วางบิล/เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ /หลังเลือกตั้งซ่อมไว้ค่อยว่ากัน

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

วางบิล/เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์   

หลังเลือกตั้งซ่อมไว้ค่อยว่ากัน

 

พรุ่งนี้วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2563 ตั้งแต่เช้าถึงเย็น เป็นวันเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 4 จังหวัดลำปาง มีผู้สมัครให้พี่น้องชาวเขต 4 ลำปางลงคะแนนเลือก 5 คน จาก 5 พรรคการเมือง

การเลือกตั้งครั้งนี้ ให้พี่น้องชาวเขต 4 ลำปางเลือกระหว่างพรรครัฐบาลที่เคยไม่ได้รับเลือกครั้งก่อนจากพรรคพลังประชารัฐ กลับมาลงสมัครให้เลือกอีกครั้งหนึ่ง ส่วนพรรคเดิมที่ผู้แทนราษฎรซึ่งเสียชีวิตต้องเลือกตั้งซ่อมจากพรรคเพื่อไทยไม่ส่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งที่เป็นบิดาของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เท่ากับว่า มีพรรครัฐบาลคนหนึ่ง คือพรรคพลังประชารัฐ พรรคฝ่ายค้านคนหนึ่ง คือพรรคเสรีรวมไทย กับพรรคเล็กอีก 3 พรรคที่สนับสนุนรัฐบาลก็ได้ หรือสนับสนุนฝ่ายค้านก็ได้ แล้วแต่ว่ารัฐบาลจะเลือกเข้าไปไหม หากได้รับเลือกตั้ง

เป็นอันว่าปล่อยให้ผู้สมัครคนเดิมกับผู้ที่ไม่ได้รับเลือกจากครั้งที่แล้วแข่งกันชิงคะแนนของพี่น้องเขต 4 กันเอง

 

การเลือกตั้งใหญ่ครั้งนั้น ทั้งสองพรรคคือพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐได้คะแนนกันคนละหลายๆ มากพอสมควร เรียกว่าไม่อายเขตเลือกตั้งเขตอื่นทั้งในจังหวัดลำปางและทั่วประเทศ

ดังนั้น ครั้งนี้จึงต้องขอเชิญพี่น้องชาวเขต 4 ไปลงคะแนนโดยพร้อมเพรียงกัน บอกกันตามตรงว่า ผู้ที่เคยลงคะแนนเลือกผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐอยู่แล้ว เที่ยวนี้อย่าให้ผิดหวัง ออกไปลงคะแนนแต่เช้าก่อนจะไปไหนต่อไหน ส่วนจะได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเท่าเดิมหรือมากน้อยกว่าเดิม ขึ้นกับผู้ที่เคยสนับสนุนครั้งที่ผ่านมา อย่างน้อยเพื่อแสดงว่า พี่น้องชาวลำปางเขต 4 นิยมคำขวัญ “รักประชาธิปไตย ต้องไปเลือกตั้ง”

ส่วนพี่น้องที่เคยเลือกพรรคเพื่อไทยแต่พรรคไม่ส่งใครลงสมัคร อ้างว่ามีพรรคฝ่ายค้านลงสมัครคนหนึ่งแล้ว คือจากพรรคเสรีรวมไทย จะไปลงให้คนใหม่ หรือไปลงให้ผู้สมัครจากพรรคอีก 3 พรรค เพื่อให้คนใหม่ได้มีโอกาสทำงานบ้างก็ดีเหมือนกัน

เรื่องอย่างนี้ เวลาเปลี่ยนไปใจอาจเปลี่ยนได้ แล้วแต่ว่าเมื่อวานเป็นอย่างไร วันนี้อาจไม่เป็นอย่างนั้น ขึ้นกับว่าคนเดิมเคยทำอะไรไว้บ้าง และคนที่เคยได้รับคะแนนมากแต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ห้วงเวลาที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ตรงนี้ต่างหากที่เปลี่ยนใจให้มือไปกาบัตรตามที่ใจเปลี่ยน

 

การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมามีผู้ไปลงคะแนนคึกคัก อาจด้วยเหตุมีทั้งผู้สมัครของพรรคที่มีอดีตนายกรัฐมนตรีสนับสนุน และพรรคการเมืองเก่าหลายพรรคที่บอกว่าพร้อมจะเป็นรัฐบาล เมื่อเลือกตั้งแล้วสมาชิกของพรรคที่ประกาศตัวเป็นรัฐบาลได้รับจำนวนที่นั่งฉิวเฉียดเมื่อรวมกับพรรคที่ประกาศตัวร่วมเป็นรัฐบาล แต่พรรคที่ยังไม่แน่ไม่นอนว่าจะเป็นฝ่ายค้านดีหรือร่วมเป็นรัฐบาลดีในที่สุดกลับไปร่วมเป็นรัฐบาลเมื่อมีเก้าอี้รัฐมนตรีตามต้องการและปรับเปลี่ยนหัวหน้าพรรคใหม่แทนคนเดิมที่ประกาศไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนนี้ต้องลาออกจากตำแหน่งและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อไปเป็นสมาชิกพรรคธรรมดาๆ

ส่วนพรรคที่ไม่ร่วมเป็นรัฐบาลจริงจังจึงต้องเป็นฝ่านค้านเต็มตัว ทั้งยังไม่ยอมเพิ่มเสียงจากการสมัครรับเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ด้วย คือพรรคเพื่อไทย

