อาชญากรรม | เปิดไทม์ไลน์ 5 ครู-2 รุ่นพี่ ลวงรุมโทรม 2 น.ร.หญิง ถ่ายคลิป-ข่มขู่ให้ซ้ำชั้น ศธ.ไล่ออก-ตร.เร่งปิดคดี

แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย

สำหรับกรณี 5 ครูหื่นร่วมกับอีก 2 ศิษย์เก่า ลงมือขืนใจ 2 ลูกศิษย์วัยเพียง 14 และ 16 ปี ในลักษณะรุมโทรม

เหตุการณ์สลดที่มุกดาหาร

ร่วมมือกันลงมือมานานนับปี แถมยังถ่ายคลิปไว้แบล็กเมล์ ข่มขู่ให้ยินยอมห้ามไปบอกคนอื่น ไม่เช่นนั้นจะเผยแพร่ แถมยังอ้างว่าจะให้เรียนซ้ำชั้น

จนกระทั่งยายของเด็กมารู้เรื่อง กลายเป็นเรื่องที่แจ้งความดำเนินคดีกันใหญ่โต

สุดท้ายทั้ง 7 คนเข้ามอบตัว ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล สู้คดีกันต่อไป

แต่ที่น่าตกตะลึงยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ท่าทีของเพื่อนครูที่ออกมาให้กำลังใจทรชนในคราบอาจารย์เหล่านี้

อ้างว่าเป็นคนดีที่หลงผิด หนักเข้าในโลกโซเชียลถึงกับอ้างว่าหากไม่อยากถูกข่มขืน ก็ให้สอนลูก-หลานเองอยู่กับบ้าน

กลายเป็นเรื่องที่ท้าทายจริยธรรมของคนทำหน้าที่เรือจ้าง

ที่ไม่รู้ว่าในยุคนี้สมัยนี้ ต้นสังกัดจะดูแลให้เกิดความเป็นธรรม และทัศนคติที่ถูกต้องในสังคมได้หรือไม่

ช็อก 5 ครู-2 ศิษย์เก่าขยี้กาม ด.ญ.

เหตุสลดครั้งนี้ปรากฏเป็นข่าวขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม โดยตำรวจ สภ.ผึ่งแดด จ.มุกดาหาร รับแจ้งความจากญาติของ ด.ญ.อายุ 14 ปี กล่าวหาว่ามีครูของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.มุกดาหาร จำนวน 5 คน ร่วมกับศิษย์เก่าของโรงเรียนอีก 2 คน ก่อเหตุลวงรุมโทรมขืนใจหลานสาวที่เรียนอยู่ชั้น ม.2 นานนับปี

ก่อเหตุไปทั่วทั้งในโรงเรียน บ้านพักครู ทั้งช่วงพักเที่ยง หลังเลิกเรียน และยังถ่ายคลิปข่มขู่ให้เรียนซ้ำชั้น

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้ถูกกล่าวหา พยาน และผู้เสียหาย ซึ่งได้ข้อมูลต่อมาว่ามีผู้เสียหายอีกคน เป็นนักเรียนชั้น ม.4 อายุ 16 ปี จึงส่งตรวจร่างกายและรวบรวมพยานหลักฐาน

ต่อมาวันที่ 6 พฤษภาคม ผู้ต้องหาทั้งหมด ประกอบด้วย 1.นายวิพจน์ แสนสุข 2.นายยุทธนา ภู่ถนนนอก 3.นายอานุภาพ บรรจง 4.ว่าที่ร้อยตรีสิทธินันท์ ณ หนองคาย และ 5.นายเอกลักษณ์ เกื้อหนองขุ่น ทั้งหมดเป็นข้าราชการครู และ 6.นายชนะศักดิ์ สาธุชาติ อายุ 21 ปี 7.นายพีรพงษ์ พรมมา อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นศิษย์เก่า รวมทั้งหมด 7 คน เข้าพบพนักงานสอบสวน

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม อันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิง และเป็นการกระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล และพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร

ต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัวไปยื่นคำร้องให้ศาลออกหมายขัง ขณะที่ผู้ต้องหาได้ประกันตัวไปในชั้นศาล

