ใส่บ่าแบกหาม / พรพิมล ลิ่มเจริญ / Becoming

พรพิมล ลิ้มเจริญ

ใส่บ่าแบกหาม/พรพิมล ลิ่มเจริญ

Becoming

 

เธอจ๊ะ

Becoming ในที่นี้คือ Becoming ที่เป็นหนังสารคดี เรื่องราวเกี่ยวกับสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งคนที่ 44 ของสหรัฐอเมริกานามว่า Michelle Obama

ถ้าไปกูเกิล จะพบว่ามีหนังหลายเรื่องเลยใช้ชื่อที่มีคำว่า becoming อยู่ในชื่อเรื่อง ส่วนมากก็จะเป็นเรื่องที่มีมนุษย์ต่างดาวมาเกี่ยวข้อง

become เป็นคำกริยา แปลว่า start to be, becoming มีนัยยะว่ากำลังดำเนินไป ยังไม่จบ

เรื่องก็เกิดจาก memoir หรือหนังสืออัตชีวประวัติของบุคคล ที่มิเชล โอบามา เขียนขึ้นและออกจำหน่ายเมื่อปี 2018 แล้วเมื่อมีหนังสือวางขายก็เป็นธรรมเนียมต้องมี book tour นั่นก็คือนักเขียนตระเวนพบผู้อ่านและเพื่อการประชาสัมพันธ์

สารคดีนี้จึงเกิดขึ้น โดย Netflix และมี Nadira Hallgren ผู้กำกับสารคดีทำหน้าที่ตามไปเก็บภาพ เก็บการสัมภาษณ์ การพูดคุยพบปะ การออกรายการทอล์กโชว์ของมิเชลล์ตลอดการทัวร์ใน 34 เมืองทั่วอเมริกา

ทัวร์ประชาสัมพันธ์หนังสือของมิเชลล์มันยิ่งใหญ่มาก สมควรเอามาทำสารคดี

 

โดยทั่วไป นักเขียนเวลาไปทัวร์ ก็ไปประชาสัมพันธ์ในร้านหนังสือ เปิดโอกาสให้ผู้อ่านมาพบปะ มีการอ่านหนังสือให้ฟัง และมีการซื้อหนังสือ ต่อแถว เอาหนังสือให้ผู้เขียนเซ็นชื่อเป็นรายคนไป

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สบอกว่า ถ้าเป็นนักเขียนชื่อดังแบบแอนโธนี่ บอร์เดน แบบฮิลลารี คลินตัน ตอนไปโปรโมตหนังสือ เขาก็ได้ไปพบปะผู้อ่านในฮอลล์ใหญ่ๆ จุคน 2-3,000 คนก็ว่าใหญ่ว่าเยอะแล้ว

ของมิเชลล์นั้น ครั้งใหญ่สุด บริษัทที่จัดงานเป็นเจ้าเดียวกับที่ทำทัวร์คอนเสิร์ตให้บิยอนเซ่ มีขายตั๋วเข้าชม ตั๋วแถวหน้าสุดที่นั่งละ 3,000 เหรียญ รวม meet and greet หรือการได้พบมิเชลล์เป็นการเฉพาะด้วย

แล้วหน้างานก็มีเสื้อยืดที่ระลึกและเทียนในถ้วยแก้วขาย

ชื่อเทียนน่าจุดมาก-Find Your Flame

 

ในการพบปะพูดคุยบนเวที ก็จะมีคำถามให้มิเชลล์ได้ตอบมากมายหลายประเด็น ตั้งแต่เรื่องส่วนตัวไปจนเรื่องราวความรัก ความหวัง และการเปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต

เรื่องการหมดวาระสองสมัยของประธานาธิบดีบารัค โอบามา แล้วต้องย้ายออกจากทำเนียบขาว

When you got on the helicopter,

did you think, “Free at last?

ตอนขึ้นเฮลิคอปเตอร์

คุณคิดไหมว่า “เป็นอิสระเสียที”?

คนถามยืมใช้สำนวนที่ Martin Luther King Jr. กล่าวไว้ในสุนทรพจน์ “I Have a Dream” เมื่อปี  1963 ที่กล่าวว่า “Free at last! Free at last! Thank God Almighty, we are free at last!”

วันหนึ่งในอนาคตพวกเราคงได้พูดวลีนี้บ้าง…Free at last.

มิเชลล์เล่าเรื่องวันสุดท้ายที่จะได้พำนัก ณ ทำเนียบขาว เรื่องสนุกเกิดจากลูกสาว-ซาช่าและมาเลีย

“We want to sleep over.”

เราอยากให้เพื่อนมาค้างด้วย

to sleep over เป็นคำกริยา ถ้าใช้เป็นคำนามก็เอามาติดกันเป็น sleepover เป็นกิจกรรมโปรดของเด็กวัยรุ่น คือการไปค้างบ้านเพื่อน หรือให้เพื่อนมาค้างที่บ้าน แล้วก็จะจัดปาร์ตี้เล็กๆ ให้ได้สนุกกัน เพื่อนๆ ย่อมชอบบ้านของมาเลียกับซาช่ามากๆ เพราะมันคือทำเนียบขาว จะมีบ้านหลังไหนที่เราจะตื่นเช้ามาแล้วสั่งวาฟเฟิล หรือสั่งบิสกิตแบบที่ร้านไก่ทอดทำขาย กินเป็นอาหารเช้าได้ในทันทีเท่าที่นี่

พอเช้ามาครอบครัวโอบามาก็รีบย้ายออก เรือบินแอร์ฟอร์ซวันรอไปส่ง

When I got on the plane,

I think I sobbed…

พอขึ้นเครื่องบิน

ฉันว่าฉันร้องไห้สะอึกสะอื้น…

ร้องอยู่สามสิบนาที มิเชลล์บอก

I am from the south side of Chicago

That tells you as much about me

as you need to know.

