วางบิล/เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ / จากสื่อกระดาษ เป็นสื่อคลื่นบนจอ

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

วางบิล/เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์  

จากสื่อกระดาษ

เป็นสื่อคลื่นบนจอ

 

เมื่อมติชนดำเนินการถึงขึ้นปีที่ 12 พุทธศักราช 2533 ย้ายสำนักงานจากอาคารตรงข้ามวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถนนเฟื่องนครได้เพียง 3 ปี ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ ตัดสินใจให้บริษัท มติชน จำกัด เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหุ้น) เป็นบริษัท “มหาชน” ขายหุ้นในราคาเริ่มต้น (พาร์) คือ 10 บาทให้กับพนักงานและบุคคลทั่วไป เพื่อระดมทุนมาสร้างอาคารใหม่และซื้อเครื่องพิมพ์จัดพิมพ์หนังสือพิมพ์ที่มีจำนวนหน้าเพิ่มขึ้น

ปีเดียวกันนั้น มีความเปลี่ยนแปลงอีกหลายตำแหน่งในตำแหน่งบริหาร ตั้งแต่กรรมการผู้จัดการ จากขรรค์ชัย เป็นประธานกรรมการ แต่งตั้งไพโรจน์ สายทุ้ม เป็นกรรมการผู้จัดการ พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร เป็นบรรณาธิการอำนวยการและบรรณาธิการประชาชาติธุรกิจ เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ ยังเป็นบรรณาธิการมติชน ส่วนบรรณาธิการบริหารเป็นลิขิต จงสกุล

ทั้ง 4 คน เป็นกรรมการบริษัทลงนามในนามบริษัท 2 ใน 4 ชื่อ ลงลายมือชื่อในใบหุ้นทั้งหมด

พร้อมกับการได้เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ “ข่าวสด” ต่อมาออกเป็นหนังสือพิมพ์กีฬา ชื่อ “สปอร์ตนิวส์” มานิตย์ ลือประไพ เป็นบรรณาธิการ กองบรรณาธิการจัดหาจากผู้ปฏิบัติหน้าที่ในกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน อาทิ ประดิษฐ์ นิธิยานันท์ และผู้สื่อข่าวในส่วนของข่าวกีฬา และข่าวอื่นๆ

จัดตั้งกองบรรณาธิการอยู่ที่ชั้นล่างของอาคาร 3 ชั้น ต่อมาย้ายขึ้นไปอยู่บนชั้นสามอาคารสร้างใหม่ และที่สุดย้ายไปอยู่บนอาคารที่ดินผืนใหม่ซึ่งจัดซื้อจากเจ้าของที่ดินที่ตั้งอาคารมติชน ซึ่งมีอาคาร 2 หลังเดิมเป็นโรงเรียนระดับประถมและอนุบาล

แล้วย้ายโรงพิมพ์พิฆเณศมาอยู่อาคารอีกหลัง

 

หลังจากนั้นยังมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารบริษัทมติชน อาทิ พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร เป็นบรรณาธิการอำนวยการบริษัทมติชน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชนรายวันเป็นสมหมาย ปาริจฉัตต์ ส่วนเรืองชัย เป็นรองกรรมการผู้จัดการ ต่อมาเป็นรองประธานกรรมการ และชลิต กิติญาณทรัพย์ เป็นบรรณาธิการประชาชาติธุรกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท งานดี จำกัด ยังเป็นยงยุทธ สฤษฏ์วานิช ณรงค์ จุนเจือศุภฤกษ์ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณา สุจรรยา วุฒิพงศ์ชัยกิจ เป็นสมุห์บัญชี ไพโรจน์ ปรีชา เป็นรองกรรมการผู้จัดการ สุชิน ปิยปสุต เป็นผู้อำนวยการฝ่ายผลิต ต่อมาคือ ณัฐพงศ์ ลิ้มจิตติ

จาก พ.ศ.2528 เมื่อย้ายบริษัท มติชน จำกัด ทั้งหมดมาตั้งอยู่ที่อาคารเลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ความเจริญเติบโต และความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา เป็นบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และในเครือ ประกอบด้วย บริษัท งานดี จำกัด บริษัท ข่าวสด จำกัด

ดังที่ขรรค์ชัย บุนปาน ให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ฉบับวันครบรอบ 43 ปีของมติชนว่า ความเปลี่ยนแปลงต้องมีอยู่ตลอด ต้องมาตลอด และผูกพันกันหมด ไม่อย่างนั้นเป็นงานได้อย่างไรเล่า คนเราต้องปรับต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว…หมายถึงเมื่อเป็นงาน หรือการทำงาน ความเปลี่ยนแปลงต้องเกิดขึ้นตลอดเวลา

หนังสือพิมพ์และบริษัทก็เช่นกัน นับแต่วัยเรียนชั้นเตรียมอุดมศึกษาปีที่ 1-2 (ม.7-8 คือชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย) ต่อมาปรับเปลี่ยนเป็นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (ม.ศ.6 เป็นชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย) วันนี้คือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (ม.ศ.5 เป็นชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย)

จนเรียนจบระดับปริญญาตรีจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ของทั้ง “สองกุมารสยาม” ดำริในการทำอาชีพหนังสือพิมพ์ยังคงอยู่

 

เมื่อย้ายมาอยู่สำนักงานใหม่ ผมขออนุญาตกับขรรค์ชัย บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัทขณะนั้นจัดปฐมนิเทศก์เพื่อนร่วมงานทุกคน แบ่งเป็นแผนกงานคละกันทุกแผนกทั้งกะกลางวันและกลางคืน รวม 5 วัน จันทร์ถึงศุกร์

โดยช่วงเช้าเป็นหน้าที่ของขรรค์ชัยเล่าแจ้งแถลงพูดคุยคนแรก ต่อจากนั้นจึงเป็นพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร พูดถึงความคิดและแนวทางการทำหนังสือพิมพ์มติชนในฐานะเป็นนักหนังสือพิมพ์มานาน

ส่วนผมเป็นผู้จัดให้มีการปฐมนิเทศก์และดำเนินการบนชั้น 9 อาคารใหม่ ซึ่งได้กล่าวกับเพื่อนพนักงานทุกคนว่า เป็นโอกาสสำคัญที่ทุกคนได้มาชุมนุมและประชุมกันบนชั้น 9 อาคารใหม่ เพราะต่างคนต่างทำงานคนละแผนก คนละชั้น คนละตึก เชื่อว่าตลอดการทำงาน บางคนอาจจะไม่มีโอกาสขึ้นมาประชุมบนชั้นนี้ก็เป็นได้ โดยเฉพาะผู้ทำงานกะกลางคืน ทั้งจะได้สร้างความรู้จักคุ้นเคยในต่างหน่วยงานด้วย

ช่วงบ่าย เราเชิญ “นักพูดและอบรมกึ่งการทำงานกึ่งวิชาการและความสัมพันธ์มาพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน” เพื่อเป็นแนวทางความคิดการทำงานหนังสือพิมพ์ของพวกเราชาวมติชน “ที่พวกเขาและผู้อ่านต้องการ”

รวมถึงความคิดของเพื่อนร่วมงานที่นำเสนอต่อผู้บริหารและเพื่อนร่วมงานในช่วงสุดท้าย

 

ตอนหนึ่งขรรค์ชัยเล่าถึงการจะทำงานหนังสือพิมพ์ของทั้งสามคนขณะพูดคุยกันที่สนามข้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในงานสังคีตศาลาประจำสัปดาห์วันอาทิตย์หนึ่งว่า สุจิตต์คิดถึงหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ส่วนเรืองชัยคิดถึงหนังสือพิมพ์พิมพ์ไทยสยามนิกร

ขรรค์ชัยจึงถามทั้งสองคนว่า “ทำไมไม่คิดปลูกต้นไม้ต้นใหม่ ทำหนังสือพิมพ์แบบใหม่กันบ้างหรือ” นั้นคือต้นคิดของหนังสือพิมพ์ประชาชาติมติชน และบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) มาถึงทุกวันนี้

ความเป็นหนังสือพิมพ์คือการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของหมู่คณะ ของสังคม ของประชาคม และของประเทศ รวมทั้งของชาวโลกเป็นข้อมูลข่าวสาร และความคิดเห็นของกันและกันต่อผู้อ่านและผู้นำเสนอข้อมูลข่าวสารจากหมู่บ้าน ตำบล จากสถานที่แห่งหนึ่งไปยังสถานที่อีกแห่งหนึ่งจนทั่วถึงกันทั้งโลก จากภาษาในหมู่ผู้ที่รู้และเข้าใจภาษาเดียวกัน ไปถึงผู้คนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และต่างภาษา เพื่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน

นับแต่ใช้การติดต่อสื่อสารยุคโบราณสัญญาณควันและไฟ การส่งข่าวเขียนผูกข้อความบนขาของนกพิราบ เขียนบนแผ่นกระดาษใส่ขวดปล่อยลงน้ำให้ลอยเท้งเต้งตุ๊บป่องไปถึงผู้รับ

เมื่อคิดค้นกระดาษและเครื่องพิมพ์ พัฒนาการการพิมพ์จึงเกิดขึ้นเป็นหนังสือพิมพ์มาถึงวันนี้นับหลายร้อยปี

กระทั่งความเจริญทางวิทยาศาสตร์ ทางเทคโนโลยี ทางคอมพิวเตอร์พัฒนา ความเปลี่ยนแปลงจึงเกิดอีกครั้ง จากหนังสือพิมพ์กระดาษมาเป็นหนังสือคลื่นและภาพบนจอคอมพิวเตอร์และจอโทรศัพท์มือถือ

บทความก่อนหน้านี้โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ/ เหรียญรุ่นสุดท้าย พ.ศ.2518 หลวงพ่อเงิน จันทสุวัณโณ วัดดอนยายหอม นครปฐม
บทความถัดไป“ทวี” ชี้ รัฐบาลควรให้ “วิษณุ-หม่อมเต่า” รับฟัง “อดีตผู้บริหารการบินไทย” ก่อนชี้ชะตา