ฟ้า พูลวรลักษณ์ | โชคร้ายของฝ่ายโลกเสรี ที่มีทรัมป์เป็นผู้นำ ทำให้จีนยิ่งรุกหน้า

ฟ้า พูลวรลักษณ์

หนังสือเรียนสำหรับเด็ก เล่มใหม่ (๖๔.๑๙)

โลกของเราทุกวันนี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม

๑ ประเทศจีนที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ มีวิถีชีวิตแบบรวงผึ้ง

๒ ประเทศในโลกตะวันตก ที่เป็นเสรีประชาธิปไตย ที่ยึดมั่นในความเป็นปัจเจก สืบเนื่องความเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

นี้คือปัญหาของโลกทุกวันนี้ หากมีเพียงระบบการปกครองเดียว คงจะดีกว่านี้ แต่ทันทีที่มีสองระบบ มันอาจเกิดเรื่องได้ เกิดการกระทบกระทั่ง เกิดการแข่งขัน หรือเกิดสงคราม

เพื่อนของฉันกลัวว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่สาม แต่ฉันคิดว่าไม่ ด้วยเพราะจีนกับสหรัฐล้วนเป็นมหาอำนาจ มีพลังกว้างใหญ่ใกล้เคียงกัน

ขนาดอินเดียกับปากีสถาน ประเทศมีพรมแดนติดกัน ไม่ถูกกัน มีเรื่องกระทบกระทั่งกันปานใด ก็ไม่อาจเกิดสงครามใหญ่ได้ ด้วยเพราะต่างก็รู้อยู่ ว่าคือการฆ่าตัวตาย

ผู้ชนะเองก็ไม่ได้อะไร หากแต่ต้องสูญเสียอย่างใหญ่หลวง

แต่สงครามแบบใช้ให้คนอื่นมาตายแทน กลับจะเกิดขึ้นบ่อยๆ เหมือนใช้คนอื่นมาเป็นเบี้ยเดินแทน

เหมือนสมัยก่อน ที่สหรัฐกับรัสเซียทำสงครามเย็น รัสเซียก็ใช้เวียดนามและคิวบามาบั่นทอนสหรัฐ ไม่อาจเอาชนะสหรัฐได้ แต่ทำลายเศรษฐกิจได้ บ่อนทำลายความมั่นคงภายในประเทศของสหรัฐได้

ถูกผิดไม่ต้องพูดถึง เพราะมองจากคนละมุม แต่เบี้ยอย่างเวียดนามและคิวบาใช้ได้ผลดีในวันนี้

ก็ในทำนองเดียวกัน สหรัฐพยายามเดินเบี้ยอย่างฮ่องกงและไต้หวัน เพื่อบั่นทอนจีน

แต่ทำไมฮ่องกงและไต้หวันยอมเป็นเบี้ยให้เขาเดิน ยอมตายแทน

อันนี้เป็นเรื่องของความเห็นแก่ตัวเฉพาะหน้า หากฉันเป็นฮ่องกงหรือไต้หวัน ฉันจะไม่ยอมรับข้อเสนอของสหรัฐอย่างเด็ดขาด ด้วยรู้ว่าพวกเขาไม่จริงใจ

เช่น การที่ไต้หวันซื้ออาวุธจากสหรัฐ อาจได้มาราคาถูก อาวุธดี

แต่มันกลับจะไปเร่งให้จีนเกิดความกลัว และยิ่งต้องการใช้กำลังกับพวกเขา ยิ่งรู้สึกว่าปล่อยไว้ไม่ได้

หากไต้หวันไปซื้ออาวุธจากรัสเซีย เยอรมนี ยังจะดีเสียกว่า

สมัยก่อน ที่พรรคคอมมิวนิสต์รัสเซียล่มสลายลง ในสงครามเย็นครั้งที่หนึ่ง ชาวโลกเสรีดีใจกันใหญ่ ต่างฝันหวานว่าอีกไม่นาน พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็คงล้มตาม เพราะเหลือเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้น พี่ใหญ่ล้มไปหนึ่ง ที่เหลือจะทนอยู่ได้สักกี่น้ำ

แต่ทว่ามันเป็นเพียงการคิดไปเอง พรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่เพียงไม่ล้ม หากแต่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่าประสบความสำเร็จสูงสุด