ฉันมาจากชิคาโกตอนล่าง

ซึ่งมันก็บอกเรื่องราวมากมาย

เกี่ยวกับตัวฉัน

นั่นก็คือ ครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยอะไร ชุมชนที่อยู่ด้วยกันแถวนั้นก็เป็นชนชั้นกรรมกรเหมือนกัน

You were on the honor roll,

and you went to go see

your guidance counselor.

คุณอยู่ในรายชื่อนักเรียนเรียนดี

แล้วก็ไปหาครูแนะแนว

honor roll คือ รายชื่อนักเรียนที่มีผลการเรียนดี สูงกว่ามาตรฐาน

พี่ชายได้เข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง Princeton มิเชลล์ก็อยากดำเนินรอยตาม แต่ครูแนะแนว…

“I don’t think you’re

Princeton material.”

ฉันไม่คิดว่าเธอจะมี

คุณสมบัติคนพรินซ์ตัน

Princeton material เป็นยังไง? ครูเอาอะไรมาตัดสิน? ความคิดเห็นของครูมันช่าง…!

 

ประสบการณ์เช่นนี้มีคุณค่า สมควรนำมาแบ่งปันมากๆ ให้เยาวชนรุ่นหลังได้ฟังไว้ มันเป็นเรื่องใหญ่ในวัยเยาว์ เด็กๆ จะโดนผู้ใหญ่มาพูดจาบ้าบอใส่หน้า เพียงเพราะเขาเป็นผู้ใหญ่แล้วก็มีความคิดเห็น

ส่วนเราตัวเล็กตัวน้อย ถูกสอนมาให้เชื่อผู้ใหญ่ แล้วอาจจะปล่อยให้ความคิดสุ่มสี่สุ่มห้ามากำหนดชีวิตเราโดยไม่ตั้งใจ

ปล่อยให้ความคิดเห็นกะโหลกกะลามามีอิทธิพลต่อชีวิตเรา มันจะมีแต่เสียดายกับเสียดายมาก

ถ้าเป็นเรื่องของเหตุและผล อายุไม่ใช่อุปสรรคที่จะมากางกั้นการสนทนาของคนสองวัย ฉันเชื่อเช่นนั้น

I’m still a little salty about that.

ฉันยังคงเคืองในเรื่องนั้น

salty ในที่นี้เป็นคำสแลง ไม่เกี่ยวกับรสชาติเค็ม ในที่นี้หมายถึง ความรู้สึก เคือง ขุ่นใจ ข้องใจ โกรธ

มีความตลกตรงนี้ มิเชลล์เล่าว่าได้กลับไปเยี่ยมโรงเรียนเก่า พบว่าครูคนนั้นไม่ได้ทำงานที่นั่นแล้ว!

I have high expectations of young people.

It’s the same expectations

my family had of me.

ฉันคาดหวังในตัวเยาวชนไว้สูง

แบบเดียวกับที่ครอบครัวฉัน

หวังในตัวฉัน

 

มิเชลล์ให้ความสำคัญกับเด็กรุ่นหลังๆ มาก ตั้งปณิธาณว่าจะอุทิศตนเพื่อพวกเขา ฉันเห็นด้วยมากที่สุด

เรื่องก็เริ่มมาแต่ปู่ ปู่เป็นคนหัวดี รักการอ่านหนังสือ

But because of race and class,

he couldn’t get into colleges.

แต่เพราะชาติพันธุ์และชนชั้น

ปู่เลยไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัย

มันเป็นความรู้สึกอึดอัดทุกข์ทรมาน ที่ชีวิตถูกจำกัดให้กลายเป็นคนอับจนหนทาง ถูกใครก็ไม่รู้ว่าเราเป็นคนดีไม่พอ

Watching opportunities slip away,

not because you’re not able,

but because nobody thinks you deserve it.

ต้องดูโอกาสมากมายผ่านไป

ไม่ใช่เพราะเราทำไม่ได้

แต่เพราะไม่มีคนคิดว่าเราสมควรได้รับมัน

สารคดีนี้มันช่างสร้างแรงบันดาลใจอันใหญ่หลวง แสดงให้เห็นความคิดและการอุทิศตนเพื่อสาธารณะ การสร้างความหวังที่จะเปลี่ยนแปลงและสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ทั้งๆ ที่เป็นคนธรรมดาจากครอบครัวตะเกียกตะกายจะมีชีวิตที่ดีขึ้น และเมื่อทำสำเร็จ ย่อมเป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจคนรุ่นหลังๆ ก็ทำได้สิ “I am coming down from the mountaintop to tell every young person.”

ฉันดีใจที่โลกนี้มีมิเชลล์ โอบามา

ฉันเอง

 

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้การทดลองใช้ “อาวีแกน” รักษาโควิด ล่าช้า เหตุไร้คนป่วยสมัครเข้ารับการทดลอง
บทความถัดไปภาพยนตร์ / นพมาส แววหงส์ / IP MAN 4 : THE FINALE