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย ใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบ เพราะเป็นคดีที่มีความสำคัญ

ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน

เปิดไทม์ไลน์สลด-มีสวิงกิ้ง

สําหรับเหตุการณ์ดังกล่าวจากการสอบสวนทราบข้อเท็จจริงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2562 เวลาประมาณ 09.00 น. นายวิพจน์ซึ่งเป็นครูคณิตศาสตร์ หลอก ด.ญ.อายุ 14 ปีไปข่มขืนกระทำชำเราที่ห้องพักครู ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงเรียน

จากนั้นนายวิพจน์ได้กระทำชำเราเหยื่อเรื่อยมาเฉลี่ยเดือนละ 1-2 ครั้ง

ต่อมาวันที่ 17 ธันวาคม 2562 เวลาประมาณ 12.00 น. ที่บ้านพักครูของนายวิพจน์ นายวิพจน์นัด ด.ญ.ไปและกระทำชำเราอีก 1 ครั้ง จากนั้นให้นายเอกลักษณ์และนายสิทธินันท์กระทำชำเราสำเร็จความใคร่คนละ 1 ครั้ง

วันที่ 17 มกราคม 2563 เวลาประมาณ 13.00 น. ที่บ้านพักครูของนายวิพจน์ นายวิพจน์และนายอานุภาพนัดเหยื่ออายุ 14 และ 16 ปี ทั้ง 2 คนมาพบ จากนั้นทั้งคู่กระทำชำเราเหยื่อสาว และสลับคู่กัน แล้วจึงชวนนายยุทธนาเข้ามาร่วมกระทำชำเราด้วย จากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์จึงนัด ด.ญ.วัย 14 ปี ไปหาที่บ้านพักและกระทำชำเราอีก

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 เวลาประมาณ 16.00 น. นายวิพจน์นัด ด.ญ.14 ปีมาที่บ้านพักครู กระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ แล้วให้นายชนะศักดิ์ข่มขืนต่อ แล้วสั่งให้ ด.ญ.ไปหานายยุทธนาที่บ้านพักที่อยู่ใกล้กัน แล้วให้นายยุทธนาข่มขืนสำเร็จความใคร่ต่อ

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 เวลาประมาณ 17.30 น. นายวิพจน์นัด ด.ญ.ไปหาที่ห้องเรียนคณิตศาสตร์ กระทำชำเรา ด.ญ. ก่อนให้นายพีรพงษ์ที่มาด้วยกันกระทำชำเราต่อ ด.ญ.พยายามขัดขืนแต่สู้แรงไม่ไหว

วันที่ 4 มีนาคม 2563 เวลา 14.30 น. นายวิพจน์นัดเหยื่อทั้งคู่มาที่บ้านพักแล้วกระทำชำเราร่วมกับนายยุทธนา แล้วสลับคู่ไป-มา

เป็นไทม์ไลน์ที่สั่นสะเทือนวงการครู

ตะลึงเพื่อนให้กำลังใจ-ชมคนดี

อย่างไรก็ตาม มีเรื่องน่าช็อกตามมา เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ กลับมีเสียงให้กำลังใจจากเพื่อนครู ระบุว่าเป็นคนดีแม้จะผิดพลาด ขณะที่โลกโซเชียลเองก็ระบุว่าเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ หากผู้ปกครองไม่ต้องการให้ลูก-หลานถูกขืนใจ ก็ควรสอนเอง

ไม่เพียงเท่านั้น ยังเปิดเผยข้อมูลแชตไลน์ ระบุเป็นการพูดคุยระหว่างเด็กหญิงด้วยกัน เพื่อพยายามจะเบี่ยงเบนประเด็นว่าเป็นเรื่องการค้าประเวณี

จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ตั้งคำถามว่าจริยธรรมครูที่แท้จริงอยู่ตรงไหน และยังมีอยู่อีกหรือไม่

ขณะที่นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก ออกมาเตือนสติว่า กรณีนี้เด็กเป็นเหยื่อของผู้ใหญ่ อยากให้สังคมไทยได้รับความเป็นธรรม นำคนที่กระทำความผิดเข้าสู่การลงโทษ

