อุรุดา โควินท์ / ทางรอดอยู่ในครัว : เราไม่ทิ้งข้าว

อุรุดา โควินท์

ฉันบอกซันตั้งแต่เมื่อวานเย็น วันนี้ไม่ต้องห่อข้าวมานะ เดี๋ยวพี่ทำข้าวผัดเผื่อ เธอยิ้มหวาน และบอกว่า ซื้อเขาไม่อร่อย เลยห่อมา แต่พี่ทำอร่อย ซันกินได้

ซันช่วยฉันทำงานบ้านสัปดาห์ละหนึ่งวัน นอกจากค่าแรง ฉันให้ค่าอาหารกลางวันเธอด้วย เพราะฉันกินมื้อเที่ยงเกือบบ่ายสอง ถ้าให้เธอรอ ก็กลัวเธอจะหิว

ซันเป็นชาวพม่า พูดไทยชัดเจน มีความรับผิดชอบ และมีความคิดเป็นของตัวเอง เธอมีลูกสองคน ซึ่งทำให้เธอไม่เหมาะกับงานประจำ เธอจึงรับทำงานบ้านให้หลายบ้าน

ก่อนหน้าโควิดจะระบาด เธอมีงานทำความสะอาดทุกวัน เว้นเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ที่เธอจะพาลูกๆ กลับท่าขี้เหล็ก ไปเยี่ยมบ้านแม่

เธอรับซื้อของฝากจากเชียงรายไปให้คนพม่า และตอนกลับมา เธอก็รับหิ้วบุหรี่หรือเหล้าจากพม่ามาให้คนไทย อย่างน้อยก็ได้ค่ารถกลับบ้าน เธอบอก

หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเธอไม่รับงานเลย เพราะลูกๆ ไม่ได้ไปโรงเรียน และเธอไม่กล้าเอาเด็กไปฝากเลี้ยง ครั้น จ.เชียงรายไม่มีผู้ติดเชื้อติดต่อกัน 28 วัน และคนที่ติดเชื้อก็หายดี กลับบ้านได้หมด เธอจึงเอาลูกไปฝากเลี้ยงได้อีกครั้ง

สัปดาห์นี้ฉันให้เธอมาสองวันติดกัน เพราะเว้นไปนาน ฉันทำเองเท่าที่ไหว แต่เพราะบ้านเรามีบริเวณมาก และฉันมีอีกหลายงาน จุดไหนข้ามได้ฉันก็ข้าม ทำเป็นไม่เห็น

 

ซันจะมาถึง 09.30 น. ทุกครั้ง เธออยากมาเช้ากว่านี้ เป็นฉันเองที่บอกว่าเวลานี้สะดวกกว่า มาถึงเธอก็ใส่ผ้ากันเปื้อน เตรียมตัวทำงาน

ฉันแค่บอกว่า ต้องการให้ทำความสะอาดบริเวณไหน อยากให้เน้นส่วนไหนเป็นพิเศษ ที่เหลือเธอจัดการได้อย่างเรียบร้อย

เธอเช็ดกระจกสะอาดมาก และช่วยฉันประหยัดได้หลายอย่าง เธอบอกว่า เช็ดกระจกให้สะอาด ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาเยอะแบบที่ฉันทำ และล้างพื้นน่ะ ใช้ผงซักฟอกกับแรงคนดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาอะไรทั้งนั้น ประหยัดและปลอดภัยกว่า

ฉันให้เธอทำอย่างที่เธอคิด ได้ผลงานออกมาน่าพอใจเสมอ

 

อีกเรื่องที่ฉันประทับใจมาก คือเธอไม่เคยบ่นเรื่องหมาของฉัน ฉันรู้-ไม่ใช่ทุกคนรักหมา บ้านที่เลี้ยงหมาจะมีกลิ่นหมา ต่อให้เราอาบน้ำหมาบ่อยแค่ไหน ก็ยังมีกลิ่นติดในบ้าน ไหนจะขนหมาอีก

หมาทำให้ฉันหาคนทำงานบ้านยาก ฉันอยากได้คนที่เข้าใจเรา เข้าใจธรรมชาติของหมา ไม่รู้สึกว่าหมาเพิ่มงานให้เขา ฉันต้องรอเกือบสองปี ถึงจะเจอซัน เธอรักหมาเหมือนกัน เธออยากเลี้ยง ติดที่เธอเช่าห้องเล็กๆ อยู่กับลูกและสามี การได้มาเจอท้าวฮุ่ง หมาของฉัน จึงเป็นความสุขของเธอ

“ถ้าไม่มีขนน้องฮุ่ง บ้านพี่ก็แทบไม่มีอะไรให้ทำความสะอาดเลยนะ พี่ไม่ต้องจ้างซันยังได้” เธอว่า

เราอยู่กันสองคน ไม่มีเด็ก ข้าวของน้อยชิ้น โล่งมาก ห้องนอนก็มีแต่ที่นอนกับโต๊ะหัวเตียงสองตัว แต่เรามีพื้นที่ส่วนอื่นอีกเยอะ ทั้งบุ๊กคลับ บาร์ และส่วนรับประทานอาหาร ซึ่งตอนนี้ไม่มีแขกเลย แต่ล้วนต้องการคนทำความสะอาด