นี้คือความโศกเศร้าของชีวิต ที่ไม่เป็นไปอย่างที่ใจเราคิด หากแต่มันจะเป็นไปตามทางของมันเอง

สองเส้นทางนี้ อะไรดีกว่ากัน อยู่พ้นสติปัญญาของฉัน ใครจะชนะ ก็เช่นกัน ฉันไม่อาจรู้ได้ เหมือนต้นไม้สองพันธุ์ ท้ายสุด ใครจะเจริญงอกงามดีกว่ากัน

ตัวเราเองขึ้นอยู่กับว่า เป็นใคร อยู่ในสภาวะไหน

เช่น หากฉันเกิดมาเป็นคนจีน หนึ่งในพันกว่าล้านคน ฉันก็คงดำเนินชีวิตของฉันไปในระบบนั้น

หรือหากฉันเกิดมาเป็นชาวยุโรป ก็คงอยู่ในอีกระบบหนึ่ง

การต่อสู้กันนั้น คงเป็นในรูปแบบของสงครามเย็นต่อไป

นี้คือสงครามเย็นครั้งที่สอง ไม่ใช่สงครามโลกครั้งที่สาม ประเทศไทยเป็นประเทศเล็ก และอ่อนแอ เป็นเช่นเถาไม้ที่ต้องเลื้อยไปในระหว่างสองต้นไม้ใหญ่นี้

บังเอิญเป็นโชคร้ายของฝ่ายโลกเสรี ที่มีทรัมป์เป็นผู้นำ ทำให้จีนยิ่งรุกหน้า

ในขณะที่โลกเสรีกลับสับสน รวมตัวกันไม่ได้

บางคนอาจรู้แล้วว่า วิธีรับมือกับทรัมป์ คือการอย่าไปสนใจเขา เวลาเขาพูดอะไรก็เหมือนไม่มีคนพูดตอบต่อเขา เหมือนเป็นเซลส์แมนคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าบ้าน

ที่จริงวิธีนี้อาจไม่สุภาพ ไม่ควรใช้ในยามปกติ หากแต่ทว่า เพราะทรัมป์เป็นคนแบบนี้เอง เป็นใครคนหนึ่งที่ต้องการความสนใจ ต้องการพื้นที่ข่าว โดยไม่สนใจว่าเมื่อวานนี้พูดอะไรออกไป

เขาพร้อมจะพลิกลิ้นเสมอ และไม่รับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองพูด

ขนาดเจ้าตัวยังไม่รับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองพูดเลย หากคนอื่นไปเล่นตามเกมของเขา คนอื่นจะมีแต่เสียเปรียบ

ดังนั้น สิ่งที่เหมาะสมที่สุด คืออย่าไปใส่ใจเขา อย่าไปตอบโต้เขา เขาจะดิ้นตายไปเอง ด้วยไม่มีใครสนใจ

ความน่าสะพรึงกลัวอยู่ที่ว่า เราไม่รู้เลยว่าทรัมป์จะสร้างผลเสียอะไรให้กับโลก หรือตัวประเทศของเขาเอง เขาอาจเป็นต้นเหตุทำให้เกิดสงครามกลางเมือง ผสมโรคระบาดใหญ่ ด้วยเพราะเขาบริหารประเทศแบบเซลส์แมน ซึ่งไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริง

ขอให้รู้ว่า สหรัฐจะเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นก่อนที่จะไปรบกับจีน

๓สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ ผลงานของพวกเขาเห็นเด่นชัดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เขาคือผู้ปราบจักรวรรดินาซีและจักรวรรดิญี่ปุ่นลงได้

และเขาเป็นประเทศแรกที่ค้นพบระเบิดนิวเคลียร์ และเป็นชาติแรกที่เหยียบดวงจันทร์

แต่นอกจากนี้ ก็ไม่มีอะไรที่น่าประทับใจ ในทางตรงกันข้าม เหมือนหมดบุญ ชาตินี้มีสิ่งเลวร้ายมากมาย ความหยาบช้าอย่างเหลือจะประมาณ ที่จริงส่วนดีของชนชาตินี้ก็มีไม่น้อย เป็นมนุษย์ที่เปิดกว้าง แฟร์ น่ารัก

