E-DUANG : อุบัติ การเมืองใหม่ ออนไลน์ อ่านผ่าน “# สว.มีไว้ทำไม”

พลันที่มีการเปิดตัว #MobFromHome ผ่านทางสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ”สนท.”ขึ้น ก็ปรากฏ#สว.มีไว้ทำไม

สัมผัสได้จากภาคีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตามมาด้วยภาคีศรีนครินทรวิโรฒ ตามมาด้วยภาคีลูกพ่อขุน

มีความเป็นไปได้ที่ #สว.มีไว้ทำไม จะกลายเป็น”ไวราล”

มีความเป็นไปได้ที่ #สว.มีไว้ทำไม จะกลายเป็น “คำถาม”ติด 2 สายตา ติด 2 ริมฝีปาก ที่ไม่เพียงนักเรียน นิสิต นักศึกษา ตามมหาวิทยาลัยเท่านั้นที่จะขานรับ

หากแต่แนวโน้มจะกลายเป็น”คำถาม”แห่งยุคสมัย เป็น”คำ ถาม”ในทางสังคม

ถามไปยังขบวนการ”รัฐประหาร” ถามไปยัง”คสช.”

 

แนวโน้มจากการจุดติดของ # สว.มีไว้ทำไม ไม่เพียงวัดจากปฏิกิริยาซึ่งมาจาก ส.ว.ที่เล่นบทประเภท”ไอ้ห้อย ไอ้โหน”มาโดยตลอดเท่านั้น

หากแต่ยังต้องอ่านผ่านปฏิกิริยาของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดีจิตัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(DE)

หากแต่ยังต้องอ่านผ่านปฏิกิริยาของ”ปอท.”

ความพยายามในการยืดและขยายการประกาศและบังคับใช้พรบ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปบนพื้นฐานที่จะปราบไวรัส โควิด-19 ให้สิ้นซาก เหลือเพียง 0

ในที่สุด # สว.มีไว้ทำไม ที่กำลังแพร่ระบาดกระทั่งกลายเป็น”ไวราล”นี้เองจะกลายเป็น “ทางเลือก”อย่างสำคัญในทางการเมือง

แท้จริงแล้ว รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการปราบปราม”ไวรัส”หรือ”ไวราล”กันแน่

 

การเกิดขึ้นของโซเชียล มีเดีย สอดรับกับการเกิดขึ้นของ Flash Mob และทำให้การเคลื่อนไหวย้ายจากการแสดงออกบนท้องถนนไปสู่การแสดงออกผ่านโลกของ โซเชียล มีเดีย

การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 จึงมีส่วนอย่างสำคัญใน การสร้าง”ภูมิทัศน์”ใหม่ในทางการเมือง

ทำให้โลก”เสมือนจริง”ใกล้กับ”ความจริง”มากยิ่งขึ้น

ทำให้ตัวตนของบรรดา “ทวิตเตี้ยน”ทั้งหลายได้ส่งเสียงและสำแดงความเรียกร้องต้องการของตนอย่างเป็นรูปธรรมและดำรงอยู่อย่างเป็น”ขบวนการ”

      นี่คือโลกแห่ง”เทคโนโลยี” นี่คือโลกแห่ง”โซเชียล” อันกำลังพัฒนาไปสู่”การเมือง”ใหม่

บทความก่อนหน้านี้สธ.เผยคนไทย 4 % ตอบแบบสำรวจ ไม่สวมหน้ากากแม้ไอ จาม ย้ำ โรคแพร่ได้ตลอดเวลา วอนสวมหน้ากากทุกครั้งที่ต้องออกจากบ้าน
บทความถัดไปที่ปรึกษาปธน.เกาหลีใต้ยัน “คิม จอง อึน” ยังสบายดี หลังข่าวลือสะพัดทั่ว