การ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์/น้ำตาเพชฌฆาต เล่ม 3-4

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

การ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

น้ำตาเพชฌฆาต เล่ม 3-4

 

ตอนต้นเล่ม 3 ฟรีแมนและฮิโนะ เอมุ ล่อนายสาวหัวหน้าแก๊งยากูซ่าและชู้รักตำรวจไปจนมุมที่เกาะส่วนตัวของเขา เขามิได้ฆ่าคนทั้งสอง แต่ใช้วิธีขู่กรรโชกคนทั้งสองให้เลิกตอแยและปิดปากเงียบไปตลอดชีวิต

ลองหาอ่านดูว่าทำอย่างไร รับประกันถึงเลือดถึงเนื้อ-หนังมังสา

จากนั้นฟรีแมนพาฮิโนะ เอมุ เดินทางไปพบหัวหน้าแก๊ง 108 มังกรและภริยา หัวหน้าแก๊งยินดีต้อนรับหนุ่ม-สาวทั้งสองเข้าแก๊งพร้อมตั้งชื่อให้คนทั้งสองใหม่ว่าหลงไท่หยางและหู่ชิงหลาน พร้อมจัดพิธีแต่งงานแบบจีนให้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นจัดงานเลี้ยงต้อนรับโดยเชิญสิบหัวหน้าสาขามาร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน

ท่าทีของนายใหญ่ชวนให้เข้าใจได้ว่ามันจะให้ฟรีแมนเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประมุข นำไปสู่การทรยศหักหลังจากคนใน ใครคือผู้ทรยศและใครเป็นผู้บงการผู้ทรยศอีกทีหนึ่ง

หนังสือใช้เนื้อที่ทั้งเล่มของเล่ม 3 ในการต่อสู้ห้ำหั่นเพื่อเปิดตัวเหล่าร้ายซึ่งจบลงด้วยชัยชนะเด็ดขาดของฟรีแมนอีกเช่นเคย

วันนี้เขาเป็นนักฆ่าที่โดดเด่นที่สุดของแก๊งมาเฟียชาวจีนผู้พิชิตทั้งยากูซ่าและมาเฟียอิตาลี

 

ครั้งที่แล้วพยายามเขียนว่าที่แท้การ์ตูนญี่ปุ่นมีสาระ ตอนที่สามนี้อ่านจนจบแล้วคิดจนหัวแทบแตกก็คิดไม่ออกว่าสาระอยู่ไหน ความจริงคือมันไม่มีสาระนั่นแหละ อ่านเอามันแต่เพียงอย่างเดียว เหมาะมากสำหรับการอ่านแก้กลุ้ม คลายเครียด ระบายอารมณ์ในเวลาที่ถูกขังคุก คือคุกในบ้าน

จะมีอะไรที่ใช้ระบายได้ดีกว่าเซ็กซ์และความรุนแรง แต่ห้ามใกล้กันเกินสองเมตร

เมื่อนึกถึงความหลังเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน นอกเหนือจาก ครายอิ้งฟรีแมน น้ำตาเพชฌฆาต นี้แล้ว เรายังมี หมัดเพชฌฆาตดาวเหนือ คอบร้าเห่าไฟสายฟ้า และ ซิตี้ฮันเตอร์ ทุกเรื่องหากไม่ใช่เซ็กซ์ก็ความรุนแรง หรือมีทั้งสองอย่าง แต่ละเรื่องขึ้นหิ้งคลาสสิคสำหรับนักสะสมแล้วทั้งนั้น

เซ็กซ์และความรุนแรงเป็นสองสัญชาตญาณตั้งต้นของมนุษย์ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์อยู่แล้ว คือ life instinct และ death instinct เราเลี่ยงสองเรื่องนี้ไม่ได้ คำถามจึงมีเพียงว่าจะใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างไร ง่ายๆ เท่านี้เอง

อ่านเล่ม 4 ต่อกันเถอะเผื่อเจอขุมทรัพย์

 

หน้าปกเล่มสี่ก็โป๊แล้ว หู่ชิงหลานได้รับการสักรูปเสือโคร่งที่แผ่นหลัง เนื่องจากเธอและฟรีแมนถูกทำหมันตามกฎของแก๊ง เธอจึงขอให้ฟรีแมนช่วยสักรูปลูกเสือสองตัวด้านหน้า

