อุรุดา โควินท์ / ทางรอดอยู่ในครัว : วุ้นเส้นกินแทนข้าว

อุรุดา โควินท์

ไม่ได้ไปตลาด 10 วันแล้ว เราเริ่มเบื่อผัดผักกับข้าว แต่ฉันยังไม่อยากออกจากบ้าน ไปตลาดตอนนี้ใช้พลังงานสูงขึ้น เพราะนอกจากร้อนมาก ฝุ่นเยอะมาก เราต้องระวังมากด้วย

ยังไงเสีย เราก็ต้องไปก่อนสงกรานต์ เชียงรายงดเล่นน้ำ งดเทศกาล แต่เชื่อว่าแม่ค้าพ่อขายคงไม่อยากออกมาขายของในวันปีใหม่เมือง

เชียงรายปิดเมืองวันที่ 9-30 เมษายน ให้เข้าออกได้เฉพาะรถขนส่งสินค้าจำเป็นเท่านั้น ที่เงียบกันมาตั้งแต่ต้นปี คงต้องใช้คำว่าสงัดในช่วงนี้

ถนนหนทางมีสภาพเหมือนตอนฉันเป็นเด็ก โล่งมาก แต่ไม่มีใครปั่นจักรยานหรอกนะ เพราะค่าฝุ่นเยอะจริงๆ

คนเชียงรายใส่หน้ากากออกจากบ้านแทบทุกคน ทุกร้าน ทุกตลาด มีอ่างล้างมือ มีเจลล้างมือ ฉันรู้สึกได้ว่า เราตื่นตัวที่จะป้องกันอย่างเต็มที่

ฉันยังได้ยินเสียงหัวเราะจากบ้านข้างๆ และจากทุกคน เรายังหัวเราะ แม้ต้องเผชิญกับฝุ่น โรคระบาด ขณะเงินในกระเป๋าน้อยลง

เรารู้ว่าหนทางข้างหน้านั้นลำบาก แต่เราก็เตรียมกายเตรียมใจไว้อย่างพรั่งพร้อม

เชียงรายเป็นจังหวัดที่มีโรงแรมเยอะเหลือเกิน มีให้เลือกตั้งแต่สามร้อยกว่าไปจนถึงคืนละหนึ่งหมื่น นั่นหมายถึงรายได้ส่วนหนึ่งของเชียงรายเกิดจากผู้คนที่เดินทางเข้ามาเที่ยว พักผ่อน หรือทำธุระ

เมื่อไรที่คนจะเริ่มเดินทาง เมื่อไรที่เรากลับมาปลอดภัยบนเครื่องบิน บนรถ และออกท่องเที่ยวได้อีกครั้ง

ตอนนั้นล่ะ เชียงรายจะเริ่มกลับมาคึกคัก

 

เราเปิดบ้านให้คนพักครบหนึ่งปีในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตั้งแต่หนึ่งกุมภาพันธ์จนบัดนี้ เรายังไม่เปิดรับแขก และคงปิดไกลไปถึงฤดูหนาว

ถามว่าหนักหนามั้ย เราอยากตอบว่าเราสู้ได้

เปิดแบบครึ่งๆ กลางๆ เปิดแบบหวั่นใจ เปิดทั้งที่ใจไม่พร้อม เราขอสู้ทางอื่นดีกว่า ตัดสินใจแบบนั้น เราจึงดัดแปลงห้องพักห้องหนึ่งเป็นห้องทำงานชั่วคราวของเรา

ห้องที่เราเลือกเพิ่งเปลี่ยนแอร์ เป็นห้องขนาดพอเหมาะ ตัวบ้านของเรามีห้องแอร์ห้องเดียวคือห้องนอน เราตั้งใจจะติดแอร์ห้องทำงานในร้อนนี้ แต่คิดว่าควรเก็บเงินไว้ก่อน เดินมาทำงานในห้องพักก็ได้ ใช้ไฟน้อยกว่าด้วย และเครื่องฟอกอากาศจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

อยู่เชียงรายโดยไม่มีเครื่องฟอกอากาศนั้นยากมาก และเราก็มีเครื่องเดียว อยู่ห้องไหนเรายกไปด้วย

ไม่เป็นไร เรื่องย้ายของ ย้ายที่ทำงาน ย้ายบ้าน เราเก่งนัก

ดูอย่างผิวเผิน จึงเหมือนเรามีบ้านใหญ่มาก นอนห้องหนึ่ง ตอนเช้ามากินข้าวที่เทอร์เรซหน้าบาร์ มื้อกลางวันกับมื้อเย็นกินในบุ๊กคลับ ดึกๆ ชงเครื่องดื่มในบาร์คนละแก้วแล้วนอน กลางวันทำงานในห้องพัก เบื่อๆ ก็เอาหมาออกมาวิ่งเล่นบ้าง เราพยายามให้ทุกพื้นที่ได้มีการเคลื่อนที่ เคลื่อนไหว เราเชื่อว่าบ้านจะมีชีวิตด้วยมีลมหายใจของสิ่งมีชีวิต เราจึงใช้ทุกส่วนที่ทำไว้เพื่อรองรับแขก (แม้ไม่มีแขกสักคน)

