อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ : เจ้าสัวกับโควิด

อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

“…วิกฤตการณ์การเงินปี 2008 มีความคิดแย่ๆ ให้กอบกู้บริษัทธุรกิจ คนสามัญทั่วโลกกลับต้องจ่ายเงินเพื่อการนี้ มีกิจกรรมมากมายของรัฐบาลฝ่ายขวาหลายรัฐบาลทั่วโลก แล้วหลังจากที่โลกช็อกกับวิกฤตการณ์การเงินครั้งนั้น มีสงคราม การรัฐประหาร การโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย การล่มสลายของตลาดหรือภัยพิบัติจากธรรมชาติ มีการตักตวงผลประโยชน์สาธารณะจนไร้ทิศทาง ยุติกระบวนการประชาธิปไตย ผลักดันนโยบายตลาดเสรีต่างๆ มากมายเพื่อให้แก่คนรวยเพียง 1% จากรายจ่ายของคนจนและคนชั้นกลาง…”

ข้อเขียนของ Naomi Klein นักเขียน นักเคลื่อนไหว นักหนังสือพิมพ์

หลายคนอาจไม่รู้จักนักเขียน Naomi Klein มากนัก ทว่าข้อเขียนของเธอที่สะท้อนความเป็นไปหลังวิกฤตการณ์การเงินโลกเมื่อประมาณ 13 ปีที่แล้วก็อธิบายความไม่เท่าเทียมและนโยบายสาธารณะอันเอื้อประโยชน์ต่อ คนรวย จำนวนน้อยนิดในหลายๆ ประเทศได้เป็นอย่างดี

ไม่ทราบว่า ประวัติศาสตร์เล่นตลกต่อเราๆ ท่านๆ หรืออย่างไร เค้ารางแห่งวิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด 19 ต่อสังคมเศรษฐกิจไทยราวกับว่ากำลังถอดแบบรูปลักษณ์ โครงสร้างและพันธนาการจากวิกฤตการณ์การเงินโลกครั้งนั้น

 

โควิดระบาดไทย

“…วิกฤตการณ์โรคระบาดโควิดแตกต่างจากวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งปี 1997 ช่วงนั้นประเทศไทยล้มละลายกันทั้งประเทศ แต่วิกฤตจากโรคระบาดโควิดประเทศไทยไม่เป็นเช่นนั้น…”

นี่เป็นข้อสรุปอย่างคร่าวของเจ้าสัวท่านหนึ่งซึ่งแนวโน้มก็เป็นเช่นนั้น เบื้องต้น วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งนั้นท่านเจ้าสัวเรียกขานตัวเองได้กระจ่างชัดว่า เจ้าสัวเยสเตอร์เดย์

นั่นคือ เจ้าสัวจำนวนไม่น้อยเป็นหนี้เป็นสินอย่างถ้วนหน้า

แม้โรคระบาดโควิดจะประชิดตัวและเข้าถึงแกนกลางของระบบเศรษฐกิจไทย ทว่าโครงสร้างความมั่งคั่งของเจ้าสัวมิได้สั่นคลอนมากนัก

ตรงกันข้ามการสะสมความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของเจ้าสัวบางราย

กลับสร้างรายได้และต่อยอดการค้าการลงทุนได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้

 

การค้าสมัยใหม่และเงินสด

แทบไม่น่าเชื่อ สังคมไทยมืดมิดไปทั่ว กิจกรรมทุกชนิดหยุดนิ่งพร้อมกันหมด ท้องถนนว่างเปล่า ไร้การเดินทาง เสียงของเมืองและชุมชนเงียบอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

พอๆ กับความมืดเมื่อก้าวเข้าสู่พลบค่ำ

ความวิตกกังวล (anxiety) ของคนไทยทุกหมู่เหล่ามิได้เสียขวัญเพียงเพราะไม่มีอะไรจะกิน ทว่าวันรุ่งขึ้นก็ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะอยู่รอดกันไหม

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ มหาอุบัติภัยแห่งมหาวิตกกังวลใหญ่หลวงกว่าที่คนไทยทุกคนคาดคิด

วัดวาอารามและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่พวกเราเชื่อก็มิได้ช่วยเราท่านแต่อย่างใด พระท่านยังพูดว่า พระก็ยังอดอยาก ชาวบ้านไม่มีอะไรจะใส่บาตร ชาวบ้านเพียงนิมนต์พระไปแค่งานศพเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การค้าสมัยใหม่ได้ช่วยประทังชีวิตให้พอจะมีกิน ทว่า ถุงยังชีพ โรงทานและข้าวกล่องก็ยังมีให้เห็นตราบเท่าทุกวันนี้

ท่ามกลางความมืดมิด ไฟสว่างไสวของการค้าสมัยใหม่ และเงินสดได้สาดส่องและเงินทองพรั่งพรูเนืองนิตย์มิได้ขาด

แต่กลับยิ่งไหลเวียนเปลี่ยนเป็นการผลิตสินค้าและบริการทั่วสังคมเศรษฐกิจไทย อีกทั้งการส่งขายสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตสู่ประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น

 

