อนุสรณ์ ติปยานนท์ : รสชาติซุปของความคิดถึง

อนุสรณ์ ติปยานนท์frontfirework@hotmail.com

ปากะศิลป์ฉบับอ่านใหม่ (34)
เรื่องเล่าจากเหมืองเกลือบทที่สิบสอง

อาหารเช้าของทั้งคู่เริ่มต้นในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา

โรงแรมแห่งนี้พลุกพล่านไปด้วยผู้คน แตกต่างจากโรงแรมเก่าในเมืองที่พวกเขาจากมา

เขาหยิบหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่ตรงทางเข้าขึ้นตรวจสอบวันที่

มันเป็นวันอาทิตย์นั่นเองที่ทำให้โรงแรมแห่งนี้เต็มไปด้วยครอบครัวและผู้คน เด็กเล็กๆ พากันวิ่งเล่นในห้องอาหารอย่างสนุกสนาน ไม่สนใจเสียงเรียกของแม่ที่ต้องการให้อาหารเช้าของพวกเขาจบลงเสียที

โต๊ะทุกโต๊ะมีคนจับจอง โดยเฉพาะโต๊ะที่ติดบานหน้าต่างยาวจรดผนังซึ่งเผยให้เห็นถึงท้องทะเลภายนอก

ท้องทะเลดูจะมอบความแจ่มใสเบิกบานให้กับทุกคน มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ

แม้ว่าเมืองท่าแห่งนี้จะเต็มไปด้วยความซึมเซาหม่นหมองจากอุตสาหกรรมและปล่องควัน

กระนั้นท้องทะเลสีฟ้าครามก็มอบความสุขและพลังให้กับทุกคน

พวกเขาไม่มีทางเลือก หลงเหลือโต๊ะอาหารตรงมุมห้องที่ห่างไกลจากภาพท้องทะเลเพียงโต๊ะเดียว อาหารเช้าที่เสิร์ฟในห้องอาหาร ล้วนเป็นวัตถุดิบที่มาจากท้องทะเล

ปลากะพงขาว ปลากะพงแดง กุ้งนานาชนิด ปลาหมึกนานาชนิด หอยนานาชนิด

มีแม้กระทั่งไข่ของหอยเม่นที่เขาคาดเดาไม่ได้ว่ามันดำรงชีวิตอยู่เช่นไรในมลภาวะเช่นนี้

 

“ผมฝันเมื่อคืนนี้” เขากล่าวกับหญิงสาวแรกรุ่นผู้นั้นเป็นประโยคแรกเมื่อทั้งคู่นั่งลงที่โต๊ะ

“ทุกคนฝัน เราทุกคนล้วนฝันในยามหลับใหล” เธอตอบ

“ใช่ เราทุกคนฝันในยามหลับใหล แต่ผมฝันถึงคุณ ฝันถึงเอนริเก้และพ่อของคุณ ผมฝันถึงเรื่องราวของคุณ”

ชายหนุ่มเล่าความฝันของเขาให้หญิงสาวผู้นั้นฟัง ความฝันที่เปิดฉากราวการนั่งชมละครเวที บทสนทนาที่เป็นไปราวกับการแสดงละครเวที แสงสว่างที่ปรากฏในความฝันราวกับแสงไฟบนฉากละครเวที เขาไม่แน่ใจว่าตำแหน่งของผู้ชมของเขานั้นอยู่ที่ใด อาจเป็นด้านหน้าเวทีหรือไกลออกไป

สิ่งเดียวที่เขาแน่ใจคือความฝันของเขานั้นไม่ต่างจากการชมละครเวที

“คุณบอกว่าเอนริเก้พบกับพ่อของฉันในขณะที่เขาเดินเล่นอยู่ที่ริมทะเล?”

“ถูกต้อง เขาเดินเล่นไปตามชายหาด จมดิ่งกับความคิดคำนึงของตน แต่แล้วในบัดดล พ่อของคุณก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับจามอน เขายื่นจามอนชิ้นนั้นให้กับเอนริเก้ ฝากฝังเขาให้นำมันมาให้คุณในงานเลี้ยง ก่อนจากกัน เขายังยืนกรานให้เอนริเก้กลับมาเปิดร้านอาหารของเขาอีกครั้งโดยที่เขาจะเตรียมจามอนให้เอนริเก้อย่างไม่ขาดมือ”

“หลังจากนั้น เอนริเก้ก็ตรงกลับบ้าน ตระเตรียมสิ่งของและมาหาฉัน”

