วิเคราะห์ : “อ่าวมาหยา” เปลี่ยนไปแค่ไหน หลังปิดอ่าวมานาน

ทวีศักดิ์ บุตรตัน

สิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ครบ 2 ปีของการปิดอ่าวมาหยา หมู่เกาะพีพีเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศน์หลังจากสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมอันเป็นผลจากการโหมประโคมด้านการท่องเที่ยว

ล่าสุดเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติโชว์การฟื้นฟูอ่าวมาหยาผ่านทางโซเชียลมีเดีย เป็นภาพและคลิปน้ำทะเลใสสะอาด ชายหาดขาวเนียน ไร้ผู้คน มีเพียงเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ฝูงปลาฉลามหูดำแหวกว่ายไปมา

เรียกเสียงฮือฮาจากนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและผู้ชื่นชอบธรรมชาติอีกครั้ง

เพียง 2 ปีธรรมชาติสามารถบำบัดมลพิษที่เปื้อนเปรอะได้อย่างน่าทึ่งและยังเหลือเวลาการฟื้นฟูอีก 1 ปี

ถ้าหน่วยงานอนุรักษ์อ่าวมาหยารวมพลังเหมือนที่ทำอยู่เชื่อได้เลยว่าอ่าวมาหยาจะสวยสดงามตระการยิ่งกว่าภาพที่แชร์กันสนั่นในเวลานี้

 

ผมเคยไปอ่าวมาหยาครั้งสุดท้ายเมื่อราวกว่า 10 ปี เป็นช่วงนักท่องเที่ยวเริ่มแห่เข้ามาชื่นชมความสวยงามของอ่าวมาหยากันแล้วเพราะแรงปลุกของหนังเรื่องเดอะบีช นำแสดงโดยลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ

ทำให้คนทั่วโลกรู้จักเกาะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางทะเลอันดามันแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2543

แม้เวลานั้นผู้สร้างหนังเจอแรงต้านจากกลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมซึ่งยื่นฟ้องต่อศาลว่าระหว่างการถ่ายทำทีมงานได้รื้อถอนทำลายสภาพธรรมชาติอ่าวมาหยา

แต่หนังก็ฮิตติดลมบน นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างเขียนกระดาษแปะข้างฝาให้ “อ่าวมาหยา” เป็น 1 ในแดนสวรรค์ที่ต้องมาสัมผัสก่อนตาย

เมื่อเรือทัวร์ที่ผมนั่งไปถึงหน้าอ่าวมาหยา ภาพปรากฏอยู่ข้างหน้าทำให้ผมช็อก คิดไม่ถึงว่าเกาะเล็กๆ อยู่ห่างจากฝั่ง 40 กิโลเมตร จะมีเรือใหญ่ๆ ทอดสมอหน้าอ่าวเรียงเป็นแถว เรือเล็ก ประเภทเรือเร็ว เรือหางยาวจอดประชิดหาด เชือกยึดเรือผูกระโยงระยาง ผู้คนเดินขวักไขว่เต็มตามชายหาด

เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ผมคาดเดาไว้ล่วงหน้าว่าสิ่งแวดล้อมอ่าวมาหยาพังยับเยินอย่างแน่นอน เพราะเกิดความไม่สมดุลระหว่างคนกับธรรมชาติ

 

จํานวนนักท่องเที่ยวล้นทะลักเกินกว่าเกาะเล็กๆ แห่งนี้รองรับได้ เรือท่องเที่ยวที่มีมากกว่าพื้นที่แนวชายหาด สมอของเรือแต่ละลำที่ทอดลงต้องปะทะกับแนวปะการังใต้น้ำอย่างแน่นอนเพราะบริเวณรอบอ่าวเป็นปะการังน้ำตื้น แค่ยื่นหน้าออกจากกราบเรือก็มองเห็นฝูงปลาแหวกว่ายในแนวปะการังแล้ว

และแน่นอนว่า เรือเร็ว เรือหางยาวจอดอยู่ริมหาด เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ ใบพัดเรือต้องเหวี่ยงตะกุยทรายใต้น้ำกระจุยกระจาย ขณะที่ผู้คนลงไปเหยียบย่ำผืนทรายพร้อมๆ กันนับร้อย หาดขาวๆ จะยุบพังจนไม่เหลือความเป็นหาด

ช่วงปี 2560-2561 มีสถิตินักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนอ่าวมาหยาวันละเกือบ 4 พันคน แต่ละวันมีเรือวิ่งรับ-ส่งนักท่องเที่ยวเป็นร้อยลำ

