อนุสรณ์ ติปยานนท์ : คุณค่ามากกว่ารสของเกลือ

อนุสรณ์ ติปยานนท์frontfirework@hotmail.com

ปากะศิลป์ฉบับอ่านใหม่ (35)
เรื่องเล่าจากเหมืองเกลือ (จบ)

หนทางดูขรุขระ ป่าหน้าแล้งดูไม่น่าเหมาะแก่การเดินชม ไม่นับว่าสิ่งที่เขาต้องการไปถึงไม่ใช่ป่า หากแต่เป็นดินแดนที่แห้งแล้งกว่า

เมื่อเขาบอกกับรถรับจ้างว่าเขาต้องการเดินทางมาที่บ่อเกลือ และต้องการชมเพียงแค่บ่อเกลือเท่านั้น

ชายคนขับยักไหล่อย่างไม่เห็นด้วยก่อนจอดรถแล้วตามด้วยถ้อยคำ “ตามใจคุณ หากคุณยืนยันเช่นนั้น ผมจะรอที่นี่ก็แล้วกัน”

ระหว่างทางเขาแลเห็นเกลือที่ถูกขายในตะกร้า เกลือที่ถูกผลิตขึ้นจากผืนดิน เกลือที่มีตำนานนานนับร้อยปีพันปีหรืออาจยาวนานกว่านั้น เกลือที่ดำรงอยู่ก่อนการมาถึงของผู้คน

จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่เขาไม่เคยคิดจะมาเยือน เช่นเดียวกับอุดรฯ เช่นเดียวกับพิษณุโลก เช่นเดียวกับปัตตานี แต่ตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่เขากลับจากการเดินทางไกล เขาตระเวนไปตามจังหวัดเหล่านี้

บ่อเกลือที่นครไทย บ่อเกลือที่บ้านดุง นาเกลือที่ตันหยงลุโละ จนถึงบ่อเกลือที่จังหวัดน่าน

เส้นทางการเดินทางของเขามีเป้าหมาย ไม่ไร้ทิศทาง ไม่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดดังก่อน

บัดนี้เส้นทางของเขาชัดเจน มีความหวัง เขากำลังตามหาเกลือและรสของเกลือ

 

ก่อนการจากลาโปแลนด์ เขากอดกับหญิงสาวแรกรุ่นผู้นั้นที่สนามบิน

เรื่องเล่าจากเหมืองเกลือของเธอรวมถึงเรื่องราวของจามอนทำให้เขายุติการเดินทางแบบไร้จุดหมาย

เขาเล่าให้เธอฟังถึงความเจ็บปวดจากชีวิตสมรสที่อับปาง

เขาเล่าให้เธอฟังถึงการระเหเร่ร่อนที่ปราศจากคุณค่าใดๆ

เขาเล่าให้เธอฟังถึงการหลบหนีแบบคนอ่อนแอดังที่เขาเคยทำมา

และเขาเล่าให้เธอฟังว่าเขาพบจุดสิ้นสุดของการเดินทางนี้เพราะเธอได้อย่างไร

“ผมอาจได้พบกับคุณอีกหรืออาจไม่ได้พบกันอีกเลยในชีวิตนี้ แต่โปรดรู้ด้วยว่าผมเป็นหนี้ชีวิตจากถ้อยคำของคุณ ผมจะมีชีวิตใหม่นับจากนี้ มีชีวิตใหม่จากเรื่องเล่าของคุณ”

หลังเครื่องบินแตะพื้นประเทศเกิด หลังการกลับบ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงและหยากไย่

เขาทำความสะอาดบ้าน ทิ้งสิ่งของที่ไม่จำเป็น ทำความสะอาดฝาผนัง ติดแผนที่ประเทศไทย

เขาเริ่มต้นค้นหาข้อมูลว่าที่ใดบ้างในประเทศที่มีเกลือ

เขานึกถึงแม่ของหญิงสาวผู้นั้นที่รับรสเค็มไม่ได้

เขานึกถึงแม่ของตนเองที่รับรู้ได้แต่รสเค็มเพียงอย่างเดียว

เขานึกถึงผู้คนที่เต็มไปด้วยบาดแผลเช่นนั้น

เขานึกถึงความน่าเศร้าของผู้คนที่จมอยู่กับบาดแผลของตนเอง ไม่มีหรอกผู้คนที่ไม่อาจรับรู้รสเค็มได้ ไม่มีหรอกผู้คนที่ลิ้มรสเค็มได้เพียงอย่างเดียว มีแต่คนที่คิดว่าตนเองเป็นเช่นนั้นต่างหาก มีแต่คนที่คิดว่าตนเองเป็นแบบนั้นและพยายามยัดเยียดตนเองให้เป็นแบบนั้น

พวกเขาสร้างโลกที่ลงทัณฑ์เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแบบนั้นและขังตนเองไว้ข้างใน พวกเขาติดอยู่ในกับดักของตนเองตลอดกาล

