บทความพิเศษ/นงนุช สิงหเดชะ /สติปัญญามนุษย์ กับความเข้าใจ ‘มุมมองบวก’ ต่อโควิด

นงนุช สิงหเดชะ
เพจเฟสบุ๊กสำนักงานอุทยาทแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โพสต์คลิปฝูงวาฬเพชฌฆาตดำแหวกว่ายอวดโฉมบริเวณอ่าวหินงาม เกาะรอก ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา พร้อมข้อความว่า นับตั้งแต่ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศปิดการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติและวนอุทยานทุกแห่ง จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา พบว่าทรัพยากรธรรมชาติได้รับการฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด มีการปรากฏตัวของสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้น บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของทรัพยากรธรรมชาติหลังจากไม่มีการรบกวนจากการท่องเที่ยว

บทความพิเศษ/นงนุช สิงหเดชะ

สติปัญญามนุษย์

กับความเข้าใจ ‘มุมมองบวก’ ต่อโควิด

ปรากฏการณ์แปลกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 เท่าที่เห็นในเมืองไทย ก็คือ มีคนกลุ่มหนึ่งพากันดิ้นพล่าน โกรธจัด กรีดร้อง เมื่อมีใครก็ตามพูดถึง “ด้านบวก” ของโควิด

ถ้าเป็นคนมีเหตุผล รู้จักยอมรับความจริง ก็ต้องยอมรับว่าด้านบวกของมันมีอยู่จริง และมีหลักฐานด้วย โดยเฉพาะธรรมชาติสะอาดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศลดลงอย่างมาก อันเนื่องจากสายการบินทั่วโลกเกือบทั้งหมดต้องหยุดการบิน การใช้รถยนต์น้อยลงอย่างมาก ลำคลองในเมืองเวนิส แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอิตาลีใสสะอาด มีสัตว์น้ำออกมาแหวกว่ายอย่างที่ไม่เคยได้เห็นมาหลายสิบปี

ส่วนเมืองไทย ทะเลก็ฟื้นฟูตัวเองอย่างเห็นได้ชัด สัตว์ป่าในอุทยานฯ ที่ไม่เคยเห็นหรือเห็นไม่บ่อย เปิดเผยตัวออกมาหากินอย่างสบายใจเพราะไม่มีมนุษย์มารบกวนมากเกินไป

การระบาดของโควิด ยังทำให้มองเห็น “ความตื้นเขิน” และ “ความลึก” ของสติปัญญามนุษย์ เกี่ยวกับมุมมองที่มีต่อโควิด

เราเห็น “มนุษย์ตื้น” ก็ในตอนที่พวกเขาไปรุมด่า ตำหนิ ใครก็ตามที่พยายามจะเสนอมุมมองอีกด้านของโควิด เพื่อหวังเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนมนุษย์ที่ต้องประสบชะตากรรมจากพิษของโควิดที่โดนกันถ้วนหน้าทั้งโลก ทุกชนชั้น

แต่กลับถูกมนุษย์ตื้นตีความว่าใจร้ายที่นำเสนอด้านดีของโควิดท่ามกลางการสูญเสียของมนุษย์ ทั้งตายและติดเชื้อ

 

เช่นกรณีของวินทร์ เลียววาริณ นักเขียนรางวัลซีไรต์และศิลปินแห่งชาติ ที่ได้โพสต์เนื่องในวันคุ้มครองโลก 22 เมษายนที่ผ่านมา โดยเขียนเป็นภาพการ์ตูน ที่มีเนื้อหาว่าโควิดทำให้โลกสะอาดขึ้น หาดทรายสวยงาม ฯลฯ

ทำให้มีมนุษย์ตื้นที่ไม่คิดพิจารณาเจตนาของวินทร์ให้ละเอียด เข้ามาถล่มโจมตีในทำนองว่า สถานการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ นำเสนอแต่แง่ดีได้อย่างไร

สิ่งที่ควรพิจารณาในที่นี้ คือ ด้านร้ายด้านลบนั้น คนไทยและคนทั้งโลกรับรู้ผ่านสื่อทุกแขนง ทุกช่องทางอยู่แล้วและมากเสียจนท้อแท้ เสียขวัญกำลังใจกันไปหมด มีแต่ความมืดมิด ทำไมเราถึงต้องการให้ใครสักคนมาช่วยเผยแพร่ด้านลบของมันอีก เพื่อให้เรามืดมิดจมจ่อมลงไปอีก

เรามีความสุขมากขึ้นหรือเปล่า หากวินทร์มาช่วยโหมกระพือความร้ายกาจของโควิดให้มากๆ เข้าไว้

ถ้าให้วินทร์หรือใครก็ตาม มาช่วยด่า ช่วยประณามโควิด แล้วจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือ จะทำให้การติดเชื้อน้อยลงอย่างนั้นหรือ

 

ในทุกวิกฤต มีสองด้านหรือหลายด้านเสมอ ไม่ใช่มีแต่ด้านลบเสมอไป สิ่งที่วินทร์พูด มันคือความจริง เช่นเดียวกับความจริงอื่น อาทิ พนักงานขับรถส่งอาหาร ไม่ว่าจะแกร็บ แพนด้า มีรายได้เพิ่มขึ้นเพราะคนต้องกักตัวที่บ้าน บางคนก็ค้นพบอาชีพใหม่ที่ทำรายได้มากกว่าเดิม