เปิดตัวนักฆ่าผิวสีทรงสะท้านจากแก๊งคาโมร่ามาเฟียอิตาลีที่ถูกฟรีแมนปราบเหี้ยนเมื่อครั้งที่แล้ว เธอพยายามทำรีเสิร์ชค้นหาจุดอ่อนของฟรีแมนจนพบ แล้วเดินทางมาเพื่อล้างแค้น

เธอฆ่ารายทางเพื่อล่อฟรีแมนออกมา แล้วฉากท้าดวลจึงเกิดขึ้นบนเรือดำน้ำที่ลอยลำอยู่กลางทะเล ที่แท้นักฆ่าสาวนั้นผิวขาว หล่อนมีเสื้อเกราะฟ้าเป็นอาวุธลับรอให้ฟรีแมนจ้วงแทง แต่เขาเชือดข้อมือของเธอแทนแล้วพาลงทะเลให้เลือดไหลออกจากร่างกายจนตาย

อ่านมาถึงกลางเล่ม 4 พบสาระแล้ว ดีใจมาก

 

ฟรีแมนเล่าให้ภรรยาฟังถึงตำนานนกปี่อี้ นกปี่อี้คือนกครึ่งซีก มีปรากฏในตำนานจีนและบทกวีพรรณนาถึงความรักที่มิอาจแบ่งแยก นกปี่อี้เป็นนกตัวผู้ตัวเมียที่แต่ละตัวมีตาเดียว ปีกเดียว และร่างซีกเดียว จึงต้องไปไหนไปด้วยกัน บินไหนบินด้วยกัน มีอีกชื่อหนึ่งว่านกเจียนเจียน

หากใครสามารถขี่นกปี่อี้ (Biyi) ได้จะมีอายุยืนยาวนับพันปี จากหนังสือ The Mythology Bible : The Definitive Guide to Legendary Tales ของ Sarah Bartlett

ฟรีแมนเล่าต่อไปว่า นกปี่อี้มีปรากฏในบทกวี ฉางเฮิ่นเกอ ของ ไป๋จวีอี้

ไป๋จวีอี้ (คศ.772-846) เป็นขุนนางและกวีสมัยราชวงศ์ถัง มีงานเขียนบทกวีประมาณ 2,800 บท เล่าเรื่องชีวิตที่ลำบากของชนชั้นล่างและวิจารณ์สังคมการเมือง ถึงแก่กรรมเมื่ออายุ 74 ปี

ฉางเฮิ่นเกอเป็นบทกวีพรรณนาถึงความรักของจักรพรรดิถังเสวียนจงและหยางกุ้ยเฟย บทกวีชิ้นนี้มีอิทธิพลต่องานศิลปะมากมายหลายชิ้นในวันนี้ ทั้งเพลง ดนตรี อุปรากร ละคร นวนิยาย ภาพยนตร์ หรือภาพวาด

บทกวีชิ้นนี้มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Song of Everlasting Sorrow แปลไทยตามสำนวนที่ปรากฏในหนังสือนวนิยาย รหัสลับฉางเฮิ่นเกอ ว่า เพลงโศกนิรันดร์ หนังสือเล่มนี้มีจำหน่ายในภาคภาษาไทย เขียนโดย Tang Yin แปลไทยโดย Wisnu ข้อความที่พูดถึงนกปี่อี้มีปรากฏในช่วงสุดท้าย ความว่า

บนฟากฟ้าขอเป็นนกคู่ผกผิน

บนผืนดินขอร่วมกิ่งเกี่ยวแก่นมั่น

อันฟ้าดินยืนยาวยังสิ้นกัลป์

เจ็บช้ำนี้สืบวันนิรันดร

ฟรีแมนเล่าเรื่องนกปี่อี้คู่กับคำว่าเหลียนลี่ หมายถึงกิ่งไม้ของไม้แต่ละต้นที่สานกันจนเป็นเนื้อเดียวกัน หมายถึงความรักที่ไม่อาจแบ่งแยกเช่นเดียวกัน

ใครว่าการ์ตูนญี่ปุ่นไร้สาระ

บทความก่อนหน้านี้‘สิระ’ ควักกระเป๋าแจกให้คนละ 100 บาท หลังของไม่พอแจก ลั่น ปชช.มาเสียเวลาไม่ได้
บทความถัดไป‘กรมสุขภาพจิต’ แนะรู้ทันสื่อ ชูแคมเปญ ‘4 สร้าง 2 ใช้’ ในโครงการ ‘พลังใจ พลังฮีโร่ สู้โควิด-19’