และเขาจะไม่มีวันเป็นแบบนั้น เขาจะไม่มีวันติดอยู่ในกับดักของตนเอง

 

เขาเลือกเส้นทางการเดินทาง กำหนดความรู้สึกและอารมณ์ของตนเองเมื่อเดินทางไปถึงสถานที่เหล่านั้น

เขาซื้อขวดโหลจำนวนมาก พกมันติดตัวไป เมื่อไปถึงสถานที่ดังกล่าว เขาจะบรรจงกรอกเกลือที่ได้มาใส่ขวดโหลเหล่านั้น ติดป้ายชื่อให้มัน

เขากำหนดชื่อให้เกลือ กำหนดที่มา ลิ้มรสมัน บอกกับตนเองว่านี่คือรสชาติจากผืนดิน มันคือความจริงจากผืนดิน รสชาติคือรสชาติ เปรี้ยว หวาน ขม และเค็ม คือรสชาติที่มีอยู่จริง มันมีอยู่จริงดังประสาทสัมผัสทั้งหลายของเขา ตาที่มองเห็นภาพ หูที่ได้ยินเสียง จมูกที่ได้กลิ่น ลิ้นที่ได้รส และสัมผัสที่ได้สัมผัส

เขาปลุกสิ่งที่เขาใช้รับรู้โลกอีกครั้ง เปิดตนเองออก

การเปิดตนเองออกที่จะสัมผัสสิ่งใหม่ คือการพร้อมที่จะออกจากกับดักของตนเอง คือการพร้อมที่จะรับรู้โลกอีกครั้ง คือการพร้อมที่จะมีความรักใหม่อีกครั้งหนึ่ง

เขายอมรับว่าชีวิตสมรสของเขาอับปาง แต่หมดเวลาแล้วที่จะโทษว่าเป็นความผิดของใคร

ชีวิตคู่เกิดจากคนสองคน เมื่อมันล้มเหลว มันคือการล้มเหลว มีความผิดในทั้งคู่มากบ้างน้อยบ้าง ป่วยการไปไยที่จะแสวงหาความผิดในอีกฝ่าย เปิดตนเองขึ้นสิและเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

เขาบอกตนเองเช่นนั้น

 

เช้าวันที่เขาเดินตามชายชราชาวมุสลิมคนหนึ่งไปตามคันนาเกลือ แสงแดดยามเช้าส่องผืนน้ำทะเลที่ถูกกักไว้ในตารางสี่เหลี่ยม ชายชาวมุสลิมที่ปลดปล่อยท่อนบนดำกร้าน อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ โสร่งยาวของชายผู้นั้นดูเป็นดังเครื่องแบบอันศักดิ์สิทธิ์ ชายผู้นั้นหยิบเม็ดเกลือเม็ดหนึ่งจากบริเวณนั้น “รสชาติของเกลือหวาน มานิส การัม คุณลองชิมดู”

แน่นอนไม่มีเกลือที่หวาน เช่นเดียวกับไม่มีน้ำตาลที่เค็ม มะนาวที่ขม หรือบอระเพ็ดที่เปรี้ยว ทุกอย่างในโลกมีรสเฉพาะตัว แต่เกลือที่เขาลิ้มรสจากมือชายชราผู้นั้นไม่เค็มดังที่เขาคาด และไม่หวานดังที่เขาคิด มันมีรสของมัน รสจากผืนดินและท้องทะเลที่นั่นเอง

เขานำขวดเกลือขวดแรกจากตันหยงลุโละ วางลงบนชั้น จ้องมองมัน

เกลือที่เดินทางมาไกลถูกเขาเก็บอย่างถนอม เขามีที่ทางให้มัน

ขวดเกลือขวดนั้นเป็นดังหลักฐานพยานว่ามันมีตัวตนจริง มันกำเนิดจากผืนดิน นำพารสชาติให้ผู้คนอื่น เป็นที่พึ่งพาของบุคคลอื่น เขาเองก็เช่นกัน ต้องตั้งมั่น ดำรงตนให้ได้

เขาต้องมีที่ทางให้บุคคลอื่น เป็นที่พึ่งพาให้กับบุคคลอื่นได้ เขาต้องลุกขึ้นและปกปักความรักครั้งใหม่ของตนเองอย่างถึงที่สุด

เขาต้องมีรสชาติเฉพาะไม่ต่างจากเกลือขวดนี้

 

ออกจากท้องทะเล เขากลับสู่ป่า รถรับจ้างสองแถวพาเขาเข้าไปในหมู่บ้านเล็กๆ แถบบ้านดุง

