สูตรสำเร็จในชีวิตตามหลักพระพุทธศาสนา | การสงเคราะห์ญาติ

เสฐียรพงษ์ วรรณปก

สูตรสำเร็จในชีวิต (15)

การสงเคราะห์ญาติ

คราวนี้มาว่าถึงสูตรสำเร็จข้อที่ 17 การสงเคราะห์ญาติ

ญาติคือใคร การสงเคราะห์ทำอย่างไร ไม่จำเป็นต้องพูดมาก (หน้ากระดาษมีน้อย พูดน้อยขนาดนี้ยังไม่ค่อยจะพอเขียนเลย) เอาเป็นว่าคนเราจะอยู่ตัวคนเดียวไม่ได้ ย่อมมีญาติพี่น้อง เทือกเขาเหล่ากอ ไม่มีใครเกิดมาเองจากกระบอกไม้ไผ่

มีสุภาษิตอยู่บทหนึ่งกล่าวว่า ต้นไม้ที่เกิดในป่ามากมายนั้นเวลาลมพัดแรงๆ มันย่อมช่วยกันต้านลมไว้ได้ ไม่หักโค่นได้ง่ายฉันใด คนที่มีญาติพี่น้องมาก ย่อมเป็นที่พึ่งพาอาศัยกันได้เมื่อยามมีภัยฉันนั้น

ความสำคัญของญาติจึงอยู่ที่การช่วยเหลือเจือจานซึ่งกันและกันนี่แหละครับ ญาติที่สักแต่ว่าเป็นญาติทางสายเลือด แต่ไม่เคยช่วยเหลือกัน แถมยังจะกินเลือดกินเนื้อกันอีกด้วย ไม่ควรค่าแก่การนับเป็นญาติแต่ประการใด คนอื่นที่มิใช่สายเลือดสนิทคุ้นเคยคอยสงเคราะห์ด้วยไมตรีจิตเสียอีก เรียกว่าญาติที่แท้จริง

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ปสฺสาสปรมา ญาติ ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างประเสริฐ

เมื่ออ้างพระพุทธเจ้าแล้วก็ขออ้างต่อไปว่า พระพุทธองค์ทรงเป็นตัวอย่างของคนที่บำเพ็ญญาติสังคหะ หรือการสงเคราะห์ญาติอย่างสมบูรณ์ที่สุด ลองทบทวนดูก็ได้ พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญจริยา 3 ประการครบถ้วนคือ

ญาตัตถจริยา (ทำประโยชน์แก่ญาติ) แม้ว่าพระองค์จะทรงสละโลกียวิสัยเสด็จออกบวชแล้วก็ตาม (ศัพท์ศาสนาว่า “เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์”) ก็ยังทรงสงเคราะห์ช่วยเหลือพระประยูรญาติ ทั้งฝ่ายศากยะและฝ่ายโกลิยะเสมอ

โลกัตถจริยา (ทำประโยชน์แก่ชาวโลก) ทรงสละความสุขส่วนพระองค์เสด็จออกไปเทศนาสั่งสอนชาวโลก ช่วยให้เขาพ้นจากความทุกข์ วันเวลาผ่านไปแต่ละวันเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของชาวโลกแทบทั้งนั้น

แม้เวลาจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานยังอุตส่าห์ข่มทุกขเวทนาสั่งสอนคนอื่น ดังทรงโปรดสุภัททปริพาชก เป็นต้น

พุทธัตถจริยา (ประโยชน์ในฐานะเป็นพระพุทธเจ้า) ทรงบัญญัติพระวินัยเพื่อความดำรงมั่นแห่งพระศาสนา ทรงก่อตั้งคณะสงฆ์อันเป็นชุมชนตัวอย่างขึ้นในสังคม รวมทั้งตั้งสถาบันพุทธบริษัทคือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสิกา เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา

งานทั้งหมดนี้ทรงทำในฐานะที่ทรงเป็นพระพุทธเจ้า

เฉพาะข้อแรกคือ สงเคราะห์ญาตินั้นเห็นได้ชัดเจนว่า หลังจากทรงประดิษฐานพระพุทธศาสนามั่นคงที่แคว้นมคธแล้วก็เสด็จไปโปรดพระพุทธบิดาและพระประยูรญาติเมืองกบิลพัสดุ์

เมื่อพวกญาติฝ่ายโกลิยะกับศากยะจะฆ่าฟันกันเพราะแย่งน้ำในแม่น้ำโรหิณีมาทำนา เลือดกำลังจะนองแผ่นดินอยู่พอดี พระองค์เสด็จไปห้ามไว้สั่งสอนให้พวกเขาปรองดองกัน

ชาวพุทธได้สร้างพระพุทธรูปขึ้นเป็นอนุสรณ์ครั้งนี้ปางหนึ่ง เรียกว่า “ปางห้ามญาติ” ครั้งสุดท้าย พระเจ้าวิฑูฑภะยกทัพไปหมายจะฆ่าพวกศากยะให้ตายหมด พระองค์เสด็จไปห้ามไว้ตั้งสามครั้ง พระญาติของพระองค์รอดตาย เพราะพระมหากรุณาของพระองค์

คนเรานั้นไม่ควรลืมญาติ ยิ่งได้ดิบได้ดี ลืมตาอ้าปากได้ยิ่งต้องหันมาสงเคราะห์อนุเคราะห์ช่วยเหลือญาติของตนเท่าที่จะทำได้ ดูพระจริยาวัตรของพระพุทธองค์เป็นตัวอย่างก็แล้วกัน และการช่วยญาติที่ดีที่สุดคือ

ช่วยให้ญาติได้สามารถช่วยตัวเองได้


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้นิธิ เอียวศรีวงศ์ | ภาษาเขียนที่เปลี่ยนไป
บทความถัดไปเกษตรกร 1.5 แสนชีวิต ส่ออดเยียวยา เจออีก 2 แสนรายมีปัญหา