การละเมิดสิทธิเด็กในสถานศึกษามีตลอดเวลา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า มันบอกว่า เด็กๆ ไม่ปลอดภัยในโรงเรียนแห่งนั้น มันไม่ใช่แค่การปฏิรูปการเรียนการสอน แต่ต้องปฏิรูปจิตวิญญาณของคนเป็นครูด้วย กระทรวงศึกษาธิการต้องสังคายนาครั้งใหญ่

ครูดีมีเยอะในโรงเรียน แต่ทำอย่างไรให้ครูดีเหล่านั้นกล้าหาญ กระโดดออกมาปกป้องเด็กๆ ไม่ใช่ปล่อยให้ทุกคนคิดไปหมดเลยว่าเมื่อเด็กขายบริการ ก็ไม่แปลกที่ครูจะซื้อบริการ

ซึ่งจริงๆ มันแปลก ไม่เช่นนั้นโรงเรียนก็ไม่ต่างจากซ่อง คนที่คิดแบบนี้แค่คิดก็ผิดแล้ว สังคมไม่ควรให้น้ำหนักกับพวกนี้ เพราะต่อให้เด็กขายบริการทางเพศ หน้าที่ของเราคือ ต้องดึงเด็กออกจากมุมมืดนั้นให้ได้ ไม่ใช่ทำร้ายเด็ก

น่าจะเตือนสติใครหลายคนได้ดี

ศธ.ไล่ออก-ถอนใบอนุญาต

ขณะที่คดีอาญาดำเนินไป นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษก ศธ. เปิดเผยว่า ศึกษาธิการจังหวัดมุกดาหาร ออกคำสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้ง 5 คนออกจากราชการไว้ก่อน และตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง

เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จนถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม อันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงและเป็นการกระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร

และมีเหตุให้พักราชการตามกฎคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่าด้วยการสั่งพักราชการและสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า เรื่องนี้ถือว่าผิดจรรยาบรรณร้ายแรง เป็นสิ่งที่ ศธ.รับไม่ได้และจะไม่ปล่อยไว้อย่างเด็ดขาด ซึ่งผมกำชับหลายครั้งแล้วว่า ครูควรเป็นต้นแบบที่ดี นักเรียนเป็นลูกศิษย์ ควรดูแลเหมือนลูกหลาน ที่ควรดูแลให้ดีที่สุด ถ้าใครคิดจะทำเรื่องแบบนี้ ถือว่าไม่ใช่ครู ไม่ปล่อยไว้เด็ดขาด

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) จะเสนอเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 5 รายที่กระทำอนาจารเด็ก รวมทั้งตั้งกรรมการสอบให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียนซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชานั้น ก็อาจต้องพิจารณาความผิดจรรยาบรรณด้วย หากมีข้อมูลว่ารู้แล้วไม่ดำเนินการแก้ไข เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ส่วนจะได้รับโทษอย่างไรบ้างนั้น ต้องหารือรายละเอียด ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่า กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนรู้ข้อมูลแล้วไม่ดำเนินการแก้ปัญหา ไม่ว่าเด็กจะสมยอมหรือไม่ ก็ถือว่ามีความผิด ควรต้องเพิกถอนใบอนุญาตฯ ให้เห็นว่า ผู้บริหารที่ไม่ทำหน้าที่กำกับดูแลโรงเรียนให้สามารถจัดการศึกษาที่มีคุณภาพได้ ก็ไม่สมควรเป็นผู้บริหารอีก

เป็นเรื่องคู่ขนานกับการดำเนินคดีอาญา


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้‘ณัฐชา’ ซัด ‘นายกฯ’ หยุดประวิงเวลา ยื้อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อ้างเหตุสุขภาพ แฝงประโยชน์อื่น
บทความถัดไปคนมองหนัง | รู้จัก “เจี๊ยบ ประชากุล” ศิลปินไทยผู้คว้ารางวัลจิตรกรรมใหญ่ระดับโลก