“ใช่ เขามาหาคุณหลังจากนั้น”

หญิงสาวแรกรุ่นผู้นั้นถอนหายใจ เธอมองไปที่ท้องทะเล ชายหนุ่มมองตาม คลื่นทะยอยเข้าหาฝั่งอย่างต่อเนื่อง

“สิ่งที่คุณเล่ามาคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับเอนริเก้ในวันนั้น”

 

ชายหนุ่มลุกจากโต๊ะ เขาตักอาหารจำนวนมากและกลับมาที่โต๊ะ เขาวางจานอาหารซึ่งมีทั้งปลา ปลาหมึก กุ้ง ปู และหอยให้หญิงสาวแรกรุ่น ทว่าหญิงสาวผู้นั้นกลับเลือกกินแต่ปลาหมึกเพียงเท่านั้น

“ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่เอนริเก้กล่าว เอนริเก้กลับไปเปิดร้านอาหารของตนเองและมีพ่อของคุณคอยส่งจามอนให้เขาอย่างต่อเนื่อง”

“ใช่และไม่ใช่” หญิงสาวหั่นหนวดปลาหมึกขนาดใหญ่ลงเป็นชิ้นเล็กๆ และกินมัน

“ใช่และไม่ใช่?” ชายหนุ่มวนช้อนในซุปหอยตลับของเขาไปมา

“เอนริเก้นำจามอนมาให้เราในวันนั้น เขาทำให้พวกเราได้ลิ้มรสชาติของจามอนที่ห่างหายจากเราไปเนิ่นนาน หลังมื้ออาหารเอนริเก้เล่าที่มาของจามอนชิ้นดังกล่าวให้พวกเราฟัง เขาเล่าถึงโครงการเปิดร้านอาหารใหม่ขึ้นอีกครั้งหนึ่งของเขา เขาเล่าเรื่องพ่อของฉันที่รับปากจะส่งจามอนให้กับร้านของเขาอย่างต่อเนื่อง พวกเรามีความหวังจากเรื่องเล่าเหล่านั้น โอกาสที่ฉันและแม่จะได้เจอกับพ่ออีกครั้งดูเป็นความจริงขึ้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันกับแม่ตัดสินใจแล้วว่าจะให้อภัยพ่อในเรื่องราวที่ผ่านมา เอนริเก้ตกลงกับเราว่าเขาจะแจ้งข่าวเราทันทีที่ร้านของเขาเสร็จเรียบร้อยเป็นรูปเป็นร่างและในวันเปิดวันแรกเขาจะเชิญพ่อของเรามา และในวันนั้นเองที่ครอบครัวของเราจะพร้อมหน้ากันอีกครั้งหนึ่ง”

“ทุกสิ่งมีบทสรุปของมันเอง ในที่สุดการเดินทางของคุณ การวิงวอนต่อนักบุญแห่งเหมืองเกลือเพื่อให้แม่ของคุณรับรู้รสเค็มได้อีกครั้งได้จบสิ้นลง” ชายหนุ่มเอ่ย

“ไม่ มีบางสิ่งที่ไม่ปรากฏในความฝันของคุณ และสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันมายังประเทศนี้ สิ่งนั้นคือสิ่งที่ทำให้ฉันต้องเดินทางไปเหมืองเกลือจนถึงทุกวันนี้”

 

“เอนริเก้แจ้งข่าวการเปิดร้านของเขาให้แก่เรา ฉันและแม่เตรียมตัวสำหรับการเดินทางครั้งนั้นอย่างตื่นเต้น พวกเราขับรถไปแต่เช้าไปยังร้านอาหารริมทะเลของเอนริเก้ ร้านของเขาถูกจัดแต่งอย่างงดงาม เก้าอี้ โต๊ะอาหารถูกออกแบบอย่างลงตัวกลมกลืน ดวงไฟในร้านมีตำแหน่งที่เหมาะสม สนามหญ้าและดอกไม้ที่ปลูกไว้รอบๆ อาคารผลิดอกบานอย่างสดชื่น มันคือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่งดงาม ฉันและแม่นั่งรออยู่ภายในร้านจนพลบค่ำ อาหารค่ำเริ่มต้นขึ้น จากซุปผัก ชีสหั่นบาง ไปจนถึงมะกอกที่ดองอย่างได้ที่ และแล้วก็ถึงเวลาของจามอน รถบรรทุกขนาดกลางคันหนึ่งแล่นเข้าจอดที่หน้าร้านตรงตามเวลา ชายหนุ่มสองคนที่มาพร้อมกับรถทยอยขนจามอนขาแล้วขาเล่าเข้ามาในร้าน จามอนขาแรกถูกเฉือนแบ่งไปตามลูกค้าแต่ละคน ก่อนจะตามด้วยจามอนขาต่อมา เอนริเก้อวดสำแดงฝีมือในการหั่นจามอนของเขาอันไร้ใครเทียมได้ยาก เขายิ้มแย้มกับลูกค้าทุกคน ทุกสิ่งสมบูรณ์แบบขาดไปเพียงประการเดียวคือการปรากฏตัวของพ่อฉัน”

