ภาพยนตร์ / นพมาส แววหงส์ / THE LAST DAY OF AMERICAN CRIME

นพมาส แววหงส์

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์

THE LAST DAY OF AMERICAN CRIME

‘ดินแดนแห่งเสรีภาพ’

 

กำกับการแสดง Oliver Megaton

นำแสดง Edgar Ramirez Michael Pitt Anna Brewster

 

ดูหนังเรื่องนี้ทางเน็ตฟลิกซ์ค่ะ เป็นหนังแอ๊กชั่น-แฟนตาซี ออกใหม่

ไม่รู้ว่าเน็ตฟลิกซ์ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจประการใด ที่นำหนังเรื่องนี้ออกฉายในช่วงที่มีการชุมนุมประท้วงกันทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่ประธานาธิบดีทำท่าแข็งกร้าวจะใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามจลาจล โดยประกาศกร้าวว่า เป็นประธานาธิบดีผู้รักษากฎหมายและความเรียบร้อยในบ้านเมือง

แต่หนังก็ดูท่าจะไม่มีจุดยืนทางการเมืองชัดเจนนัก หรือมิฉะนั้น จุดยืนก็เบี่ยงเบนไปสู่ประเด็นต่างๆ นานาสารพัด ซึ่งเข้ามากลบจนขาดพลังแห่งการสื่อสารและกระตุ้นความคิด

ง่ายๆ สั้นๆ คือ เป็นหนังที่ดูจบแล้วต้องส่ายหน้า ร้องยี้ว่าเสียเวลาดู

 

หนังสร้างจากนิยายภาพของริก เรเมนเดอร์ ซึ่งปกตินิยายภาพหรือการ์ตูนคอมิกจะเป็นเรื่องของมนุษย์จอมพลังหรือซูเปอร์ฮีโร่ จะว่าไปพระเอกของเรื่องก็ใกล้เคียงซูเปอร์ฮีโร่ ในแง่ของความอึด แม้จะไม่มีพลังเหนือมนุษย์แต่อย่างใด

สรุปง่ายๆ ว่าตายยาก เหมือนบรูซ วิลลิส ในหนังที่ตั้งชื่อตรงๆ แบบนั้น คือ Die Hard

สมมุติฐานของเรื่องวางไว้ในอนาคตกาลที่ไม่ไกลจากปัจจุบันไปมากเท่าไร และอเมริกาทั้งประเทศกำลังร้อนเป็นไฟ อาชญากรเพ่นพ่านอยู่ทั่ว และกำลังตำรวจกำลังล้นมืออยู่กับการปราบปรามรักษากฎหมายและความสงบของบ้านเมือง

องค์กรที่ชื่อว่า API ซึ่งย่อมาจาก American Peace Initiative เป็นหน่วยงานของรัฐที่คิดวางระบบเพื่อสันติสุขของอเมริกาด้วยการใช้สัญญาณเสียงที่ส่งเข้ายังสมองมนุษย์ เพื่อหยุดยั้งการกระทำรุนแรงที่เป็นการก่ออาชญากรรม

สัญญาณนี้ใช้ได้ผลดีในการสยบความรุนแรงมาแล้วเป็นรายๆ ไป และรัฐจึงวางนโยบายกำหนดวันแรกที่จะส่งสัญญาณครอบคลุมทั่วประเทศ พูดง่ายๆ คือ นับจากวันที่กำหนดแล้ว ประเทศทั้งประเทศจะสงบเรียบร้อยจากภัยคุกคามของอาชญากรรม

 

นี่คือช่วงเวลาก่อนหน้าวันดีเดย์

ซึ่งเหมือนจะเป็นวันแห่งการปล่อยผี ซึ่งอาชญากรยังเพ่นพ่านลงมือกระทำการได้อยู่จนกว่าจะถึงกำหนดเวลาโดนคลื่นสมองสั่งการให้เดี้ยงไป

และพระเอกจอมทรหดของเรื่อง คือ แกรห์ม บริก (เอ็ดการ์ รามิเรซ) ก็กำลังถูกทาบทามให้ลงมือกระทำโจรกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยมี นั่นคือปล้นเงินหลายพันล้านสดๆ ขนใส่รถบรรทุกขับออกนอกประเทศไปแคนาดา เพื่อใช้ชีวิตอย่างสุโขสโมสรในดินแดนของเสรีชนที่แคนาดา

