การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ : ทวีปที่สาบสูญ การเขียนอ่านช่วยอะไรในยามนี้

การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์parinyasin@gmail.com

เพื่อนฉัน

เป็นอีกวันหนึ่งวันที่ฉันอยู่

มองโลกกว้างเหมือนหน้าต่างและประตู

กำลังเปิดให้ลมพรูโบยเข้ามา

 

ฉันจ้องมองแสงเหล่านั้น

ที่หยดหยาดจากตะวันลงพราวพร่า

อาบไล้โลมปลายเรียวเขียวหญ้าคา

สะท้อนเข้าสู่ตาดั่งสีทอง

 

สายน้ำยังคงไหลรินไป

ตลิ่งฝั่งมีกิ่งไม้พาดใกล้ร่อง

หากฝนตกยามใดน้ำไหลนอง

บ้านเราจะชุ่มละอองของหยาดเย็น

 

อยากให้เธอมานะ

สักวันหนึ่งอยากจะให้มาเห็น

แม่ยกยอลำใหญ่ได้ปลาเป็น

ปลากระโดดโลดเต้นในกะละมังฯ

 

เพื่อนที่รักของฉัน

ชีวิตคือความฝันปราศจากฝั่ง

หรือพวกเราย่อมเกิดจากซากปรักพัง

เพื่อจะตั้งไข่เสมอแม้เจออะไร?

 

เหล่านี้ยังเป็นคำถาม

ทุกวันทุกโมงยามฉันถามไถ่

ต่อรู้ว่าจะเดินบนถนนใด

ยังมีสิ่งอับจนใจอยู่ในที

 

ฉันสงสัยในเหลื่อมล้ำความต่ำสูง

การยกย่องยางยูงอย่างเหลือที่

ขณะคนอีกหลายคนบนโลกนี้

จะอยู่ดีต้องก้มหน้าหยุดอาอือ

 

ฉันมองฟ้าเห็นฝ้าเหนือฟ้าหม่น

ฉันเห็นตีนบดส้นบนหน้าซื่อ

ฉันเห็นมีดล่องหนบนมากมือ

และรวมคือเหล่าอำนาจอาชญาฯ

 

ดั่งวานนี้

แม่ให้พ่อไปที่บ้านลุงป้า

พูดกันเรื่องมรดกตกทอดมา

ถามไถ่ว่าเรื่องโฉนดจะอย่างไร

 

ลุงกลับโกรธมาก

และว่าแม่เข้าใจยากช่างโลภใหญ่

ยังท้ายท้าว่าจงแจ้งอำเภอไป

กรรมสิทธิ์อยู่ในเอกสาร

 

ลุงเป็นผู้ชาย

เคยบวชเรียนจึงไปได้เขียนอ่าน

จึงได้เป็นทายาทสืบสันดาน

ย่อมได้สิทธิ์ดูแลบ้านถือที่ดิน

 

ผู้หญิงจะรู้อะไร

ลุงกล่าวอีกมากมายในคำหมิ่น

แม่รับฟังจากพ่อต่อคำยิน

ละมือจากข้าวที่กินอย่างเฝื่อนคอฯ

 

ฉันโกรธเหลือเกิน

เหมือนมีทางจะเดินจะไปต่อ

แต่ก็ต้องหยุดยั้งอยู่รั้งรอ

แทบจะต้องวอนขออยู่กราบกราน

 

เพียงเพราะลุงเป็นผู้ชาย

จึงมีสิทธิ์มากมายเหนือหย่อมย่าน

และต่อให้ไปอำเภอจะเจอการ

วางอำนาจอีกยาวนานจากภาครัฐ

 

งกงกเงิ่นเงิ่น

กี่คนที่ต้องเดินแข้งขาขัด

หวั่นหวาดใจในคำว่าสารพัด

บางครั้งยิ่งกว่าสัตว์ตีนบันไดฯ

 

เพื่อนฉัน

ถ้าเราจะสร้างสรรค์สิ่งยิ่งใหญ่

สิ่งเหล่านั้นมันจะคืออะไร

การเขียนอ่านช่วยอะไรในยามนี้

 

เสียงของฉัน

ถ้าจะส่งออกมันจากที่นี่

ปั้นขี้เถ้าผงฝุ่นมูลธุลี

ไปเป็นบทกวีให้งามตา

 

พวกเขาจะอ่านกันไหม

สิ่งที่ทำลงไปได้คุณค่า

หรือก็แค่วูบวาบภาพผ่านตา

เหมือนใบหน้าว่างเปล่าขาวเรียงรายฯ

 

อ้อ! เมื่อวานนี้

บุรุษไปรษณีย์มาตอนบ่าย

บอกว่ามีข่าวฝากจากผู้ชาย

เป็นจดหมายไร้แสตมป์, แต้มหมึกมา

 

ฉันเปิดซอง

และก็มองเห็นถ้อยคำลำนำว่า

ขอฝากส่งจดหมายให้สู่ตา

“ขอเชิญน้องร่วมสมาคมลมรอน”

 

พี่มีข่าวดี

จึงอยากแจ้งน้องนี้ให้รู้ก่อน

เชิญเข้าร่วมแข่งขันประชันกลอน

บทถวายพระพร ณ พรรษา

 

โดยรางวัลที่หนึ่งพึงได้โล่

รางวัลสองจะได้โชว์ภาพเต็มหน้า

ส่วนที่สามสินน้ำใจแม้นได้มา

“จะเป็นเกียรติแก่หน้าวงศ์ตระกูล”ฯ

 

เพื่อนฉัน

ครั้นยามหนาวเราต้องการไอแสงอุ่น

ยามฝนตกถล่มมาอย่างทารุณ

เรายินดีจะปะชุนชายคาไป?

 

เพื่อนฉัน

ถ้าเราจะสร้างสรรค์สิ่งยิ่งใหญ่

สิ่งเหล่านั้นมันจะคืออะไร

การเขียนอ่านช่วยอะไรในยามนี้?

บทความก่อนหน้านี้สมชัย ข้องใจ รัฐซื้อหน้ากากอนามัยราคา 4.28 บาทจากเดิม 2.50 บาท เพราะต้นทุนแพงหรือเอื้อประโยชน์?
บทความถัดไปเพื่อไทย วอนฝ่ายรัฐบาล-สว. จับมือฝ่ายค้าน แก้รธน. เป็นวาระเร่งด่วน