“ในที่สุดเอนริเก้ก็หมดความอดทน เขาถามชายหนุ่มทั้งสองคนที่เดินทางมาพร้อมกับจามอนว่าผู้สร้างสรรค์จามอนเหล่านี้อยู่ที่ใด คำตอบที่ได้เรียบง่ายมากคือเขาจากโลกนี้ไปแล้ว”

“ชายหนุ่มทั้งสองคนเล่าว่า ชายผู้หนึ่งว่าจ้างพวกเขาให้นำจามอนมาส่งที่ร้านแห่งนี้ในวันนี้เมื่อหลายเดือนก่อน จามอนเหล่านี้ถูกผลิตขึ้นในโรงทำจามอนแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลออกไป จากคำบอกเล่าของคนส่งของ ชายคนดังกล่าวทำจามอนแทบทุกวันทุกคืนในโรงงานแห่งนั้น ผู้คนรู้จักเขาในนามของ “ชายผู้ให้กำเนิดจามอน” คนส่งของยื่นเอกสารการส่งของให้เอนริเก้ดู ในเอกสารดังกล่าวระบุว่าจามอนที่ส่งมายังร้านอาหารแห่งนี้จะถูกส่งมาทุกสิบวันในปริมาณเดียวกันเป็นเวลาอย่างน้อยสิบปี”

“เอนริเก้ไม่อาจเก็บความสงสัยไว้ได้ เขาขอให้ชายหนุ่มทั้งสองพาเขาไปยังโรงทำจามอน พวกเราขับรถตามไปเงียบๆ ที่โรงงานแห่งนั้นเองซึ่งตั้งอยู่ในป่าหลังพวกเราเดินตามเอนริเก้เข้าไป เราได้เห็นจามอนจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย มีจามอนแขวนอยู่ในทุกหนทุกแห่ง ในทุกที่ทุกทาง อย่าว่าแต่สิบปีเลย ยี่สิบปีหรือกว่านั้นก็อาจเป็นได้ที่จามอนเหล่านี้จะสามารถสนับสนุนกิจการของเอนริเก้ให้ดำเนินไป ชายหนุ่มทั้งสองเล่าว่าหลังการได้รับการว่าข้าง “ชายผู้ให้กำเนิดจามอน” ออกเดินไปในป่า ในวันรุ่งขึ้นมีคนพบศพของเขาที่นอนหลับอยู่กับผืนหญ้าและยิ้มอย่างมีความสุข”

“ฉันกับแม่เดินทางกลับบ้าน ความหวังที่จะได้พบกับพ่ออีกครั้งจบสิ้นลงแล้ว แม่กลายเป็นผู้ที่สิ้นหวังต่อการรับรสเค็มอย่างสิ้นเชิง ส่วนฉันกลายเป็นผู้เดินทางไปในดินแดนที่ไม่มีวันจบสิ้น”

 

ชายหนุ่มตักซุปหอยขึ้นกิน เขาทบทวนเรื่องเล่าเหล่านั้น

เขาคิดถึงการเลิกราจากภรรยา

เขาคิดถึงการรับรู้แต่รสเค็มเพียงอย่างเดียว

เขาจมอยู่กับความคิดหลังซุปในถ้วยหมดลง

หญิงสาวแรกรุ่นถามเขาว่าเขาคิดถึงอะไร

“ผมคิดถึงการกลับบ้าน ในที่สุดผมก็คิดถึงการเดินทางกลับบ้านของตน”

 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย.63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้‘อันวาร์’ ร่อนจม.เปิดผนึกถึง ‘บิ๊กตู่’ หนุนแก้วิกฤตโควิด-19 แบบนิวนอร์มอล
บทความถัดไป‘บิ๊กป้อม’ กำชับทุกหน่วยแก้ภัยแล้ง ชื่นชมลำปางยกเป็นโมเดลต้นแบบ