อเมริกาจะไม่ใช่ดินแดนแห่งเสรีภาพอีกต่อไป

อเมริกันชนที่ภูมิใจหนักหนากับการมีเสรีภาพที่จะทำอะไรก็ได้ คิดอะไรก็ได้ ใช้ชีวิตอย่างไรก็ได้ ภายใต้รัฐธรรมนูญที่กำหนดความเสมอภาคไว้ จะต้องถูกกดให้อยู่ใต้กฎหมายแบบที่หลายคนถือว่าเป็นการกดขี่

 

นั่นคือสมมุติฐานของเรื่องที่กำหนดไว้ และวางค้างเติ่งเพียงแค่นั้น เพราะหนังหันไปเล่นเรื่องอื่น นั่นคือการโจรกรรมครั้งใหญ่ กระนั้น จะว่านี่เป็นหนังโจรกรรม หรือ heist movie ก็ยังไม่ใช่การโจรกรรมที่สนุกเร้าใจ เหมือนหนังประเภทนี้

บริกได้รับการเกลี้ยกล่อมให้เข้าร่วมแผนการโจรกรรม ผ่านทางนางนกต่อ เชลบี ดูปรี (แอนนา บรูสเตอร์) ซึ่งเป็นคู่หมั้นของเควิน แคช (ไมเคิล พิตต์ ซึ่งได้ยินชื่อแล้ว เคยนึกว่าไมเคิล พิตต์ เป็นน้องชายของแบรด พิตต์ ปรากฏว่าทั้งสองใช้นามสกุลเหมือนกัน แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเลย)

เควินวางแผนการใหญ่ครั้งนี้ไว้ ไม่ใช่เพื่อเงินล้วนๆ แต่ด้วยเหตุผลอื่นหลายอย่างที่สับสนปนเปจนชวนปวดหัว และมีปมในครอบครัว จากการที่มีพ่อเป็นมหาเศรษฐีนายธนาคารจอมบงการและไร้คุณธรรม

ส่วนเหตุผลของบริก คือเพื่อแก้แค้นให้แก่น้องชายที่โดนตำรวจฆ่าในคุก โดยโดนเป่าหูและใส่ความจากฝีมือของเควินจอมวางแผน

นอกจากนั้น หญิงสาวที่จะเปลี่ยนจากสาวร้อนแรงสุดอันตราย กลายเป็นนางเอกหวานแหววของเรื่องอย่างชัดเจน ก็ยังมีประเด็นส่วนตัวพัวพันอยู่ในแผนการของเอฟบีไอบางคนที่ชั่วช้า ไร้มนุษยธรรมโดยสิ้นเชิง

นอกจากนางเอกแล้ว ก็ไม่มีฝ่ายไหนเป็นคนดีมีมนุษยธรรมเลย แม้แต่พระเอก ซึ่งเป็นอาชญากรอาชีพ และถูกนำเสนอให้เห็นความโหดเหี้ยมตั้งแต่ในฉากแรก ที่จับศัตรูนั่งเปลือยกายในอ่างอาบน้ำ ราดน้ำมันเชื้อเพลิง แล้วจุดบุหรี่ใส่ปาก รอเวลาแห่งไฟบรรลัยกัลป์ของตัวเองที่กำลังคืบคลานเข้ามา

มีฉากรุนแรงอยู่เกลื่อนกลาดไปหมด ส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อความสะใจของการแก้แค้น

รวมทั้งการแก้แค้นในครอบครัว ที่เควินเดินเข้าไปในบ้านของพ่อ ทำสิ่งที่อยู่นอกเหนือแผนการเดิม และเดินกลับออกมาด้วยศพที่เกลื่อนกลาด

 

หนังยาวสองชั่วโมงครึ่งพอดิบพอดี ซึ่งเป็นความยาวที่เกินจากการดูหนังแอ๊กชั่นแบบกระชับๆ ทั่วไปไปร่วมสี่สิบห้าสิบนาที นั่งดูอยู่ด้วยความอยากให้จบไปเสียที แต่ก็ยังมีฉากไร้เหตุผลยืดเยื้อต่อมาอีกเป็นนานสองนาน

ที่สำคัญคือ เราไม่ได้รู้สึกแคร์กับแคแร็กเตอร์จนชวนให้อยากดูต่อ

และทั้งหลายทั้งปวง รู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งกับหนังทั้งเรื่อง

รู้สึกเหมือนว่านี่เป็นหนังที่แย่ที่สุดในรอบปี หรือหลายปีเลยด้วยค่ะ

 

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้ใส่บ่าแบกหาม / พรพิมล ลิ่มเจริญ / Bad Education
บทความถัดไปปชป.ผุด “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด”จับมือ2กระทรวง สร้างความเชื่อมั่น ยึดประโยชน์ประชาชน