“กินยำวุ้นเส้นแทนข้าวนะ” ฉันบอกเขา

ยำเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ จะทำให้สดชื่นขึ้น ฉันคิด

“ก็ดีนะ” เขาบอก เขาชอบวุ้นเส้น แต่เขาไม่เคยสั่งยำวุ้นเส้นกิน และฉันไม่ค่อยทำ ฉันมักเลือกทำลาบวุ้นเส้นมากกว่า

“เพิ่งนึกได้ว่ายายทำอร่อยมาก อร่อยแบบง่ายๆ เลย แต่ต้องใช้เวลา จะลองทำแบบยาย” ฉันบอกเขา

เดินเข้าครัวไปเปิดตู้เย็น ช่วงนี้เราไม่เน้นว่าอาหารต้องมีวัตถุดิบครบถ้วน เราเน้นความอร่อย ความเป็นไปได้ ความสะอาด และความอิ่ม

แต่ฉันพบว่าเรามีทุกอย่างครบถ้วน แม้มะเขือเทศจะน้อยไปสักหน่อย และพริกขี้หนูมีแต่สีเขียว

 

ยายใช้พริกขี้หนูซอยเท่านั้น ไม่ตำ เพราะให้ความเผ็ดที่เลือกได้ ไม่เผ็ดซ่านไปทั้งปากแบบพริกตำ และเพื่อความสวยงาม ยายใช้พริกสีเขียวกับสีแดงอย่างละครึ่ง ซอยให้ละเอียดเตรียมไว้

ใส่หัวหอมมากๆ จะอร่อย มีหอมอะไรใส่อย่างนั้น ยายเน้นหอมแดงแบบไทย เพราะมันเข้าเนื้อกว่าหอมหัวใหญ่

มะเขือเทศหั่นเสี้ยวไว้ ถ้าเป็นมะเขือเทศสีดาก็หั่นครึ่ง

ต้นหอมหั่นเป็นท่อน ผักชีหั่นเป็นท่อนเหมือนกัน

ส่วนที่เด็ดสุดคือถั่วคั่ว คั่วใหม่ๆ หอมๆ มันๆ เอาไว้โรยหน้า แช่กุ้งแห้งด้วย สักหนึ่งกำมือ

เมื่อทุกอย่างพร้อมค่อยลงมือต้มวุ้นเส้น

ยายใช้คำว่าต้ม ไม่ใช่ลวก ได้วุ้นเส้นที่อร่อยกว่าจริง

วิธีการก็คือ ใช้น้ำปริมาณน้อย กะว่า ถ้าวุ้นเส้นสุกแล้ว แทบจะไม่เหลือน้ำ ใส่วุ้นเส้นลงไปตอนน้ำเดือด (แช่วุ้นเส้นในน้ำก่อนราว 10 นาที) และใส่หมูสับลงไปด้วย กึ่งต้มกึ่งรวนหมูกับวุ้นเส้นพร้อมกัน กระทั่งมันสุก น้ำแห้งเกือบหมด ปิดเตา ทิ้งเส้นไว้ราวสิบนาทีค่อยเอามายำ

ด้วยเทคนิคนี้ จะได้ยำวุ้นเส้นที่ไม่อืด ไม่แฉะ รสชาติของหมูซึมเข้าไปในวุ้นเส้น หลังทิ้งเส้นไว้ เส้นจะดูดน้ำที่เหลือเข้าไปเต็มอิ่ม ตอนนั้นล่ะ ที่ฉันจะลงมือยำ

ตวงน้ำปลา น้ำตาล และน้ำมะนาวลงในชามใบใหญ่ ให้ได้รสเปรี้ยวนำ เค็มตาม หวานรั้งท้าย คนให้น้ำตาลละลาย แล้วใส่พริกซอยกับหอมแดงซอย คนต่อให้เข้ากัน จึงใส่หมูกับวุ้นเส้นลงไป คนอีกครั้งแล้วชิม ถ้ายังไม่ได้รสที่ชอบ ก็เติมตอนนี้ได้ วุ้นเส้นจะดูดน้ำยำเข้าไปได้อีก ได้ยำวุ้นเส้นที่รสเข้าเนื้อและแห้ง

ใส่ต้นหอม ผักชี มะเขือเทศ และกุ้งแห้ง คนเร็วๆ ตักใส่ชามใบใหญ่ แล้วโรยคั่วลิสงคั่วเยอะๆ เอาผักชีที่เหลือมาใส่ข้างจาน

ได้มื้อเย็นที่สดชื่น เบาท้อง ประหยัด แถมยังครบรส

เอาล่ะ เมื่อมีอาหารอร่อยรอบนโต๊ะ ข้างนอกจะเงียบอย่างไร หัวใจของเราก็เต้นโครมคราม

และนั่นหมายถึงเรายังมีชีวิต

บทความก่อนหน้านี้สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร / คลายก่อหนี้(ด้วย)
บทความถัดไปโฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ/เหรียญพระสังฆราชเจ้า สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส