ทราย เจริญปุระ | มนุษย์วางแผน พระเจ้าหัวเราะ

ทราย เจริญปุระ

ความเบื่อสำหรับบางคนก็เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ดี ในการหาอะไรมาทำเพื่อแก้เบื่อ

อย่างน้อยก็ดีกว่าความหิว หรือความคับแค้นบางอย่างที่ต้องทำเพราะไม่มีทางไหนให้เลือก

การจะเบื่อได้เป็นเรื่องร่ำรวยอย่างหนึ่ง คุณมีอะไรอะไรหลายอย่างแล้ว แม้จะไม่อาจเรียกได้ว่าครบครันหรือท่วมท้น แต่ก็มากพอที่เวลาว่างในชีวิตจะสละมาทำได้ และพอถึงจุดหนึ่งที่เวลาไม่สัมพันธ์กับกิจกรรม เวลามากเกินไป กิจกรรมน้อยเกินไป ทำบ่อยเกินไป ซ้ำซากไม่แปลกใหม่ เกินกว่าจะใช้เป็นสิ่งพักผ่อนหย่อนใจได้ คุณก็จะเกิดความเบื่อ

คุณมีเวลาที่จะครุ่นคิดมากเกินไป ทุกนาทีในแต่ละวันว่างเปล่าปราศจากกิจกรรม นั่นทำให้คุณเริ่มมองหาอะไรสักอย่างที่จะมาชุบชูใจ หรือไม่ก็เริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าคุณต้องการอะไรกันแน่ วันที่ล่วงเลยไปยืนยันกับคุณว่าจริงๆ คุณก็นั่งเฉยๆ ได้ แกนโลกไม่ได้สนใจเราขนาดจะหยุดหมุนเพื่อมาไถ่ถาม มันก็หมุนไปอย่างนั้น เช่น พระอาทิตย์และพระจันทร์ น้ำขึ้นและน้ำลง

เอาจริงๆ ฉันรู้สึกสบายดีจนไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ ว่าทำไมมันถึงสบายดีได้แบบนี้

ถ้าจะมีเรื่องทุกข์ร้อนนั่นก็เป็นเรื่องงานเสียมากกว่า ว่าอนาคตมันช่างไม่แน่นอน แต่มันก็เป็นความรู้สึกไม่แน่นอนที่เข้มข้นขึ้นมาอีกนิดเดียวจากที่เป็นอยู่ในทุกๆ วัน

อนาคตการงานและการเงินผูกติดกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับผู้มีอาชีพอิสระ เป็นลูกจ้างรายสะดวกอย่างฉัน

แต่ก็อีก, มองๆ ไปฉันก็ยังอยู่ในตำแหน่งที่ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรกับตัวเองมากนัก เอาเวลาจะมานั่งหวั่นไหวเรื่องตัวเอง ไปสนใจผู้อื่นน่าจะดีกว่า

เอาจริงๆ ก็ไม่แน่ใจและไม่กล้าสำรวจตัวเองขนาดนั้น ว่าที่รู้สึกนี้เป็นเพราะแค่เบื่อ หรือเป็นเพราะเพิ่งค้นพบตัวเอง ว่าจริงๆ แล้ว อยู่คนเดียวก็สบายดี

กินคนเดียว นอนคนเดียว หาเงินใช้เองคนเดียว ไม่ต้องจำชื่อใคร ไม่ต้องไปพบใคร

บางครั้งคำตอบก็น่ากลัวเกินกว่าฉันจะรับได้ หรือต่อให้รับได้ ก็ไม่อยากจะลงมือจัดการให้อะไรอะไรมันเป็นไปตามใจที่ตัวเองต้องการ

ได้แต่พยายามควบคุมให้เสียงในใจนั้นเงียบลงบ้าง อยู่เป็นที่เป็นทาง ไม่เพ่นพ่านออกมาทางคำพูดหรือการกระทำเมื่อรู้สึกเผลอ

หรือที่จริงฉันไม่ได้เผลอ

ทั้งหมดที่คิดและรู้สึกล้วนเป็นเรื่องจริง

หลายคนค้นพบหนทางแก้เบื่อในแบบของตัวเอง

หลายคนกลัวว่าเศรษฐกิจและสังคมโลกจะเปลี่ยนไป

ความปกติใหม่จะมาแทนที่ ซัดสาดระบบที่เราทำกันจนเคยชินแต่ดั้งเดิมให้หายไป หลายคนตื่นเต้นกับความปกติใหม่ ตามติดชิดใกล้อยากรู้รายละเอียด

แต่จริงๆ ที่ฉันว่ามันน่ากลัวกว่าคือการตระหนักรู้อะไรบางอย่าง

ผู้คนอยู่ร่วมกับตัวเองมามากและนานเกินไป

หรือจำต้องอยู่ร่วมกับใครบางคนมามากและนานเกินไป

ในช่วงเวลาที่ไม่มีทางเลือกให้เราได้ออกไปไหน

ความคิดเป็นทางเดียวที่จะพาเราโบยบิน

สิ่งที่เคยคิดว่าจำเป็น ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป

สิ่งไหนที่เคยคิดว่าไม่ต้องการ กลับยิ่งโหยหา

แล้วทันใดนั้น, คนไม่จำเป็นก็จะเกิดขึ้นมาบนโลก

ผู้คนที่เคยใช้การได้ มีประโยชน์ มีตัวตน มีอะไรให้ทำ มีค่าสำหรับใครบางคนหรืองานบางอย่าง