วินทร์เป็นนักเขียนระดับรางวัล ย่อมมีความลึกซึ้งในวิธีคิดเกินกว่ามนุษย์ตื้นจะตามทัน จึงทำให้การถ่ายทอดความคิดของเขาถูกมนุษย์ตื้นตีความบิดเบือนไป ซึ่งก็เป็นธรรมดาของโลกนี้ที่ปราชญ์กับมนุษย์ธรรมดา ย่อมมีความแตกต่างกัน ปราชญ์นั้นมีน้อย ส่วนมนุษย์ธรรมดามีมาก ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นปราชญ์ได้

คนตื้นคิดอะไรลึกซึ้งหลายชั้นไม่เป็น คิดในเชิงวิเคราะห์ก็ไม่เป็น อ่านหนังสือก็ตีความสัญญะต่างๆ ไม่ออก

 

นอกจากวินทร์แล้ว พระไพศาล วิสาโล พระนักวิชาการและนักพัฒนาที่ดำเนินโครงการต่างๆ มากมายเพื่อยกสังคมให้ดีขึ้น ก็ตกเป็นหนึ่งในเหยื่อของมนุษย์ตื้น เช่น พระจีวรแดงฝักใฝ่การเมืองบางรูป ฆราวาสแดงบางคน โดยการตัดต่อตัดตอนเอาคำเทศน์ของท่านที่ว่า “โควิดคือของขวัญ” ไปโจมตี กล่าวหาว่าท่านเทศน์เอาใจคนชั้นกลาง ที่ไม่เดือดร้อนเรื่องการยังชีพ ไม่เห็นใจคนจนที่ไม่มีจะกิน

เอกลักษณ์ของซีกเสื้อแดงคือไม่ว่าจะพูดเรื่องอะไร จะต้องวกหรือดึงเข้ามาพัวพันกับเรื่องชนชั้น

อันที่จริงโควิดเป็นวิกฤตเดียวที่ทำให้คนทุกชนชั้นได้รับผลกระทบกันหมด กิจกรรมธุรกิจต่างๆ ชะงักเกือบหมด ต่างจากวิกฤตครั้งอื่นๆ อย่างมาก เพราะทุกคนถูกสั่งให้อยู่บ้าน ต่อให้มีเงินก็ออกไปเที่ยวห้าง เที่ยวเมืองนอกหรือที่ไหนๆ ไม่ได้

การหาว่าท่านเทศน์เพื่อเอาใจคนชั้นกลางก็เป็นเรื่องโมเม อคติ ทึกทักเอาเอง เพราะคนชั้นกลางที่ตกงานหรือถูกลดเงินเดือนก็มีจำนวนมาก

ความหมายของ “โควิดคือของขวัญ” ของพระไพศาล ก็คือทำให้คนเราเห็นค่าของเวลา หรือบางสิ่งที่เราเคยมองข้าม และให้รู้จักปรับจิตใจของเราให้สามารถอยู่กับวิกฤตนี้ได้ ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์ คำเทศน์ของท่านก็คือคำปลอบประโลมจากจิตแพทย์นั่นเอง

เหตุที่ท่านถูกโจมตีเพราะพระแดง ฆราวาสแดง กลุ่มดังกล่าวมองว่าท่านไม่ได้เป็นพวกเดียวกับตัวเอง มองว่าท่านอยู่อีกสีหนึ่ง

การเทศน์ของพระไพศาล ก็คือการสอนวิธีคิด วิธีมองโลก อันจะทำให้คนเราสามารถดำรงชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อย่างไม่ทุกข์จนเกินทน กระทั่งนำไปสู่การฆ่าตัวตาย

ส่วนใครจะรับคำสอนไปหรือไม่ก็เป็นสิทธิของแต่ละคน ใครยังอยากจะมองทุกอย่างในแง่ร้ายเพื่อทำร้ายตัวเองก็เป็นเสรีภาพ แต่ต้องไม่ลืมว่าอาจมีคนอีกมากที่อาจได้คิดและได้ประโยชน์จากคำสอนเหล่านี้ ขึ้นกับสติปัญญาของแต่ละคนที่จะหยิบจะเลือกไปใช้

 

คนที่ไม่เห็นอกเห็นใจคนยากจน ไม่ใช่วินทร์ เลียววาริณ หรือพระไพศาล แต่คือพวกที่ดึงเอาคนจนมาอ้างเพื่อหาประโยชน์หรือตอบสนองรสนิยมทางการเมืองของตัวเองต่างหาก

พวกนี้ต่างหากคือพวกที่ฉวยประโยชน์จากโควิดมาทำ marketing ให้ตัวเองเพื่อหวังจะเด่นดัง เพื่อจะชูและยกหางอย่างสำคัญผิดว่ามีแต่ตัวเองเท่านั้นที่อยู่ข้างคนจน ทั้งที่ตัวเองก็พยายามเขย่งเก็งกอยทำตัวเป็นคนชั้นกลางที่ชอบใช้ชีวิตสะดวกสบาย คนชั้นกลางคนอื่นมันแย่หมด เลวหมด ยกเว้นตัวเอง

พวกอยากเด่นดังพวกนี้ ชอบใช้วิธีก้าวร้าว ระราน ตั้งป้อมด่าใครก็ตามที่สังคมเชิดชูว่าเป็นปูชนียบุคคล นานวันเข้าคนเขาก็รู้ทันว่าทั้งหมดคือการทำ marketing ตัวเอง…

ภาษาพระก็ต้องพูดว่าดูแล้ว “น่าเวทนา”

บทความก่อนหน้านี้“นิวยอร์กไทม์ส” อุทิศหน้า 1 ด้วยชื่อผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐ ชี้สูญเสียเกินคณานับ
บทความถัดไปเศรษฐกิจ / ทางเลือกผ่าตัดใหญ่การบินไทย ล้มละลาย-พ้นรัฐวิสาหกิจ โมเดลฟื้นแปรรูป รสก.ต้วมเตี้ยม?