ดังนั้น การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จึงเป็นการเลือกตั้งเพิ่มเสียงฝ่ายรัฐบาลหรือลดเสียงฝ่ายค้านลง ต้องแล้วแต่การตัดสินใจของพี่น้องประชาชนชาวเขต 4 จังหวัดลำปาง

 

การเลือกตั้งเพิ่งผ่านมาเพียงปีเศษ เป็นการเมืองที่พิสูจน์เสียงของประชาชนว่าจะยังนิยมชมชอบรัฐบาลกึ่งเดิมกึ่งใหม่ที่มีนายกรัฐมนตรีคนเดิม แม้มิได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่มีเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภาเกือบทั้งหมด และเสียงจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกเกินกึ่งหนึ่งไปเล็กน้อย แม้จะพ้นจากการ “ปริ่มน้ำ” มาบ้าง แต่น้ำยังใกล้ท่วมปาก หากไม่ระมัดระวังรักษาเสียงของตัวเองให้ดี โอกาสน้ำท่วมปากอาจเกิดขึ้นได้

การเปิดสภาครั้งนี้ต้องระวังเสียงในการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติบางพระราชบัญญัติที่ประมาทมิได้ หากเกิดเพลี่ยงพล้ำขึ้นมาเสียงน้อยกว่าฝ่ายค้านเมื่อใด โอกาสที่ต้องยุบสภาเพื่อรักษาหน้ารัฐบาลเดิมจะเกิดขึ้นทันที

เพราะโอกาสน้ำท่วมปากอาจเกิดขึ้นหากไม่ระวังเสียงของตัวเองไว้ให้ดี ปล่อยให้มีการลาหยุดเดินทางไปต่างประเทศ หรือลาป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ ลากิจการเมือง หรือ “ตีท้ายครัว” ในห้องน้ำเกิดขึ้น ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรอยู่ระหว่างลงคะแนนเสียงร่างพระราชบัญญัติที่ไม่สู้สำคัญนัก ประกอบกับผู้ทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่ระมัดระวังคอยตรวจสอบเสียงของฝ่ายรัฐบาลเท่าที่ควร

เขาว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ระหว่างช่องว่างที่เกิดขึ้นนั้น

 

หลังจากตั้งคณะกรรมาธิการดูแลร่างพระราชบัญญัติทั้ง 3 ฉบับเรียบร้อย จะเป็นการตรวจสอบการใช้งบประมาณจากร่างพระราชบัญญัติงบทั้ง 3 ฉบับนั้น โดยเฉพาะงบประมาณเกี่ยวข้องกับ “โควิด-19” ที่อาจมีการรั่วไหลง่ายกว่างบประมาณอย่างอื่น เนื่องจากอนุมัติการใช้จ่ายง่ายอย่างเร่งด่วน อาจไม่รอบคอบ

การใช้จ่ายงบประมาณเร่งรัดเช่นนี้มักพบการรั่วไหลได้ง่าย เช่น งบประมาณจัดซื้อหน้ากากอนามัยทั้งชนิดป้องกันฝุ่นและแบบผ้า หรือการจ้างทำหน้ากากชนิดผ้า ทั้งหน้ากากทั้งสองชนิดยังมีการบริจาคอีกไม่น้อย รวมทั้งเรื่องแต่งกายของบุคลากรทางการแพทย์ที่มีทั้งจ้างทำและรับบริจาค

หากผู้ตรวจสอบไม่รอบคอบปล่อยให้มีรอยรั่วที่ยากจะอุด โอกาสที่งบประมาณจะหลุดรอดออกไปไม่ยากจะเกิดขึ้นทันที

เรื่องชนิดเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับข้าราชการและนักการเมืองที่จะทำให้เกิดขึ้น เพราะระเบียบปฏิบัติทางราชการคือเหตุที่ทำให้เกิดร่องรอยการรั่วไหลได้ไม่ยาก เช่นเดียวกับการป้องกันไม่ยากเช่นเดียวกัน เพียงแต่หัวหน้าควบคุมต้องดูแลเอาใจใส่ทุกขั้นตอนของการตรวจสอบ หากขาดขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ตรงนั้นแหละจะเกิดรอยรั่วไหลทันที

และเมื่อเวลาผ่านเลยไปแล้วโอกาสที่จะตรวจพบจะห่างขึ้นโดยลำดับของกาลเวลา

 

ที่ว่ามานี้ ทั้งเรื่องความระส่ำระสายของสมาชิกพรรครัฐบาลกับพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้านบางส่วน โดยเฉพาะของพรรคร่วมรัฐบาลที่อาจต้องการเปลี่ยนเฉพาะคณะรัฐมนตรี ไม่น่าจะเลยไปถึงการยุบสภา แต่หากเกิดการแพ้ญัตติในสภาเมื่อใด โอกาสที่จะยุบสภาเลือกตั้งใหม่จะเกิดขึ้นเมื่อนั้น

แต่โอกาสที่จะปรับคณะรัฐมนตรีน่าจะเกิดขึ้นก่อนหลังการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้

ส่วนโอกาสที่จะยุบสภาเลือกตั้งใหม่ คงอีกพักใหญ่ ขอให้ “ลุงตู่” อยู่อีกปีหนึ่ง ได้ไหมครับพี่น้อง

 

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ/เหรียญหูเชื่อม 2517 หลวงพ่อหน่าย อินทสีโล วัดบ้านแจ้ง บางปะหัน
บทความถัดไปยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต /2 ตัวเลือกรถสปอร์ตสุดจี๊ด ‘เลอวานเต้’ VS ‘พานาเมร่า’