ผมชอบกราฟฟิกของสำนักข่าวบีบีซีภาคภาษาไทย ที่ดึงตัวเลขความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวมาพล็อตเป็นจุดๆ ตามแนวชายหาดของอ่าวมาหยา รูปร่างโค้งเป็นเสี้ยวพระจันทร์ จากต้นถึงปลายหาดยาว 300 เมตร ในปี 2551 มีนักท่องเที่ยวแห่มาอ่าวมาหยาวันละ 171 คน ผู้คนกระจัดกระจายตลอดแนวชายหาด จุดความหนาแน่นยังน้อยมาก

มาถึงปี 2560 ระยะเวลาห่าง 10 ปี จำนวนนักท่องเที่ยวมาอ่าวมาหยาเพิ่มเป็นวันละ 3,520 คน บีบีซีพล็อตออกมาเป็นจุดแสดงให้เห็นถึงความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวเกือบเต็มพื้นที่ชายหาด

นักท่องเที่ยวที่เคยประทับใจกับภาพอ่าวมาหยาในหนังเดอะบีชมาเห็นของจริงถึงกับร้องไอ้หยา ทำไมจึงเละเทะอย่างนี้

 

ถ้าเปรียบ “อ่าวมาหยา” เป็นคนไข้ อาการก็เข้าขั้นโคม่าอยู่ห้องไอซียู

ผลจากนักท่องเที่ยวล้นทะลัก ขยะท่วมอ่าว ระบบกำจัดไร้ประสิทธิภาพ ขยะลอยฟ่องเกลื่อนทะเล แนวปะการังพังเป็นแถบ บางจุดเหลือเป็นแค่โขดหิน ฝูงปลาเล็กปลาน้อยหนีกระเจิงออกพ้นอ่าว

แนวปะการังพังต้องใช้เวลาฟื้นฟูหลายสิบปี น้ำทะเลเปรอะเปื้อนไปด้วยขยะพลาสติกจะสร้างความหายให้กับระบบนิเวศน์อย่างมาก ปลาและสัตว์น้ำเข้ามาตอดกินนึกว่าเป็นเหยื่อมีผลต่อห่วงโซ่อาหาร

เมื่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศปิดอ่าวมาหยาเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศน์ ได้รับเสียงชื่นชมว่าภาครัฐเพิ่มน้ำหนักความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ยอมเฉือนรายได้ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีจำนวนมหาศาล

ช่วงแรกๆ บริษัททัวร์ ธุรกิจท่องเที่ยวยังเงียบ แต่หลังรัฐบาลขยายเวลาปิดออกไป กลุ่มธุรกิจรวมตัววิพากษ์วิจารณ์ว่า การยืดเวลาปิดอ่าวมาหยาจะทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวเสียหายเป็นหมื่นล้านบาท

แต่รัฐบาลยืนยันต้องปิดฟื้นฟูอ่าวมาหยาจนถึงปี 2564 พร้อมโชว์หลักฐานห้วงเวลาที่อ่าวมาหยาได้รับการเยียวยาจากธรรมชาติ มีโอกาสพักเต็มที่ระบบนิเวศน์เคยเสื่อมลงได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน น้ำทะเลใสขึ้น ชายหาดขาวเนียน ไม่มีขยะลอยฟ่อง ใต้ท้องทะเลมีฝูงฉลามหูดำว่ายไปมาผู้คนส่วนใหญ่พากันเทเสียงยืนข้างรัฐบาล

ล่าสุดมีข่าวจากคุณวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแจ้งผ่านสื่อว่า อ่าวมาหยาคงต้องปิดต่อไปอีกระยะหนึ่งแม้ว่าพื้นที่บนบกจะฟื้นตัวบ้างแล้ว แต่ปะการังใต้ท้องทะเลยังพื้นตัวไม่เต็มที่

ทางกระทรวงมีแนวความคิดสร้างท่าเทียบเรือทางด้านบริเวณหลังอ่าวมาหยา เพื่ออนุรักษ์แนวปะการังที่อยู่บริเวณด้านหน้าของอ่าวให้สมบูรณ์และป้องกันการทิ้งสมอของเรือท่องเที่ยว รวมทั้งไม่อนุญาตให้เรือเข้าจอดด้านหน้าอ่าวมาหยา

นี่เป็นอีกข่าวดีๆ ของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท่ามกลางวิกฤตโควิด-19

 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย.63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้3 สิ่งต้องทำ เพื่อพลิกชีวิตมนุษย์เงินเดือน ในยุคนิวนอร์มอล
บทความถัดไป“สุริยะ”สั่งธพว.อัดฉีดสินเชื่อ 4 หมื่นล. ช่วยเอสเอ็มอีประคองลูกจ้าง 1.2 แสนคน