แต่ทว่าสิ่งชั่วร้ายของคนชาตินี้มีมากกว่า และจะเห็นได้เด่นชัดในยุคนี้ เมื่อทรัมป์ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี และเขาคือตัวแทนของชาวอเมริกันส่วนใหญ่

นาซีประกาศนโยบาย The Third Reich for a Thousand Year แต่ทว่าอาณาจักรนาซีอยู่ได้แค่ ๑๒ ปีเท่านั้นเอง

เช่นเดียวกับอาณาจักรของจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่ประกาศว่าจะมาอยู่นานเป็นหมื่นปี

แต่อยู่ได้แค่ ๒๕ ปีก็ดับสลาย

ดังนั้น เมื่อทรัมป์ประกาศว่า The Great American for a Thousand Year เราก็อดหวาดเสียวไม่ได้ ว่าสหรัฐจะเป็นมหาอำนาจได้อีกกี่ปี มันฟังดูคุ้นๆ

ที่จริงวันนี้พวกเขาก็จ่ายราคาแพงมากแล้ว ด้วยเพราะวันนี้พวกเขาคือชาติที่เห็นแก่ตัวที่สุด ไม่มีเพื่อนเลย และมีคนมากมายสาปแช่ง และคอยซ้ำเติม

หากวันนั้นมาถึง ชาติอเมริกาเสื่อมลงไปมาก ความเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งสูญสิ้นไปในสมัยของทรัมป์นี่เอง ที่จริงมันค่อยๆ เสื่อมลงตามธรรมชาติ มือของพวกเขาที่ยึดโลกไว้ กำลังค่อยๆ คลายลง

แต่หากเราสังเกตประเทศจีน พวกเขาก็เป็นเช่นนี้มานานห้าพันกว่าปี กล่าวคือ รวมแล้วแยก แยกแล้วรวม

ชาติจีนเป็นอย่างนี้ อย่างเป็นธรรมชาติ

กล่าวคือ จะมีบางยุคที่มีรัฐบาลกลางที่เข้มแข็ง ทำงานดี เกิดเป็นราชวงศ์ที่อยู่นาน อาจนานหลายร้อยปี

วันนี้จีนมีราชวงศ์คอมมิวนิสต์ ที่กำลังรุ่งเรือง ด้วยมีผู้นำที่เก่ง เพียงแต่พวกเขาจะอยู่ได้นานกี่ปี อาจจะห้าสิบปี หรือเก่งมาก ดวงดีมาก ก็นานถึงหลายร้อยปี

แต่ทว่าแล้ววันหนึ่ง พวกเขาก็ต้องแตก กระจายเป็นเสี่ยงๆ เกิดแว่นแคว้น ที่มีอ๋องเป็นผู้นำแคว้นเหมือนสมัยก่อน

จีนมียุคแตกแยกใหญ่น้อย หลายต่อหลายครั้ง แทรกผสมกับการเกิดราชวงศ์ ราวกับว่านี้คือลายผ้า ที่เรียกว่าจีน

หากถอยห่างออกมองดู ประเทศจีนก็หลีกพ้นชะตากรรมแบบนี้ไม่ได้ ด้วยนี้คือพลังของธรรมชาติ ที่เรียกว่าหยินหยาง มันลึกซึ้งเกินมนุษย์ กว้างใหญ่กว่ารัฐบาลไหนจะไปแก้ไขได้ มันเกิดขึ้นแล้วก็เปลี่ยนไป เฉกเช่นฤดูกาล

ปัจเจกชนแต่ละคน ล้วนเกิดและตาย อายุไม่เกินหนึ่งร้อยปี เราจึงอยู่ในเหตุการณ์ แต่เราไม่อาจทำอะไรได้มาก นี้ก็เป็นโศกนาฏกรรมของชีวิต

เราเหมือนสาหร่ายเล็กๆ ที่ล่องลอยในมหาสมุทร เลื่อนไหลไปตามกระแสสมุทร


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้คุยกับ “ลูกสาวเท่ง เถิดเทิง” พลอย มงกุฎเพชร ผู้มีความฝัน
บทความถัดไปภาคที่สอง ชีวิตหลากรสชาติของ “ลูกจีไอ” ชื่อ “กัมปนาท อั้งสูงเนิน”