การ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ / โตเกียว กูล

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

การ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

โตเกียว กูล

 

ข้อเขียนนี้เขียนจากเนื้อเรื่องในมังงะ 14 เล่มจบ ผลงานระหว่างปี 2011-2014 ของซูอิ อิชิดะ

ท่านที่เคยอ่านคงจะทราบว่าเป็นเรื่องความจงเกลียดจงชังของสองเผ่าพันธุ์ เนื้อเรื่องแบบนี้เป็นสากล เนื้อหาแล้วแต่ใครจะอ่าน และอ่านเมื่อไร

หนังสือเริ่มต้นด้วยข่าวการพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่กูลกินเหลือ กูลเป็นพวกกินเนื้อคนที่แฝงตัวอยู่ในสังคมมนุษย์ ดูภายนอกไม่มีอะไรแตกต่าง

พระเอกของเรา คาเนกิ เคน นักศึกษามหาวิทยาลัยปี 1 นั่งอยู่กับเพื่อนซี้ ฮิเดโยชิ นางาจิกะ ในคอฟฟี่ช็อปแห่งหนึ่ง มีสาวเสิร์ฟผมดำดูเรียบร้อยชื่อคิริชิมะ โทกะ เข้ามาบริการ แต่จิตใจของคาเนกิไปอยู่ที่สาวสวยทรงบึ้บบั้บที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน เธอชื่อริเสะ

ฮิเดะเตือนคาเนกิว่าอย่าหวังอะไรมาก สาวสวยแบบริเสะจะสนใจคนเฉิ่มๆ อย่างคาเนกิได้อย่างไร ปรากฏว่าหล่อนเดินเข้ามาชวนคาเนกิคุยก่อน

แล้วนัดพบกันในวันต่อมา

 

วันต่อมาคาเนกิใช้เวลาอยู่กับริเสะคุยกันเรื่องหนังสือที่ชอบอ่าน จนกระทั่งตกค่ำหล่อนขอให้คาเนกิเดินไปส่งเพราะข่าวการออกล่าเหยื่อของกูล ระหว่างทางนั้นเองที่ตาขาวของริเสะกลายเป็นสีดำในขณะที่ตาดำกลายเป็นสีแดง หล่อนคือกูล

ตาขาวคือส่วนที่เรียกว่า sclera จะเป็นสีดำ และม่านตาคือส่วนที่เรียกว่า iris จะเป็นสีแดง นักศึกษาแพทย์จดไว้

ริเสะกัดคาเนกิคำแรก เขาวิ่งหนี ริเสะเดินตาม พร้อมงอกระยางค์ยืดยาวออกจากด้านหลัง 4 ท่อนเรียกว่าคากุเนะ (kagune) คืออาวุธประจำตัวของกูลซึ่งทรงพลังและเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว

ก่อนที่ริเสะจะลงมือกินคาเนกินั่นเอง โครงเหล็กก่อสร้างขนาดใหญ่ตกลงมาทับริเสะตายทันที ส่วนคาเนกิอาการสาหัส รถพยาบาลมารับร่างทั้งสองไป ศัลยแพทย์ต้องการช่วยชีวิตเด็กหนุ่มโดยไม่สนใจข้อกำหนดทางจริยธรรมเพียงพบว่าอวัยวะของริเสะเข้าได้กับของคาเนกิพอดี จึงผ่าตัดเปลี่ยนไตให้โดยไม่สนใจคำทักท้วง

คาเนกิฟื้นจากการผ่าตัด พบว่าตาซ้ายของตัวเองเป็นสีดำและตาดำสีแดง

 

หนังสือตอนนี้เปรียบเปรยคาเนกิเหมือนแมลงปีกแข็งในนวนิยายเรื่อง Metamorphosis ของฟรันซ์ คัฟคา โดยสื่อนัยว่าบัดนี้เขาไม่เหมือนคนอื่นในสังคม แต่คำเปรียบเปรยนี้น่าจะกลับทิศทางกับที่คัฟคาตั้งใจ นวนิยายเล่าเรื่องชายคนหนึ่งที่เข้ากับสังคมมิได้จึงตื่นเช้ามาเป็นแมลงปีกแข็งให้รู้แล้วรู้รอดไป

คาเนกิในเวลาปกติมีดวงตาสองข้างเหมือนคนทั่วไป เขาพบว่าตนเองกินอาหารโรงพยาบาลไม่ได้ เพียงได้กลิ่นก็คลื่นเหียน แต่เขาไม่หิวเอาเสียเลย เมื่อเขาออกจากโรงพยาบาลก็กินแต่น้ำ ฮิเดะเพื่อนซี้เจ้าเก่ามาชวนเขาไปกินแฮมเบอร์เกอร์ที่ร้านบิ๊กเกิร์ลซึ่งมีสาวบิ๊กๆ มากมาย แต่เขาไม่สามารถกลืนอะไรลงคอได้อยู่ดี

