สูตรสำเร็จในชีวิตตามหลักพุทธศาสนา | ว่าด้วยการสงเคราะห์ญาติ พึ่งพาอาศัยกัน

เสฐียรพงษ์ วรรณปก

สูตรสำเร็จในชีวิต (16)

การสงเคราะห์ญาติ (2)

ผมเล่าถึงพระพุทธองค์ ทรงสงเคราะห์พระญาติของพระองค์หลายครั้ง เราชาวพุทธควรจะเอาแบบอย่าง ขนาดพระผู้ตรัสรู้แล้วท่านยังไม่ลืมญาติพี่น้อง ปุถุชนเราก็ไม่ควรลืมพี่ลืมน้อง ควรเป็นที่พึ่งพาอาศัยของกันและกัน

คำว่า “พึ่งพาอาศัยกัน” บอกอยู่ในตัวแล้วว่า ทุกคนต้องเป็นที่พึ่งพาของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย มิใช่คอยแต่จะพึ่งพาเขาท่าเดียว

เช่น พี่อยู่ในฐานะที่จะช่วยเหลือน้องๆ ทางด้านทรัพย์สินเงินทองได้ น้องๆ ก็ต้องช่วยพี่ ด้วยการทำตนให้ดีให้เหมาะสมเป็นการตอบแทนอีกทางหนึ่ง มิใช่คอยแต่จะแบมือขอจากพี่ฝ่ายเดียว อย่างนี้เป็นต้น

การช่วยเหลือเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งช่วยตัวเองได้ เป็นหัวใจของการสงเคราะห์อนุเคราะห์ที่ถูกต้อง

พวกศากยะพระญาติของพระพุทธเจ้านั้นมีข้อด้อยอยู่ประการหนึ่ง คือความหยิ่งในสายเลือดของตน มักดูถูกคนอื่นว่าชาติตระกูลต่ำ

ขนาดพระเจ้าปเสนทิโกศลเจ้าผู้เป็นใหญ่เหนือพวกศากยะยังถูกพวกศากยะดูหมิ่นลึกๆ เลยครับ (แต่ไม่ได้แสดงให้ปรากฏเด่นชัด เพราะกลัวปเสนทิโกศลเล่นงานเหมือนกัน)

เมื่อครั้งปเสนทิโกศลต้องการจะเป็นญาติทางสายเลือดกับพระพุทธองค์ ทรงส่งทูตไปขอนางกษัตริย์จากศากยวงศ์มาอภิเษกสมรส พวกศากยะแอบส่งลูกนางทาสีที่เกิดจากเจ้ามหานามไปให้ พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงสถาปนาให้เป็นอัครมเหสี มีโอรสองค์หนึ่งชื่อวิฑูฑภะ

ต่อมาความลับแตก พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงพิโรธมากกำลังจะยกทัพมาบดขยี้พวกศากยะอยู่พอดี

พระพุทธองค์เสด็จไปห้ามไว้ ทรงอธิบายว่า เชื้อสายทางมารดาไม่สำคัญ ถึงมารดาจะเป็นนางทาสี โอรสก็เป็นของพระองค์ย่อมเป็นโอรสของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่อยู่ดี

พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงเชื่อพระพุทธองค์ ทั้งแม่ทั้งลูกจึงรอดไป แต่ผู้เป็นลูกคือเจ้าชายวิฑูฑภะ ต่อมาไปเยี่ยมพระเจ้าตาที่เมืองกบิลพัสดุ์ ถูกดูหมิ่นเหยียดหยามขนาดว่า นั่งที่ไหน เขาจะเอาน้ำนมมาล้างที่นั่งตรงนั้น เพื่อขับไล่เสนียด

วิฑูฑภะทราบภายหลังจึงผูกอาฆาตว่า เป็นใหญ่มาเมื่อใดจะเอาเลือดในลำคอพวกศากยะล้างตีนตนให้ได้ รอให้เสด็จพ่อยกราชบัลลังก์ให้ไม่ทันใจ จึงปฏิวัติพ่อตั้งตนเป็นกษัตริย์ วันดีคืนดีก็ยกทัพไปหมายจะล้างแค้นให้สาแก่ใจ พระพุทธองค์เสด็จไปห้ามไว้

เสด็จไปประทับใต้ต้นไม้เงาโปร่งในแดนของพวกศากยะ วิฑูฑภะเข้าไปทูลถามว่า ทำไมไม่ประทับใต้ต้นที่เงาหนาทึบ (ซึ่งอยู่แดนแคว้นโกศล)

พระองค์ตรัสเป็นปริศนาว่า “มหาบพิตร ร่มเงาของญาติ ย่อมเย็นกว่า”

วิฑูฑภะรู้ทันทีว่าพระองค์เสด็จมาปกป้องพระญาติ จึงถอยทัพกลับด้วยเกรงพระบารมีพระพุทธองค์

มากี่ครั้งๆ ก็พบพระพุทธองค์ ณ จุดนั้น

ครั้งสุดท้าย พระพุทธองค์ทรงเล็งเห็นกรรมเก่าของพวกศากยะตามทันสุดจะห้ามไว้ได้ จึงไม่ได้เสด็จไปประทับ ณ จุดนั้นอีก วิฑูฑภะจึงได้โอกาสทำลายล้างพวกศากยะเกือบหมดสิ้น ที่เหลือก็หนีกระเจิดกระเจิงไปอยู่ที่อื่น

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดก่อนพุทธปรินิพพานไม่กี่ปี

พระพุทธองค์ตรัสกับเหล่าสาวกในภายหลังว่า “พวกศากยะหยิ่งเพราะชาติและโคตร ดูหมิ่นแม้กระทั่งญาติตนเอง จึงประสบความพินาศปานฉะนี้”


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้เชิญร่วมงานเสวนา-ดนตรี-กวี-ภาพ “จรัลรำลึก” 20 ปีแห่งการจากไปของศิลปินโฟล์คซองคำเมือง “จรัล มโนเพ็ชร”
บทความถัดไปเราต่างก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่น Generation Lockdown | กาแฟดำ