มองบ้านมองเมือง / ปริญญา ตรีน้อยใส / บ้านเมืองหลังโรคระบาด

ปริญญา ตรีน้อยใส

มองบ้านมองเมือง/ปริญญา ตรีน้อยใส

บ้านเมืองหลังโรคระบาด

 

รูปแบบสถาปัตยกรรมและเมือง แปรเปลี่ยนไปในแต่ละยุคสมัยตามความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมา ทำให้ขีดความสามารถในการออกแบบและก่อสร้าง อาคารใหญ่ สูง และซับซ้อนมากขึ้น

จากเพิงพักที่อยู่อาศัย สำหรับแต่ละคน และสถานบูชาเทพเจ้า สำหรับคนทั้งกลุ่มเผ่า มาเป็นบ้านพักอาศัยในรูปแบบต่างๆ สำหรับครอบครัว และศาสนสถาน ศูนย์การค้า ศาลาว่าการ โรงเรียน และโรงพยาบาล สำหรับชุมชนและเมือง

การคิดประดิษฐ์นวัตกรรมต่างๆ อย่างเช่น ลิฟต์ ทำให้สร้างอาคารสูงระฟ้าได้ บันไดเลื่อนและทางเลื่อน ทำให้อาคารกว้างใหญ่มโหฬารได้

รวมทั้งเอไอ ที่จะเปลี่ยนโฉมสถาปัตยกรรมได้

 

แม้แต่ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ก็ส่งผลต่อการเปลี่ยนรูปแบบอาคารและบ้านเมืองได้เช่นกัน

เมื่อกาฬโรคระบาด เพราะความแออัดของบ้านเรือนและผู้คน นำมาสู่กฎเกณฑ์ในการเปิดพื้นที่ถนนและลานกลางเมือง อาคารต้องมีระยะห่าง และให้มีช่องหน้าต่าง เพื่อจะได้รับแสงอาทิตย์ช่วยฆ่าเชื้อโรค และระบายอากาศได้

หลังปฏิวัติอุตสาหกรรม ผู้คนย้ายไปทำงานในโรงงาน และอาศัยแออัดในเมือง ทำให้ผู้คนล้มป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ จนต้องเดินทางไปพักรักษาตัวตามป่าเขาหรือชายทะเล ก่อให้เกิดกระแสการไปพักตากอากาศ จนมาเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในวันนี้

การค้นพบว่าเชื้อโรคจุลินทรีย์เป็นต้นเหตุของโรคภัยไข้เจ็บ จึงมีข้อกำหนดให้สุขภัณฑ์ กระเบื้องเคลือบในห้องน้ำ ช้อน-จานในร้านอาหาร และผนังเพดานในโรงพยาบาล ต้องเป็นสีขาว เพื่อจะเห็นคราบสกปรกได้ง่าย

เลยกลายเป็นกระแสแฟชั่นสีขาวจนถึงปัจจุบัน

 

นักวิชาการออกมาพูดถึงนิวนอร์มอลของโลก หลังโรคระบาดโควิด-19 มองบ้านมองเมืองขอร่วมวง พาไปมองสถาปัตยกรรมในยุคหลังโควิด ที่การสัมผัสและการอยู่ใกล้ชิดกลายเป็นเรื่องต้องห้ามในตอนนี้ ที่ต่อไปจะกลายเป็นมาตรฐานการออกแบบ

เริ่มตั้งแต่ ประตูทางเข้าอาคารขนาดใหญ่ หรือเข้าห้องพัก ต่อไปคงจะติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ คอยปิด-เปิดประตูอัตโนมัติ เพื่อจะได้ไม่ต้องสัมผัสประตูหรือมือจับเช่นเดียวกับทางเข้าอาคารที่เดิมเหนือประตูจะมีเครื่องเป่าลมเย็น ต่อไปจะต้องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ตรวจวัดอุณหภูมิ และสแกนหาสิ่งของต้องห้าม

สำหรับห้องน้ำ นอกจากประตูทางเข้าจะปิด-เปิดเองอัตโนมัติแล้ว ทั้งโถปัสสาวะ โถส้วม อ่างล้างมือ สบู่ และเครื่องเป่าลม จะเป็นระบบเซ็นเซอร์ทั้งหมด เพื่อผู้ใช้ไม่ต้องสัมผัสกับสิ่งใดๆ ตลอดระยะเวลาแห่งความสุข

ระบบจดจำใบหน้าผ่านเครื่องสแกน แทนการใช้บัตรหรือใช้นิ้วสัมผัส จะเข้ามาแทนที่กุญแจประตูห้องต่างๆ การจ่ายค่าโดยสาร ระบบขนส่งมวลชน การขอดูบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต คงจะไม่มีให้เห็นอีกแล้ว การใช้ธนบัตร เงินเหรียญ คงจะพ้นสมัย เพราะไม่มีใครอยากแตะหรือนำไปต้มล้างฆ่าเชื้อโรค

การโอนเงินทางเน็ตหรือใช้สแกนคิวอาร์โค้ดคงจะมาแทน

รวมทั้งระบบเสียงสั่งการให้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ทำงานหรือหยุดทำงาน คงจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา

หุ่นยนต์ในรูปร่างคล้ายมนุษย์ หรือเครื่องจักรกลที่เคยมีแต่ในโรงงาน ต่อไปคงจะปรากฏในบ้าน ร้านค้า ศูนย์การค้า โรงแรม โรงพยาบาล และอื่นๆ ตอนนี้โรงงานไร้คนงาน ต่อไปบ้านจะไร้ผู้ช่วย ศูนย์การค้าไร้พนักงานขาย โรงแรมไร้บริกร ไปจนถึงมหาวิทยาลัยไร้อาจารย์

เอาเป็นว่า อะไรที่เคยเห็นในภาพยนตร์ แนวแฟนตาซี ถึงโลกอนาคต คงจะปรากฏเป็นเรื่องจริง หลังวิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้แน่นอน

บทความก่อนหน้านี้ในประเทศ / เรียนออนไลน์ ป่วน ‘น.ร.-ผู้ปกครอง’ ทั่วประเทศ ตอกย้ำสังคม ‘เหลื่อมล้ำ’
บทความถัดไป“หญิงหน่อย” มองต่อ พรก.ฉุกเฉินเพราะ รบ.ห่วงมั่นคงตัวเอง ดักทางอย่าใช้สภาเป็นตรายาง หวั่นส่อทุจริต ใช้เงินไร้ประสิทธิภาพ