ข่าวกูลล่าเหยื่อมีออกมาเรื่อยๆ นักวิชาการกูลออกทีวีว่ากูลกินเนื้อมนุษย์หนึ่งครั้งอยู่ได้เป็นเดือน การล่าเหยื่อที่มากผิดปกติเวลานี้น่าจะเกิดจากกูลที่กำลังล่าเหยื่อเพื่อฆ่าเสียมากกว่า

เวลาผ่านไป คาเนกิหิวแล้ว

คาเนกิเดินไปตามตรอกมืด ดวงตาซ้ายเขาเปลี่ยนสีแล้ว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะทำอะไร เขาไปพบสาวเสิร์ฟสังหารเฒ่าลามกที่มาลวนลามเธอ เธอใช้คากุเนะรวดเร็วเสียจนคนอ่านก็ดูไม่ทัน เธอคือโทกะนั่นเอง

คาเนกิตกใจกับภาพที่เห็นวิ่งหนีจากมา เขากลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นกูลล่าเนื้อคนจริงๆ จึงใช้มีดแทงท้องตัวเองหวังจะควักเอาไตของกูลออก แต่มีดแหลมนั้นแทงเนื้อหนังของเขาไม่เข้า

ข้อต่อไป อาวุธธรรมดาฟันแทงกูลไม่เข้า จดเอาไว้

 

คาเนกิจึงเดินทางไปพบโทกะที่ร้านกาแฟ ที่แท้ที่นี่คืออันเทคุ จุดนัดพบของกูลในเขตนี้ ในขณะที่โทกะพยายามขับไล่คาเนกิเพราะเขาเป็นมนุษย์ ผู้จัดการร้านเป็นชายสูงอายุเดินออกมาปรามโทกะเอาไว้ แล้วพาคาเนกิลงไปห้องใต้ดินที่ซึ่งมีบรรจุภัณฑ์เนื้อมนุษย์เก็บรักษาไว้เป็นห่อๆ

คาเนกินำบรรจุภัณฑ์นั้นกลับบ้านแต่เขาทำใจกินเนื้อมนุษย์ไม่ได้อยู่ดี กลิ่นของเนื้อมนุษย์เป็นเรื่องทานทนพอๆ กับอาหารปกติ ด้วยความบังเอิญเขาพบว่าตนเองกินกาแฟได้ จึงออกไปหาซื้อกาแฟมาตุนไว้ การออกไปหากาแฟครั้งนี้เองที่เขาจะได้ผจญกูลอีกหลายตนที่กำลังมีข้อพิพาทแย่งชิงเขตหากินของริเสะที่ตายไป

เขตหากินของริเสะอยู่ในเขต 20 ที่ซึ่งอันเทคุตั้งอยู่ กูลตนหนึ่งพาเพื่อนรักฮิเดะมาเพื่อจะกินแต่เป็นคาเนกิตามมาช่วยฮิเดะได้ทันเวลา ที่แท้เขามีคากุเนะของริเสะเพื่อใช้ในการต่อสู้ด้วย

คาเนกิหมดสติไปแล้วฟื้นขึ้นมาที่อันเทคุ ฮิเดะยังไม่ตาย ส่วนตัวเขาไม่หิวแล้ว เป็นผู้จัดการสูงอายุและโทกะนั่นเองที่พาเขากลับมา ส่วนเรื่องทำไมเขาไม่หิวแล้วไม่กล้าจะคิด

จบเล่มหนึ่ง บัดนี้คาเนกิทำงานเป็นเด็กฝึกงานชงกาแฟที่อันเทคุ

 

หนังสือกำหนดเงื่อนตายไม่ให้นักอ่านมีทางออก กูลต้องกินเนื้อคน คือเงื่อนไขที่ยกเลิกมิได้ ไม่เว้นแม้ครึ่งกูลครึ่งคนอย่างคาเนกิ

สองเผ่าพันธุ์จะประนีประนอมได้อย่างไร

อ่านแล้วเงยหน้าดูวิกฤตการณ์ทั่วโลกหรือแม้แต่ในบ้านเมืองของเราเอง ที่ซึ่งเราและกูลในที่ต่างๆ ยังคงอยู่ด้วยกันไม่ได้ เพราะมันกินเรา

แต่เรากินใคร

 

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้“ปิยบุตร” ซัด มี ส.ว. 1 ปี ไร้ประโยชน์ อวยแต่รัฐบาล ปลุกประชาชนร่วมกดดันถอดสลัก ชี้ รธน.เพิ่มกลไก “งูเห่า-แจกกล้วย-ยุบพรรค”
บทความถัดไปลาก่อน! ‘หม่อมถนัดแดก’ ประกาศปิดร้านถึง 6 สาขา หลังเจอพิษโควิด ชี้ไม่ได้ง่ายดังคาดหวังไว้