ฉับพลันก็ไร้ความหมาย

มนุษย์เหลือเพียงตัวเอง เพื่อตัวเอง เพราะตัวเอง

ความคิดบางอย่างที่อาจจะแค่เคยล่องลอยวูบวาบกลับเป็นจริงเป็นจัง

เรื่องบางเรื่องที่เคยมีค่าแค่ข้อมูลที่รับรู้ กลับได้เวลาเพิ่มเพื่อหวนไปพิจารณาอีกครั้ง หยิบมาพลิกดูไปมาและเริ่มรู้สึกว่ามันเข้าท่าขึ้นทุกที

“ดูเหมือนคุณจะคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ไม่ใช่เลย ทุกอย่างเป็นส่วนหนึ่งของแผนการ”

“แผนการของใคร”

“อาจจะเป็นแผนการของผมเอง อาจจะเป็นแผนการของพระเจ้า” แชมรอนไหวไหล่ “มันจะต่างกันตรงไหน พระเจ้ากับผมอยู่ข้างเดียวกันเมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณ เราคือผู้สมรู้ร่วมคิด”*

มนุษย์วางแผน พระเจ้าหัวเราะ

เป็นครั้งที่ร้อยที่พันแล้วกระมังที่ฉันคิดถึงถ้อยคำนี้

การสักมันติดตัวไปทุกที่ไม่ได้ช่วยให้ฉันลืมหรือทำเป็นไม่สนใจคำกล่าวโบร่ำโบราณนี้ได้

จะมีหรือจะไม่มีรอยสักสุภาษิตยิดดิชนี้ ฉันก็คิดถึงมัน และเหมือนจะมีชีวิตอยู่เพื่อพิสูจน์ว่ามันคือความจริง

ฉันเอาหนังสือเล่มเก่ามาอ่าน ความเจ็บช้ำซ้ำซากของลี้คิมฮวง บุรุษผู้ไม่รับสุราเลี้ยงอย่างอาฮุย แชมรอนที่จำเป็นต่อองค์กรเหมือนที่น้ำจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต การได้เป็นพ่ออีกครั้งของเกเบรียลที่ไม่อาจซ่อมบาดแผลชำรุดของตัวเอง

มีเพียงตัวละครเหล่านี้ที่ยังล่ามฉันไว้กับโลกใบเดิม กระซิบบอกว่าสิ่งที่เคยเป็นมันไม่ได้เลวร้าย ฉันแค่อยู่คนเดียวมากเกินไป หรือไม่ก็หมกจมอยู่แต่กับพวกเขา

นี่ไม่ใช่สิ่งที่ชีวิตควรจะเป็น เราต้องก้าวไปข้างหน้า เดินไปพร้อมกับโลก ไม่ใช่แบกมันเอาไว้ที่เดิม

จริงหรือ

ถ้าเราออกไปเดินแล้วและพบว่าโลกข้างนอกและวันข้างหน้าก็ไม่ได้ดีขนาดนั้น ไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้น สิ่งที่เราเลือกล้วนน่าเบื่อและซ้ำซาก การผ่านไปแต่ละวันคือการกระทำสิ่งเดิมซ้ำๆ เพียงเพื่อให้รู้สึกว่าได้ทำอะไรลงไปแล้ว นี่คือชีวิตอันราบเรียบสงบสุข นี่คือที่สุดแห่งความปรารถนาของผู้คน เหมือนเราได้รับค่าจ้างให้ทำซ้ำในสิ่งที่พวกเขาทำต่อๆ กันมา เพื่อแลกกับความมั่นคงบางอย่าง

แต่ไม่น่าจะใช่ความมั่นคงทางใจสำหรับฉัน

ฉันหาความสงบและความสบายใจได้จากพวกเขา, ตัวละครหน้าเก่า ที่ทำสิ่งซ้ำซากยิ่งกว่าฉัน ซาลาดินวางแผนได้รับชัยชนะในสงครามครั้งสุดท้ายกับกองทัพแห่งโรม ในสถานที่ที่เรียกว่าดาบิกในหน้า 508 อัลฟองโซ รามีเรซ ขับรถโฟล์กสวาเกนซีรอกโกคันสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในซีกโลกตะวันตกที่หน้า 184 ลมหนาวยังคงกรีดผิวดั่งคมมีดเย็นยะเยือกทุกครั้งในบทเปิดของฤทธิ์มีดสั้น ลูกของเกเบรียลตาย ลีอาห์หลงหายไปในความทรงจำ และลี้คิมฮวงไม่มีวันแพ้

ชายเหล่านี้โอบกอดฉันด้วยเรื่องราวที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงของพวกเขา ปลุกปลอบใจ และให้ความมั่นใจว่า เมื่อไหร่ที่ฉันกลับมาหา พวกเขาจะยังเป็นคนเดิม ทำเหมือนเดิม เจ็บที่เดิม ตายในบทเดิมๆ

หากมีชายเหล่านี้กับเรื่องราวของพวกเขาเป็นพลัง ฉันน่าจะตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะอยู่หรือจะไป นั่นคือแผนการของพระเจ้า ฉันเป็นแค่คนเอ่ยถ้อยคำ

แต่เสียงหัวเราะที่ตามหลังในการตัดสินใจนั้นเป็นของพระเจ้า

“ม่ายทมิฬ” (The Black Widow) เขียนโดย Daniel Silva แปลโดยขจรจันทร์ ฉบับพิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์ไครม์แอนด์มิสทรี ในเครือบริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด, มีนาคม 2562

*ข้อความจากในหนังสือ


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้พิศณุ นิลกลัด | ฟุตบอลบุนเดสลีกากลับมาแล้ว
บทความถัดไปเดินตามดาว / หมอทรัพย์ สวนพลู / ประจำวันที่ 29 พ.ค. – 4 มิ.ย. 2563