ทราย เจริญปุระ : อีช้างลาก

ทราย เจริญปุระ

“–หล่อนจะเป็นใครก็ตาม ดาราหรือฝุ่นละออง หรือกะหรี่คราวละห้าสิบบาทที่แผนกค้นหาจับมาขัดฉวีจนนวลผ่อง หรือครูโรงเรียนตามชนบทที่ถูกพบว่ามีคุณสมบัติเด่นในการแสดง หรือแม้แต่ผู้หญิงที่เคยได้ยินว่าเขาชอบให้แหวนเพชรเป็นกำนัลกับทุกคนที่หมั่นปรนนิบัติในสบในกามรส และหล่อนใคร่ได้บ้าง หล่อนจะเป็นใครก็ตาม โทสะเผา คำนวร บำรู จนมือเทิ้มสั่นแล้วเหวี่ยงพวงปลาที่ตกมาได้เย็นนั้นทิ้งลงบนพื้น”*

ฉันไม่ได้อยากให้เธอรักฉันเพียงเพราะว่าฉันอยู่ตรงนั้น ในวันนั้น ร่ำร้องเสนอตัวให้เธอ และก็เป็นทางเลือกที่แค่ “ดีกว่าอยู่เปล่าๆ”

และฉันก็ไม่ได้รักเธอเพียงเพราะเธอเป็นคนเดียวที่ขานรับคำขอร้องของผู้หญิงสิ้นหวังคนหนึ่ง

การตัดสินใจของคนคนหนึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วนอารมณ์มากมาย อดีตที่ผ่านมา ความหวัง ความปรารถนาและความน่าจะเป็น

 

“แดงรวี” เริ่มตีพิมพ์เป็นตอนๆ อย่างต่อเนื่องครั้งแรกในปี 2513 ด้วยสำนวนหฤหรรษ์แบบ “รงค์ วงษ์สวรรค์” กล่าวถึงชีวิตของ คำนวร บำรู-บรมเศรษฐีแห่งกรุงเทพฯ-ผู้พบว่าตนเป็นโรคร้าย และถูกกำหนดวันตายด้วยคอมพิวเตอร์เอาไว้ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2513

คำนวร บำรู ไม่ได้รู้สึกโศกโศกาใดๆ, ตรงข้าม เขากลับจัดงานเลี้ยงต้อนรับความตายอย่างเอิกเกริกอลังการ ท่ามกลางความเศร้าหมองของแดงรวี-ผู้หญิงของเขา-

แต่แดงรวีคือใคร?

คำนวรไม่ไยดีวิธีการค้นหาความจริงอย่างเรียบง่ายเช่นการพูดคุย เขาใช้บารมีและอำนาจเงินเพื่อตามตัวอดีตคนรัก คนรู้จัก และเพื่อนเก่าของเธอมาสัมภาษณ์

ก่อนหน้านั้น เขาเลือกใช้วิธีแปลกประหลาดคือ โยนแฟ้มข้อมูลของแดงรวีให้คอมพิวเตอร์หาคำตอบ

เจ้าคอมพิวเตอร์ตอบมากระชับสั้นหลังจากประมวลใคร่ครวญผล

“อีช้างลาก…”

 

เราคือใครในความสัมพันธ์แต่ละครั้ง?

เราเสียอะไรไปบ้าง ได้อะไรกลับคืนมาบ้างจากความสัมพันธ์ครั้งนี้ ความหวาดกลัวไม่มั่นใจเคลื่อนเป็นเงาตามตัวทุกที่ที่เราไปด้วยกัน ฉันก่ายกอดมันต่างหมอนข้างยามเราร่วมเตียง มันนั่งเบียดติดกับฉันตอนเรากินข้าว และนั่งจ้องตรงมาด้วยสายตาว่างเปล่ายามเราร่วมรัก

เราต้องรักกันใช่ไหม–หรืออย่างน้อย, ฉันนั้นรักเธอใช่ไหม เพราะความไม่มั่นใจในระดับนี้ย่อมไม่เกิดขึ้นจากความว่างเปล่าไร้อารมณ์ หัวใจฉันปวดหนึบเมื่อได้ยินเธอเล่าเรื่องคนรักเก่าแต่ละคน เธอเล่าด้วยเสียงเรื่อยๆ เหมือนพูดถึงดินฟ้าอากาศ

ฉันฟังแล้วหัวเราะใหญ่โต แต่แอบก้มลงมองร่างกายตัวเองแล้วพบแต่ความพ่ายแพ้ ฉันไม่มีอะไรไปสู้ นอกจากความพยายามทำท่าควบคุมตัวเองได้ ด้วยอาการไม่ใส่ใจ ทั้งที่จริงแล้วมีแต่ความไม่มั่นคงจากคนที่โหยหาความรักอย่างที่สุด

“ดิฉันจำได้ที่คุณบอกว่ารู้สึกเศร้ากับการอยู่ลำพัง คุณหย่าร้างกับการแต่งงานครั้งแรก และคุณโกหกตัวเองว่าช้ำชอก แล้วกับการมีชีวิตร่วมกันกับผู้หญิงอย่างไม่เป็นทางการคนที่สองสามสี่และห้า จนถึงคนที่เท่าไรดิฉันไม่สนใจจำ มันก็จบลงที่การเริดร้าง ความช้ำชอกที่แท้จริงเริ่มคุกคาม แต่คุณโกหกตัวเองว่าคุณรื่นเริงเพราะคุณไม่มีภาระกับผู้หญิงเหล่านั้น(รวมทั้งดิฉัน)–อนิจจา-ความเศร้ากับความรื่นเริงของคุณมันไม่แตกต่างกันเลยหรือ? ดิฉันไม่อยากเชื่ออย่างนั้นเลย..”*

“แดงรวี” เขียนโดย “รงค์ วงษ์สวรรค์ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5 โดยสำนักพิมพ์ไจไจบุ๊คส์ กุมภาพันธ์, 2560


หมายเหตุ : *ข้อความจากในหนังสือ

บทความก่อนหน้านี้ปริศนาโบราณคดี | “มณฑปกลางน้ำ” ณ “เวียงเกาะกลาง” : สังฆเจดีย์ อุทกสีมา หรือเขาพระสุเมรุ? (1)
บทความถัดไปวัชระ แวววุฒินันท์ : เจาะใจ “ก้าวที่กล้า”