ชาวบ้านแถวนั้นยังทำเกลือจากดิน เกลือสินเธาว์ รางเกลือขนาดยาวที่ใส่น้ำเกลือรอการระเหย รอการต้ม เก่าคร่ำคร่า แตกต่างไปจากเกลือท้องทะเล เกลือบนผืนดินมีความผูกพันไม่เพียงแต่ผู้คน มันยังมีความผูกพันกับเทพาอารักษ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นอีกด้วย เกลือจากผืนดินมีฤดูกาล มีผู้ที่เคยอยู่มาก่อนดูแล การได้เกลือมาเป็นสิทธิอนุญาตจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สูงส่งกว่า มันคือการอนุญาตให้นำสิ่งมีค่าที่สุดออกจากพื้นที่ สิ่งมีค่าที่ใช้ปรุงรส หมัก ดอง อาหารนานาและเลี้ยงผู้คนในบริเวณดังกล่าวมาเนิ่นนาน

เขาวางเกลือขวดที่สองลงบนชั้น ความเคารพที่เขามีต่อเกลือเพิ่มขึ้นทุกขณะ ไม่ใช่เฉพาะเหมืองเกลือในโปแลนด์ที่มีนักบุญดูแล ลึกลงไปในแผ่นดิน เกลือเป็นสิ่งที่มีค่าและพึงเคารพ

เขาจ้องมองขวดเกลือจากบ้านดุง คารวะและนบนอบมัน

พ้นจากป่าเขาขึ้นสู่หุบเขา

“ไม่มีใครสนใจแหล่งเกลือที่ว่านี้นานแล้ว” ชายนำทางบอกเขา

“ผมพานักท่องเที่ยวผ่านเส้นทางนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ทุกคนถามถึงแต่สถานที่ถ่ายรูป ตรงไหนเล่าที่จะเห็นทะเลหมอก ตรงไหนเล่าที่จะหาที่พักที่จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้สวยที่สุด พวกเขาเห็นเหมืองเกลือเป็นเพียงสิ่งปรักหักพัง แต่เกลือที่นี่ที่นครไทย เลี้ยงผู้คนแถบริมน้ำโขงและบริเวณนี้มานานนับร้อยปี ถ้ามีโอกาสคุณควรเดินทางต่อไปที่น่าน ที่นั่นมีบ่อเกลือที่เลี้ยงดูผู้คนในทางตอนเหนือขึ้นไปอีก”

“เกลือไม่ใช่ตัวแทนของรสชาติเท่านั้น หากแต่เกลือคือตัวแทนของผู้คน”

 

เขาจดถ้อยคำของชายผู้นั้น นำเกลือที่ได้มาใส่ขวด เดินทางขึ้นเหนือต่อมาจนถึงจังหวัดน่านและมาถึงบ่อเกลือ เขาเดินทางอย่างไม่ลดละจนบรรลุถึงเป้าหมาย และวินาทีนี้เอง เขาเพ่งมองดูบ่อเกลือที่เป็นดังตำนาน

ราวครึ่งชั่วโมงเขากลับลงมาจากบ่อเกลือ แวะที่บ้านของชายคนหนึ่งที่แขวนตะกร้าใส่เกลือ เขาขอปันเกลือจากชายผู้นั้น มอบสิ่งตอบแทนน้ำใจเป็นอาหารแห้งที่เขาเตรียมมา เขาไม่ใช้เงินแลกเกลือ อาจฟังดูไร้สาระ แต่สำหรับเขาเกลือเป็นสิ่งที่ไม่ควรกำหนดราคา

ชายผู้นั้นบอกเขาว่า “ตักได้เท่าที่คุณต้องการ”

แต่เขาตักเกลือจากตะกร้าของชายผู้นั้นเพียงเล็กน้อยใส่ขวดโหลแก้ว กล่าวคำขอบคุณ และกลับมายังที่รถรับจ้าง ชายคนขับยักไหล่อีกครั้งอย่างเกียจคร้าน “ผมบอกคุณแล้วว่าไม่มีอะไรมากที่นั่น เราไปไหนต่อกันดี?”

เขาบอกจุดหมาย ชายคนขับนำเขากลับมาในเมือง เขาวางขวดเกลือไว้ที่โต๊ะเหนือเตียงในห้องพัก นอนหลับอย่างยาวนานจนฟ้ามืด เขาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืด ควานหาโทรศัพท์ส่วนตัวและแทบไม่มีข้อผิดพลาด

เขากดเบอร์โทรศัพท์ของอดีตภรรยา “ผมกลับมาแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมอยากพบคุณ มีหลายสิ่งเหลือเกินที่ผมอยากบอกกับคุณ”

จบ

 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย.63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’ ถก สมช.ชุดเล็ก ก่อนคุยต่อหรือไม่ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินบ่ายนี้ ปลัด สธ.มั่นใจมีผ่อนปรน
บทความถัดไปศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ : ไม่มี “วันสิ้นโลก” ในระบบปฏิทินของชาวมายา