การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ : ทวีปที่สาบสูญ ฉันคิดแล้ว

การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์[email protected]
*

เพียงบัวที่คิดถึง

จดหมายของฉันไปถึงเธอหรือยังนะ

ฉันส่งไปแล้วล่ะ

ปิดแสตมป์ไปหย่อนตู้ไปรษณีย์

 

วันนี้ฉันอยากจะเขียนจดหมายเป็นบทกลอน

เพื่อบรรยายภาพที่ทับซ้อนอยู่ที่นี่

ตั้งใจอ่านนะคนดี

สิ่งเหล่านี้อยู่ในสายตาของฉัน

 

วานนี้ที่ตลาด

ฉันมีโอกาสคุยกับผู้ชายคนหนึ่งสั้นสั้น

เขาบอกว่าติดตามกัน

เป็นสมาชิกจุลสารของฉันแต่ไม่นาน

 

เขายังส่งจดหมายมาหา

แต่ก็กลับว่าฉันออกไปจากหมู่บ้าน

ส่วนตัวเขาก็มีงาน

เป็นคนทำวารสารอยู่ในวัด

 

ฉันคุยกับเขาอยู่ครู่หนึ่ง

คุยกันถึงฉันทลักษณ์กลอนสัมผัส

ดูเขาเป็นคนเก่งและเคร่งครัด

ท่าทางช่างเจนจัด…ก็ดูจริงใจฯ

 

เพียงบัวที่คิดถึง

วันนี้พี่โฟก็โกรธขึ้งตัวฉันใหม่

เรื่องเงินที่ลักจกยกออกไป

แม่เสียใจเมื่อพบเห็นสิ่ง (ไม่) เป็นจริง

 

แม่พูดว่า

ตั้งใจเลี้ยงฉันมาดีทุกสิ่ง

ด้วยหวังใจวันหน้าจะพึ่งพิง

ฉันเป็นลูกผู้หญิงมีความคิด

 

แต่กระนั้นเลย

แม่ไม่เคยสอนลูกถูกเป็นผิด

ลักขโมยจะพาลงให้หลงทิศ

จะน้อยนิดหรือเท่าไหร่…แม่เสียใจเสมอ

 

ฉันได้แต่นิ่งฟัง

เป็นอีกครั้งเห็นแม่น้ำตาเอ่อ

เป็นภาพแม่แปลกไปไม่เคยเจอ

นอกจากเธอฉันไม่รู้จะบอกใคร

 

โลกนี้ไม่มีความจริงสินะ

ความเท็จกลับไม่อาจจะพิสูจน์ได้

เมื่อฉันพูดความจริงทุกสิ่งไป

แม่ก็ตกในหม่นไหม้เกินจะฟัง ฯ

 

เพียงบัวที่รักของฉัน

จึงอีกวันที่ฉันจ้องมองฟากฝั่ง

จากใต้ถุนผ่านร่มไม้ใบเขียวบัง

แลสะพรั่งถึงน้ำใสไหลรินรอน

 

นั่นช่างเหมือนหัวใจฉัน

เต็มไปด้วยคราบตะกรัน, การผุกร่อน

เลื่อมระยิบพริบแสดงแสงสะท้อน

ตกตะกอนคือฝุ่นหมองของหัวใจ

 

มีตะวันฉานฉายปลายขอบฟ้า

แต่จะส่องมาหาฉันเมื่อไหร่

มีพระจันทร์โค้งเสี้ยวเกี่ยวฟ้าไกล

เหตุไฉนเพียงราตรีที่อยู่ (กับฉัน) นาน

 

เพื่อนที่คิดถึง

อีกครั้งหนึ่งที่ฉันยังอยู่บ้าน

แต่เหมือนใจไหลล่องตามท้องธาร

ล่องผันผ่านจะสู่แดนใด…ไม่รู้เลย

 

เพียงบัวที่รัก

ยิ่งตระหนักยิ่งยากเกินปากเอ่ย

มีเพียงคำอบอุ่นอันคุ้นเคย

จากเธอที่แผ่วรำเพยมากอดฉัน

 

เพียงบัวคนดี

จดหมายฉบับนี้อาจสั้นสั้น

แต่นี่คือการทดลองของอีกวัน

การกำนัลเธอทั้งหมดด้วยบทกวี

 

ฉันมาคิดแล้วว่า

บางทีสิ่งที่จะพาพ้นไปจากที่นี่

คือการตั้งมั่นจากวันนี้

สู่การมีที่ทางอย่างใครใคร

 

ด้วยตัวหนังสือของฉัน

ไม่ว่าจะรำพันหรือสรรค์ให้

จากชีวิตล้วนล้วนควรจดไว้

เพื่อนำเสียงฉันไปสู่สายตา

 

ให้ตาใครสักคนบนกระดาษ

ได้มองเห็นจนอาจทะลุหน้า

แลผู้คนหม่นไหม้ในมรรคา

เห็นต้นหญ้าเอนไหวใต้ตีนบัง

 

เพียงบัวที่รักของฉัน

นี่คือวันอีกวัน, ริมฟากฝั่ง

ฉันเขียนลบเขียนใหม่อยู่หลายครั้ง

เพราะมุ่งหวังจะส่งผ่านม่านฟ้าถึง

 

คนดี

และนี่คือบทกวีอีกบทหนึ่ง

กลั่นจากใจในส่วนลึก, อย่างลึกซึ้ง

ฉันคิดแล้ว-แล้วฉันจึง…อยากเป็นนักเขียน