แมลงวันในไร่ส้ม / แห่ซื้อเหล้าเบียร์ ปลดล็อกคึกคัก ‘หมอ-รัฐ’ หนักใจ

แมลงวันในไร่ส้ม

แห่ซื้อเหล้าเบียร์

ปลดล็อกคึกคัก

‘หมอ-รัฐ’ หนักใจ

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามในข้อกำหนดฉบับที่ 6 ออกตามความใน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ให้เริ่มซื้อ-ขายสุราได้ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม แต่มิให้ดื่มที่ร้าน

คำสั่งปลดล็อกนี้ ยังรวมถึงการให้เปิดร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านตัดผม และบริการอื่นๆ รวม 5 กิจการ

หลังจากนั้นผู้ว่าฯ กทม.และผู้ว่าราชการหลายจังหวัด ต่างมีคำสั่งให้ยกเลิกการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในจังหวัดตัวเอง และปลดล็อกอื่นๆ ตามแนวทางของ ศบค. ที่อยากให้ปลดล็อกพร้อมกัน เพื่อป้องกันการข้ามเขตไปใช้บริการจังหวัดอื่นๆ ที่อาจนำไปสู่การแพร่ระบาดใหม่

วันที่ 3 พฤษภาคม ปรากฏการณ์สำคัญคือ ประชาชนหลั่งไหลไปซื้อเหล้าเบียร์ตามห้างสรรพสินค้าอย่างเนืองแน่น บางแห่งถึงขนาดแย่งกัน

ส่วนร้านตัดผม เสริมสวย ซึ่งต้องดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดด้วย มีประชาชนไปใช้บริการพอสมควร

การหลั่งไหลไปซื้อเหล้าในวันที่ 3 และ 4 พฤษภาคม โดยเฉพาะการซื้อแบบยกลัง คาดหมายว่า เป็นร้านค้าปลีก ที่ต้องการนำไปขายต่อเป็นรายได้ มากกว่าจะนำไปดื่มเอง

อย่างไรก็ตาม การหลั่งไหลไปซื้อสุราดังกล่าว สร้างความหนักอกหนักใจให้กับบรรดาแพทย์ใน ศบค.

ที่ออกปากว่า หากคนไทยไม่ระมัดระวังตัว ไปเบียดเสียดแย่งซื้อเหล้า อาจจะทำให้เกิดการระบาดใหม่ และอาจจะรุนแรงมากขึ้น

 

ขณะที่มีการผ่อนปรนให้เปิดกิจการ ให้ซื้อ-ขายเหล้าได้ ในเรื่องของมาตรการเยียวยา เดือนละ 5 พันบาท รวม 3 เดือน แม้จะมีผู้ได้รับเงินไปกลุ่มใหญ่ แต่ประชาชนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิอีกจำนวนมากยังไม่ได้รับเงิน

จนเกิดการไปทวงถามที่หน้ากระทรวงการคลัง ถึงขั้นปีนรั้วเพื่อขอเข้าไปพบผู้บริหารกระทรวง

ร้อนถึงนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลังต้องลงมาชี้แจงแทน รมว.คลัง นายอุตตม สาวนายน

นายประสงค์เองยังหลุดปาก กล่าววิจารณ์ผู้มาทวงถามว่า มีการเมืองแอบแฝง จนพรรคฝ่ายค้านไม่พอใจ ประกาศจะเชิญมาชี้แจงต่อกรรมาธิการของสภา

จำนวนคนที่มาทวงถามมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนทางกระทรวงต้องย้ายจุดร้องเรียนไปกรมประชาสัมพันธ์

และในเช้าวันที่ 5 พฤษภาคม อันเป็นกำหนดเวลาเปิดรับเรื่องหลังจากปิดมา 3 วัน คือ 2-3-4 พฤษภาคม มีผู้มารอยื่นเรื่องจำนวนมาก

บางคนมารอตลอดคืน เพื่อจะได้ยื่นเรื่องเป็นคิวแรกๆ

การจ่ายเงินเยียวยาในส่วนของแรงงานอิสระ คงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนครบ 16 ล้านคน ที่ลงทะเบียนและผ่านขั้นตอนตรวจสอบสิทธิ

ขณะที่เงินเยียวยาเกษตรกร ที่จ่ายให้เป็นครัวเรือน ครัวเรือนละ 1.5 หมื่นบาท แบ่งจ่าย 3 ครั้ง ครั้งละ 5 พัน ก็จะเริ่มจ่ายงวดแรกวันที่ 15 พฤษภาคม

โดยมีเกษตรกรที่เข้าข่ายได้รับการเยียวยา มี 10 ล้านครัวเรือนด้วยกัน

ส่วนจะมีปัญหาในการจ่ายเงินอย่างไรหรือไม่ จะราบรื่นกว่าที่ดำเนินการโดยกระทรวงการคลังหรือไม่ น่าจะติดตามกันต่อไป

 

การหลั่งไหลไปซื้อเหล้า มีการนำไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่ประชาชนไปทวงถามเงินเยียวยาที่กระทรวงการคลัง

ในโลกโซเชียลมีเสียงวิจารณ์ว่า ไม่มีเงินกินข้าว ต้องไปทวงจากรัฐบาล แต่มีเงินไปซื้อเหล้า

