการระบาดซ้ำ หลังจากทางการเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ประเทศลงเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศกลับมาขับเคลื่อนได้ จนหวั่นๆ ว่าจะเกิดการระบาดระลอกสองของไวรัสโควิด-19 ขึ้น

ซึ่งจากประสบการณ์ของโลกที่ผ่านมาอย่างในวิกฤตการระบาดของไข้หวัดสเปนเมื่อประมาณร้อยปีก่อน บ่งชี้ว่าการระบาดระลอกสองมีความรุนแรงหนักหน่วงยิ่งกว่าการแพร่ระบาดในระลอกแรกอยู่มาก

โดยประเทศที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากไทยเรา ที่กลับมาพบการระบาดซ้ำของไวรัสโควิด-19 ที่ต้องจับตาล่าสุดคือในจีน หลังพบคลัสเตอร์ใหม่ หรือผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ในกรุงปักกิ่ง เมื่อเกือบ 2 สัปดาห์ก่อน

ซึ่งจากการติดตามรอยโรคพบว่าคลัสเตอร์ใหม่กลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกับตลาดซินฟาตี้ ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งอาหารแห่งใหญ่ในปักกิ่ง จนถึงขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อจากการพบการระบาดซ้ำนี้ในกรุงปักกิ่ง เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 200 รายแล้ว

ส่งผลให้รัฐบาลจีนต้องฟื้นมาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มข้นกลับมาบังคับใช้ในกรุงปักกิ่งอีกรอบ

 

เกาหลีใต้เป็นอีกประเทศที่พบการระบาดซ้ำของไวรัสโควิด-19 หลังพบคลัสเตอร์ใหม่ในกรุงโซล ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ติดเชื้อที่มีต้นตอรอยโรคมาจากกลุ่มนักเที่ยวในย่านสถานบันเทิงในกรุงโซล เริ่มพบตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อันเป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลเกาหลีใต้เริ่มปลดล็อกมาตรการคุมเข้มเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ลงเช่นกัน

โดยหลังจากนั้นเกาหลีใต้ที่สามารถควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนาไว้ได้แล้วก่อนหน้านี้ กลับมามีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นวันละหลายสิบราย ซึ่งเป็นการติดเชื้อในชุมชนในกรุงโซลและพื้นที่โดยรอบ

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (เคซีดีซี) ของเกาหลีใต้ ยังออกมาแถลงยอมรับเป็นครั้งแรกเองด้วยว่าการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเกาหลีใต้ เข้าสู่ระลอก 2 มาตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมาแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ในกรุงโซล หลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มของรัฐบาล

สถานการณ์ในญี่ปุ่น เป็นอีกพื้นที่ที่ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงสาธารณสุขชี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเผชิญการระบาดระลอกสอง โดยกรุงโตเกียว หนึ่งในพื้นที่ระบาดหนักของไวรัสโควิด-19 ในญี่ปุ่น กลับมามีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นรายวันเป็นหลักหลายสิบรายต่อเนื่องเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งกลุ่มผู้ติดเชื้อดังกล่าวส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงยามราตรีหลายแห่งในกรุงโตเกียว

ในออสเตรเลีย ที่เคยควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ไว้ได้ดีแล้ว กลับมามีอาการไม่สู้ดีขึ้นอีก หลังจากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นหลายสิบรายในรัฐวิกตอเรีย ส่วนใหญ่อยู่ในนครเมลเบิร์น เมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ

ซึ่งในวันที่ 17 มิถุนายน รัฐวิกตอเรียมีรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 21 ราย ถือเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงสุดในวันเดียวของรัฐวิกตอเรียในรอบกว่าหนึ่งเดือน

โดยผู้ว่าการรัฐวิกตอเรียออกมาเตือนว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังห่างไกลจากคำว่าสิ้นสุด และล่าสุดมีรายงานว่าทางการออสเตรเลียระดมส่งกำลังทหารเข้าไปสนับสนุนรับมือกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในรัฐวิกตอเรียแล้ว

นอกเหนือจากการนำมาตรการจำกัดคุมเข้มกลับมาใช้ พร้อมกับเร่งระดมตรวจหาเชื้อไวรัสให้กับประชาชนเพื่อสกัดการแพร่ระบาด

 

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนให้ข้อชี้แนะถึงความเสี่ยงภัยของคลื่นการระบาดระลอกสองว่า แม้หลายประเทศจะมีการติดอาวุธรับมือกับการเกิดกลุ่มผู้ติดเชื้อกลุ่มก้อนใหม่ที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับการเผชิญการแพร่ระบาดของโรคในช่วงแรกๆ

แต่การติดต่อแพร่เชื้อในชุมชนยังคงเป็นความเสี่ยงภัยสำคัญที่จะทำให้เกิดการระบาดระลอกสองขึ้นได้

ซึ่งความท้าทายสำคัญคือการอย่าลดการ์ดป้องกันที่มีอยู่ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดและกลไกที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถควบคุมคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อกลุ่มเล็กๆ เอาไว้ให้ได้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้การแพร่ระบาดลุกลามขยายวงออกไปจนยากเกินควบคุม

อี ฮอน จง ศาสตราจารย์กิตติคุณจากโรงพยาบาลเด็กแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลของเกาหลีใต้บอกว่า การแพร่ระบาดเป็นวงกว้างและอย่างรวดเร็วของไวรัสเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากมีการผ่อนคลายการเว้นระยะห่างทางสังคม อย่างในเกาหลีใต้ นั่นทำให้การระบาดระลอกสองสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อจนกว่าจะมีวัคซีนออกมาใช้ได้จริง หรือ 60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อจะมี Herd Immunity หรือประชากรมีภูมิคุ้มกันจำนวนมากพอจนเชื้อไวรัสไม่สามารถแพร่กระจายได้

ด้านไมเคิล เบเกอร์ อาจารย์ประจำภาควิชาสาธารณสุข มหาวิทยาลัยโอทาโกในนิวซีแลนด์ชี้ว่า ความเป็นไปได้ของการเกิดการระบาดระลอกสองนั้นขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์ที่แต่ละประเทศนำมาใช้ โดยเบเกอร์บอกว่าหลายชาติในเอเชียอาจเรียนรู้ได้จากบทเรียนของการต่อสู้รับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในรอบแรกมาแล้วได้

และแนวทางสำคัญที่ควรยึดไว้ให้มั่นคือการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อลดการติดต่อแพร่เชื้อ ตลอดจนการปูพรมตรวจหาเชื้อและการติดตามรอยโรคกับผู้ติดต่อสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ

โดยสรุป สิ่งใดทำไว้ดีแล้ว ให้ทำต่อไป อย่าการ์ดตก จะได้ไม่เสี่ยงเกิดการระบาดระลอกสอง

 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย.63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้ศัลยา ประชาชาติ : “แบงก์ชาติ” ถอดบทเรียนปี “40 สกัดเศรษฐกิจทรุดยาว สั่งแบงก์งดจ่ายปันผล-งดซื้อหุ้นคืน
บทความถัดไปจรัญ พงษ์จีน : ศึกย่อยภายใน “เพื่อไทย” และ “พลังประชารัฐ”