“พี่จะทำข้าวผัดปลาเค็มนะซัน” ฉันบอกเธอ “กินได้มั้ย”

“แต่พี่ให้ค่าอาหารซันแล้ว ซันเกรงใจ เนียะ พี่ไม่มีรายได้เลย ตอนแรกที่ซันฝากลูกได้ ซันไม่กล้าโทร.มาเพราะเกรงใจ”

ฉันหัวเราะ จริงอยู่ที่รายได้ลดลงมาก แต่แรงงานของเธอนับเป็นเรื่องจำเป็น เพราะหากเธอไม่ทำ ฉันก็ต้องวางมือจากงานอื่น เพื่อทำงานบ้านเอง

“พี่ลดค่าใช้จ่ายในบ้านหลายอย่าง ทำกับข้าวกินเองทุกมื้อ เมื่อก่อนพี่ยังไปกินนอกบ้านบ้าง สั่งมากินบ้าง มื้อหนึ่งสองสามร้อยนะอย่างต่ำ แต่ถ้าทำกินเอง สองสามร้อยกินได้ทั้งวันเลย ข้าวเหลือพี่ก็ไม่เคยทิ้ง เก็บไว้ทำข้าวผัด”

เธอพยักหน้าหนักแน่น “จริงพี่ ซันทำกับข้าวไม่ค่อยเก่ง แต่ซันก็ทำเอง มันเปลืองมากถ้าซื้อ”

ฉันจึงชวนเธอเข้าครัว เผื่อเธอติดใจข้าวผัด จะได้กลับไปทำให้สามีกิน

 

ข้าวผัดปลาเค็มไม่ยากเลย เป็นเมนูที่ฉันมักทำ เมื่อมีข้าวเหลือก้นหม้อมากพอ ข้าวที่เหลือแต่ละมื้อ ฉันเก็บใส่กล่องพลาสติกไว้ในตู้เย็น รอวันทำข้าวผัด ข้าวต้ม หรือข้าวคลุกกะปิ

ปลาอินทรีควรเป็นปลาอินทรีแช่ในน้ำมัน จะเค็มน้อยกว่า ต่อหนึ่งจาน ฉันใช้หนึ่งชิ้นเล็กๆ โดยทอดไฟอ่อนให้หอมก่อน แล้วให้ช้อนยีให้ละเอียด

ใส่ผักคะน้าอย่างเดียว ปริมาณมากสักหน่อย ซันช่วยฉันล้างและหั่นไว้เรียบร้อย

ก่อนลงเตา ฉันต้องแน่ใจว่าเรามีพริกน้ำปลา ทำจากพริกขี้หนู ซอยกระเทียมไทยเยอะๆ ฝานมะนาวบางๆ ลงไปด้วย

เรามีแตงกวาที่น่ากินมาก และมะเขือเทศเนื้อ ฉันให้ซันหั่นแช่เย็นไว้เป็นผักข้างจาน

เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อม ฉันก็ทุบกระเทียม และเปิดเตา

เริ่มต้นจากดาวไข่ ได้ไข่ดาวแล้ว เอาน้ำมันออกบ้าง ควรใช้น้ำมันน้อยที่สุด เพื่อข้าวผัดจะไม่เลี่ยน

ผัดกระเทียมให้หอม ใส่หมูสับลงไปพร้อมกับปลาอินทรียี ผัดให้หมูสุก ค่อยเทข้าวลงกระทะ เร่งไฟแรง

ข้าวผัดปลาอินทรีควรเค็มจากปลาอินทรีเป็นหลัก ฉันแทบไม่ปรุงอะไรเลย ใส่น้ำมันหอยนิดหน่อย และตัดน้ำตาล

ผัดให้ข้าวเริ่มร้อน ค่อยใส่คะน้า ผัดต่อกระทั่งคะน้าสุก ฉันก็ปิดเตา

จัดหนึ่งจาน โดยเอาฝาชีครอบไว้ สำหรับซัน

“ถ้าซันหิว กินก่อนเลยนะ กว่าพี่จะกินก็บ่ายสอง แล้วถ้าไม่อิ่ม ตักเพิ่มได้ อยู่ในกระทะ” ฉันบอกเธอ

เธอเปิดฝาชีดู ทำตาโต “น่ากินมากเลยพี่ ซันอิ่มค่ะ ซันกินไม่เยอะ”

ฉันหวังว่าเธอจะชอบ นี่เป็นอาหารจานโปรดของฉัน ไปกินที่ไหนก็ไม่อร่อยเหมือนทำเอง ใช้ข้าวไม่ดีบ้าง ปลาเค็มไปบ้าง ใส่น้ำมันหอยเยอะไปบ้าง ไม่เคยถูกใจฉัน

“พี่อ่ะเรื่องมาก ต้องแบบนี้ถึงจะถูกใจ ซันลองชิมดูนะ” ฉันบอกเธอ

 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้1 ทศวรรษ เมษาเลือด-พฤษภาอำมหิต 53 การช่วงชิง “ข้อเท็จจริง-ความยุติธรรม” ยังดำเนินต่อ
บทความถัดไป‘โควิด’ ดับ 3.4 แสนทั่วโลก ติด 5.39 ล้าน