เจ้าสัวกับโควิด : ใครได้

หากกล่าวว่า โควิดไม่มีอะไรสร้างความเสียหายต่อเจ้าของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ก็นับว่าโวเกินจริงมากอยู่ กิจการของท่านเจ้าสัวที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของไทยมูลค่าเสียหายไปแบบสูญหายไปไม่น้อย จากรายงานของนิตยสาร forbe ฉบับเดือน April 2020

กลุ่มบริษัทเครือซีพี มูลค่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ไทยเปลี่ยนแปลงจาก 29.5 พันล้านบาทในปี ค.ศ.2019 ลดลงเหลือ 27.3 พันล้านบาท

กลุ่มบริษัทเครือเซ็นทรัล มูลค่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ไทยเปลี่ยนแปลงจาก 21 พันล้านบาทในปี ค.ศ.2019 เป็น 9.5 พันล้านบาท

กลุ่มบริษัทไทยเบฟ มูลค่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ไทยเปลี่ยนแปลงจาก 16.2 พันล้านบาทในปี ค.ศ.2019 เป็น 10.5 พันล้านบาท

ทว่ากิจการของเจ้าสัวท่านใดก็ได้รับอานิสงส์แห่งการจัดการพิบัติภัยโรคระบาดโควิดอยู่ดีอย่างน้อยก็ 2 รูปแบบ

รูปแบบที่ 1 ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ได้แก่ การก่อตั้งกองทุนรับซื้อตราสารหนี้ของภาคเอกชนโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีบริษัทเอกชนขนาดใหญ่บางรายถึงกำหนดเวลาการชำระหนี้ของตราสารหนี้

รูปแบบที่ 2 สิทธิประโยชน์จากสัญญาของรัฐ ซึ่งเกิดขึ้นตามมาภายหลัง

กลุ่มบริษัทซีพี สร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยมูลค่า 100 ล้านบาทได้รับส่งเสริมการลงทุน มีการขยายร้านค้าสะดวกซื้อออกไปต่างจังหวัดและพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ไม่นานในเดือนมีนาคมปีนี้ กลุ่มบริษัทซีพีบรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการของ Tesco Holding retail ของประเทศอังกฤษ ที่ดำเนินกิจการของบริษัทค้าปลีกในประเทศไทยและมาเลเซีย

กลุ่มบริษัทเครือเซ็นทรัล ดำเนินการซื้อกิจการโรงแรมในกรุงเทพมหานคร พัทยา จังหวัดชลบุรี และในจังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า ธุรกิจโรงแรมจะเป็นกิจการที่มีการฟื้นตัวจากผลกระทบของโรคระบาดโควิดที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกและในประเทศไทยก่อนอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นอุตสาหกรรมที่ทั้งสร้างรายได้เข้าประเทศและมีการจ้างงานจำนวนมาก

ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันเห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สร้างการจ้างงานในหลายกิจการที่เกี่ยวเนื่องกัน

กลุ่มบริษัทไทยเบฟ กลุ่มกิจการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่รัฐบาลผ่อนปรนการซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมปีนี้ ในเวลาเดียวกัน กลุ่มบริษัทนี้ยังดำเนินการขยายกิจการด้านอสังหาริมทรัพย์ และที่ดำเนินการอยู่ก่อนแล้วได้แก่ กิจการอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

พร้อมกับมีการซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

เจ้าสัวช้อปปิ้ง

ประการสำคัญหากเจ้าสัวรายใดเป็นการค้าสมัยใหม่ซึ่งก็มีอยู่ในช่วงเศรษฐกิจค้าปลีกอันเฟื่องฟู การค้าการขายในช่วงวิกฤตการณ์โรคระบาดโควิดกลับเจริญก้าวหน้า ไม่เพียงแต่การค้าสมัยใหม่ที่มีจำนวนเงินสดหมุนเวียนจำนวนมาก

เจ้าสัวไทยยังอยู่แถวหน้าของโลกยุคโลกาภิวัตน์

ทั้งนี้ ด้วยช่วงที่ตลาดในสหรัฐอเมริกาและยุโรปปิดตัวลงด้วยเหตุการณ์แพร่ระบาดของโรคระบาดโควิด ยิ่งนับเป็นโอกาสการเข้าซื้อกิจการที่ขาดสภาพคล่องหรือมีปัญหาด้านห่วงโซ่ซัพพลาย พร้อมกับปัญหาของความตึงเครียดด้านยุทธศาสตร์การเมืองและความมั่นคงโลกระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกากับรัสเซียและอิหร่าน

เงินสกุลหยวนจึงเข้ามาช้อปปิ้งกิจการในภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิกและในไทยด้วย

ประเด็นคือ ใครคือพันธมิตรของเงินสกุลหยวนเล่า

วิกฤตการณ์อาจนำไปสู่ประกายแห่งการปฏิวัติ

อาจเป็นการจุดประกายแห่งเจ้าสัวย่อมได้

 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้ต่างประเทศอินโดจีน : ลาวกับโควิด-19
บทความถัดไปแพทย์เตือน โควิดระลอก 2 มาแน่ พุ่งทวีคูณ ชี้ติดเชื้อ-ตาย ขึ้นกับคน 3 กลุ่ม