ซึ่งก็มีเสียงท้วงว่า จะเอาไปเหมาคนทวงเงินเยียวยา กับคนซื้อเหล้า ว่าเป็นกลุ่มเดียวกันได้อย่างไร

ขณะที่นายกรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ว่า การรุมแย่งซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านมา ผมขอตำหนิและได้สั่งการไปแล้วว่าจะต้องมีมาตรการที่ชัดเจนในการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหล่านี้

ว่าในแต่ละรายจะต้องมีปริมาณการจำกัดการซื้อว่าต้องเป็นเท่าไหร่ รวมทั้งจะต้องมีการเปิดตามเวลาที่กำหนด ไม่ให้มีเก็บภาพการแย่งชิงกันซื้ออย่างที่ปรากฏขึ้นมาอีก จะถือว่าไม่เป็นการปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาล

ขอให้ภาคเอกชน ร้านค้าต่างๆ ที่จำหน่ายสุราต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ออกไป ไม่เช่นนั้นก็จะต้องถูกปิด ไม่ให้ขายอีกต่อไป จึงขอให้มีมาตรการที่เหมาะสม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้เรากำลังเตรียมการเพื่อเข้าสู่ระยะที่สอง ถ้าหากสามารถผ่านระยะที่ 1 ไปได้ 14 วัน ก็มีอีกหลายแห่งด้วยกันที่จะมีการเปิดในโอกาสต่อไป

สิ่งสำคัญที่สุดคือจะมีประชาชนจำนวนมากเข้าไปยังสถานประกอบการขนาดใหญ่ รวมทั้งศูนย์การค้าต่างๆ จึงขอเตือนว่าจะต้องมีการกำหนดจำนวนปริมาณคนที่จะเข้าไปใช้บริการในสถานที่เหล่านั้นเป็นไปอย่างจำนวนจำกัด

โดยจะต้องจัดให้ทยอยเข้าไปโดยใช้เวลาอยู่ในสถานประกอบการนั้นๆ ไม่เกิน 2 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดการกรูเข้าไปครั้งเดียวทำให้เกิดปัญหาการแย่งชิง

ดังนั้น ทุกๆ สถานประกอบการขนาดใหญ่ ศูนย์การค้าจะต้องมีเต็นท์หรือพื้นที่พักคอยด้านนอก เมื่อถึงเวลาก็ให้จัดทยอยเข้าไปตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้ว่าจะสามารถเข้าไปได้เท่าไหร่อย่างไร

รวมทั้งจะต้องมีมาตรฐานในการคัดกรองคนที่จะเข้าไปยังสถานที่เหล่านั้นต้องมีการวัดอุณหภูมิ การใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาใน ศบค.ว่าจะอนุญาตให้เปิดอะไรบ้างในระยะต่อไป ก็ขอให้ทุกคนได้เตรียมการให้พร้อม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งที่หลายคนกังวลก็คือในสถานประกอบการขนาดใหญ่อาจจะมีความพร้อมมากกว่า เพราะมีเครื่องมือ อุปกรณ์ มีทุนทรัพย์มากกว่า ดังนั้น ในส่วนของตรงกลางทุกคนก็ต้องช่วยด้วย อะไรที่ต้องทำก็ขอให้ทำให้ได้ เราถึงจะเปิดให้บริการได้ ดังนั้น จึงขอให้ทุกคนมีมาตรฐานที่รัดกุม

 

และยังมีคำเตือนจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่า ร้านจำหน่ายต้องรีบจัดระบบใหม่ ขณะนี้กำลังดูกันอยู่ เพราะได้บอกแล้วว่าถ้าคุมไม่อยู่ก็ต้องห้าม หรือปิดเฉพาะแห่ง

เมื่อถามว่า จะจับตาดูกี่วัน ถึงจะพิจารณาว่าควรมีมาตรการใดหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ดูทุกวัน แต่นายกรัฐมนตรีบอกแล้วว่า ปกติประมาณ 14 วัน เพราะทางแพทย์บอกแล้วว่า 14 วันอาการจะปรากฏ

เมื่อถามย้ำว่า แต่ถ้าร้านไหนทำผิด วันต่อไปสามารถปิดได้เลยใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า วันเดียวหรือ 3 วันก็ปิดได้เลย อย่างเช่นวันนี้ก็มีถูกปิดแล้วใน กทม.

และนี่คือข่าวสารภาพรวมของ “นิวนอร์มอล” ที่รัฐบาลจี้ทุกฝ่ายให้ตั้งการ์ดสูง ทุกฝ่ายต้องปรับตัว และยังจะต้องใช้เวลาในการปรับให้ลงตัวอีกระยะหนึ่ง

บทความก่อนหน้านี้สธ.เผย 2 ปัจจัยเสี่ยงเจอ “โควิด-19” ระลอกสอง แย้มแผน 3 ระยะ ก่อน “เปิดเมือง”
บทความถัดไปขยายตัวทั่วประเทศ! “ตู้ปันสุข” ชาวขอนแก่นร่วมด้วย แบ่งสิ่งของช่วยผู้เดือดร้อน