ยานยนต์ สุดสัปดาห์/ สันติ จิรพรพนิต /เจาะสเป๊ก 2 เก๋งสปอร์ตต่างสายพันธุ์ ‘โตโยต้า Supra’ – ‘เบนซ์ C 300’

สันติ จิรพรพนิต

ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต cars@khaosod.co.th

เจาะสเป๊ก 2 เก๋งสปอร์ตต่างสายพันธุ์

‘โตโยต้า Supra’ – ‘เบนซ์ C 300’

วี้ดวิ้วกันแน่นอนสาวกพันธุ์สปอร์ต กับการมาถึงของ ‘โตโยต้า จีอาร์ ซูปรา’ (Toyota GR Supra 2020 Edition) เก๋งสปอร์ต 2 ประตู และการอวดโฉมเมอร์เซเดส-เบนซ์ ‘C 300 e AMG Sport’

แม้รายหลังจะเป็นรถแบบ 4 ประตู แต่การออกแบบและอารมณ์การขับขี่ไม่ต่างจากเก๋งสปอร์ตสักเท่าไหร่

เริ่มกันที่รุ่นที่เพิ่งอวดโฉม ‘โตโยต้า จีอาร์ ซูปรา’ พัฒนาและแนะนำสู่ตลาดอย่างเป็นทางการโดย Toyota GAZOO Racing แบรนด์รถแข่งมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของโตโยต้า

ถ่ายทอดประสบการณ์อันเป็นที่สุดแห่งการผสมผสานสุดยอดสมรรถนะในการขับขี่ และเอกลักษณ์สไตล์รถสปอร์ตได้อย่างลงตัว ภายใต้แนวคิด ‘Condensed Extreme’ ที่มุ่งเน้นการจัดสรรองค์ประกอบและมิติต่างๆ ของตัวรถให้ส่งเสริมสมรรถนะอันโดดเด่นของรถ

กระจังหน้าเอกลักษณ์ของซูปรา ไฟหน้า Adaptive LED แบบ 6 เลนส์ พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)

ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED

ส่วนไฟท้าย ไฟตัดหมอกหลัง และไฟเบรกดวงที่ 3 เป็บแบบ LED ทั้งหมด

แบ่งช่องดักลมด้านหน้าออกเป็น 3 ช่องขนาดใหญ่ เพื่อให้ลมไหลผ่านตัวรถได้ดีขึ้น

แนวสันด้านข้างตัวถังที่ถูกกดให้ต่ำและโป่งนูนออกมามากเป็นพิเศษ ส่งผลให้รถมีการบังคับควบคุมและมีเสถียรภาพในระดับสูง

กระจกมองข้างแบบลดการเกาะตัวของหยดน้ำ (Hydrophilic) พร้อมปรับไฟฟ้า, ระบบบันทึก และปรับลดแสงอัตโนมัติ

ท่อไอเสียคู่

ล้ออัลลอยสีดำด้าน ขนาด 19 นิ้ว

ตกแต่งคาลิปเปอร์เบรกที่ล้อด้านหน้า ด้วยโลโก้ ‘Supra’

 

ภายในโทนสีดำ พวงมาลัยขนาดเหมาะมือพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่นและแป้นเปลี่ยนเกียร์ (Paddle Shift)

หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ (MID) แบบ 3 มิติ หน้าจอ HUD แสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี

เบาะนั่งหนังแท้ทรงสปอร์ตมีให้เลือกทั้งสีดำ-แดง หรือดำ-น้ำเงิน คู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบ Heater และปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า

เครื่องเสียงพร้อมระบบนำทาง และลำโพง JBL 12 ตำแหน่ง สั่งการผ่านจอระบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 2 โซน (ปรับอิสระแยกซ้าย-ขวา)

กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ

เบรกมือไฟฟ้า (EPB)

อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า 12V 2 ตำแหน่ง ที่คอนโซล และที่เก็บสัมภาระด้านท้าย

ระบบสตาร์ตอัจฉริยะ และระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Push Start and Smart Entry)

ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน DOHC 6 สูบ 24 วาล์ว เทอร์โบ ขนาด 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 387 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

เพิ่มค้ำโช้กและปรับช่วงล่างใหม่ เพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง ลดการบิดของตัวถัง ให้เสถียรภาพในการเข้าโค้งที่ดียิ่งขึ้น

ความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกในการขับขี่จัดเต็ม เด่นๆ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (DRCC) แบบ All-Speed Range, ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (PCS)

ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (LDA)

ระบบป้องกันล้อล็อก, ระบบควบคุมการทรงตัว, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี, ระบบตรวจวัดและแจ้งเตือนลมยาง

กล้องมองภาพขณะถอยหลัง ถุงลมนิรภัยรอบคัน ฯลฯ

‘โตโยต้า จีอาร์ ซูปรา’ ราคา 5,199,000 บาท

 

ส่วนเมอร์เซเดส-เบนซ์ C 300 e AMG Sport เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดดีไซน์สปอร์ตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า EQ Power เจเนอเรชั่นที่ 3

รูปลักษณ์ภายนอกเด่นด้วยไฟ LED ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ดีไซน์ที่สะดุดตาของไฟหน้าและไฟท้ายซึ่งส่องสว่างในตอนกลางวัน จะส่องสว่างอย่างโดดเด่นในตอนกลางคืน

ระบบไฟหน้าแบบ LED High Performance ช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น

ชุดตกแต่งภายนอกแบบ AMG Body styling พร้อม Night Package สีดำเงา ทั้งในส่วนของกระจังหน้า กันชนหน้า และกันชนหลัง

ล้ออัลลอย AMG 5 twin-spoke ขนาด 18 นิ้ว ตกแต่งด้วยสีดำ

ห้องโดยสารเริ่มตั้งแต่วัสดุตกแต่งห้องโดยสารแบบ Open-pore black ash wood และอะลูมิเนียม

เบาะนั่งแบบสปอร์ตที่หุ้มด้วยหนัง Artico leather สีดำตัดสลับด้วย DINAMICA Micro-fibre ไปจนถึงแผงหน้าปัดดิจิตอลเต็มรูปแบบ

หน้าจอเรือนไมล์ความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้มากถึง 3 สไตล์ ได้แก่ Classic, Sporty และ Progressive

ยังสามารถปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้ตามต้องการ เพื่อลดขั้นตอนการเข้าเมนู และทำให้ผู้ขับขี่ใช้เวลาในการอ่านข้อมูลน้อยลง ไม่ต้องละสายตาจากถนนเป็นเวลานาน

 

ระบบความบันเทิง Audio 20 สามารถใช้งานได้ทั้งบนหน้าจอสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว และบนพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น

เชื่อมต่อสมาร์ตโฟน พร้อมระบบ Apple CarPlay รวมถึงทุกฟังก์ชั่นบนระบบ Audio 20 GPS ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มีการรบกวนผู้ขับขี่น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

และอีกหนึ่งไฮไลต์ในห้องโดยสารของ Mercedes-Benz C 300 e AMG Sport ก็คือ แสงในห้องโดยสารสามารถปรับเปลี่ยนได้สูงสุด 64 สี ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสร้างบรรยากาศของห้องโดยสารที่ชอบ และเติมเต็มอารมณ์การขับขี่ที่ต้องการได้ทุกครั้ง

ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1,991 ซีซี ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 9 จังหวะแบบ 9G-TRONIC ที่ให้กำลังสูงสุด 320 แรงม้า ให้แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร

เมื่อผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นอีกที่ 122 แรงม้า

เมื่อขับขี่ด้วย E-Mode ไปไกลกว่าเดิมถึง 30% หรือพิสัยการวิ่งถึง 50 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ที่สามารถทำได้ในเวลาเพียง 5.4 วินาที

อุปกรณ์ความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกมาครบครันสไตล์รถยุโรป

นอกจากสวยและซิ่งได้ใจแล้ว ราคาถือว่าน่าคบหาสำหรับรถจากค่ายดาวสามแฉก

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ‘C 300 e AMG Sport’ ราคา 2,699,000 บาท

 

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้“ผมเบื่อกับความกลัวแล้ว!” “รังสิมันต์ โรม” พรรคก้าวไกล หน้าที่ผู้แทนฯ คือ ต้องพูดทุกปัญหาของประชาชน
บทความถัดไปบทความพิเศษ/นงนุช สิงหเดชะ / ‘วันเฉลิม’ หายตัวที่กัมพูชา ถูก ‘ด้อยค่า’ หรือ ‘เพิ่มมูลค่า’ เกินจริง??