สมุนไพรเพื่อสุขภาพ / โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงพาตนเอง / เพื่อนบ้านไทย ใช้กะเม็ง ต้านภัยโควิด-19

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงพาตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org

เพื่อนบ้านไทย

ใช้กะเม็ง ต้านภัยโควิด-19

 

ในโลกออนไลน์ของคนไทย ฮือฮากันมาพักใหญ่ว่าใช้ฟ้าทะลายโจรช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย เพื่อต้านไวรัสโควิด-19

แต่ในโลกออนไลน์ของชาวเขมรเพื่อนเรานั้น มีการส่งข้อความให้มีการใช้กะเม็ง นำมาต้มดื่ม เพื่อต้านไวรัสโควิด-19

ลองมารู้จักและค่อยพิจารณาดูว่าสมุนไพรชนิดนี้มีศักยภาพเพียงใด

 

กะเม็ง มีชื่อสามัญว่า False daisy, White head, Yerbadetajo herb มีชื่อเครื่องยาว่า Herba Ecliptae ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Eclipta prostrata (L.) L.

ในประเทศไทยมีสมุนไพรที่เรียกว่ากะเม็งอยู่ 2 ชนิดคือ “กะเม็งตัวผู้” และ “กะเม็งตัวเมีย”

กะเม็งตัวผู้ มีดอกมีสีเหลืองใหญ่ ส่วนกะเม็งตัวเมีย มีดอกมีสีขาวและมีขนาดเล็ก เวลานี้ชาวเขมรมีการบอกต่อกันมากมายให้กินกะเม็งเพื่อสู้กับไวรัสโควิด-19

หากไปค้นและสืบความรู้ดั้งเดิมก็จะพบว่าทั้งการแพทย์แผนจีนและอายุรเวทมีการใช้คือกะเม็งตัวเมียเป็นยากันอย่างกว้างขวาง

ในทางอายุรเวทจัดกะเม็งว่าเป็นสมุนไพรรสขม ร้อน ใช้ทั้งยาภายนอกที่รู้จักกันดีคือบำรุงเส้นผม ยาภายในเข้าสูตรยารักษาโรคผิวหนังและยาบำรุงตับ ตำรายาไทยใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ซึ่งมีอยู่หลายตำรับทั้งใช้กะเม็งเดี่ยวและใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นด้วย

รูปแบบที่ทำเป็นผงหรือปั้นเป็นยาลูกกลอนผสมกับน้ำผึ้งกินทุกวัน บางตำราแนะนำให้กินในเดือนดับ หรือทำยาชงดื่มแทนชา กะเม็งทั้งต้นใช้เป็นยาบำรุงเลือด น้ำคั้นจากต้นช่วยรักษาอาการดีซ่าน ช่วยแก้หืด ช่วยแก้หลอดลมอักเสบ ช่วยรักษาแผลในปาก

ช่วยแก้อาการเจ็บคอ

 

ความรู้ของคนไทยแต่ดั้งเดิมก็นำกะเม็งมาแก้โรคผิวหนังผื่นคันจากการทำนา แก้น้ำกัดเท้าและโรคผิวหนังเรื้อรัง ซึ่งตรงกับการศึกษาวิจัยพบว่ากะเม็งมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย

ส่วนวิธีการใช้ ก็ให้ใช้น้ำคั้นจากใบสดนำมาทาบริเวณมือและเท้า แล้วปล่อยให้แห้งก่อนหรือหลังการลงไปทำนาจะช่วยป้องกันมือเท้าเปื่อยได้ แต่ถ้ามือเท้าเปื่อยอยู่แล้วก็ให้ใช้น้ำคั้นจากใบนำมาทาวันละ 2 ครั้ง จนกว่าจะหาย

สำหรับงานวิจัยเท่าที่สืบค้นมีอยู่มากมายหลายประเทศทำการศึกษา

เช่น ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันพบว่า กะเม็งมีฤทธิ์ในการเพิ่มภูมิคุ้มกันชนิด T-lymphocyte และยังมีการศึกษาในตำรับยาจีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า AFE ซึ่งมีกะเม็งเป็นส่วนประกอบ

โดยสูตรยาดังกล่าวจะช่วยเพิ่มระดับของลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) และภูมิคุ้มกันชนิด IgG ซึ่งเป็นสารที่สำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน

และสมุนไพรชนิดนี้ยังช่วยทำให้เยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดงแข็งแรงขึ้น

จึงมีการนำมาใช้เป็นยาอายุวัฒนะ และอาจมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเอดส์โดยการใช้เป็นยาเสริมภูมิคุ้มกัน

และยังมีฤทธิ์ในการลดการกดภูมิคุ้มกันซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้รักษาความปกติของร่างกายในขณะได้รับเคมีบำบัด

 

นอกจากนี้ การวิจัยของ รศ.ดร.สุภิญญา ติ๋วตระกูล จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นข่าวตั้งแต่ปี 2553 นำกะเม็งมาทำเป็นสารสกัดหยาบแล้ว นำไปทดสอบฤทธิ์ พบว่าสามารถช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อ HIV ในหลอดทดลองได้

โดยสารออโรบอล (Orobol) และสารเวเดโลแลคโตน (Wedelolactone) ที่แยกได้จากใบของต้นกะเม็ง มีฤทธิ์ในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อินทีเกรส (HIV-1 integrase) ซึ่งมีหน้าที่เชื่อมสาย DNA ของเชื้อไวรัสเข้ากับ DNA ของคน จึงช่วยทำให้เชื้อไวรัส HIV ไม่สามารถแพร่กระจายไปสู่เซลล์อื่นๆ ได้อีก

แต่ผลการทดลองดังกล่าวยังอยู่ในระดับหลอดทดลองเท่านั้น เพราะการจะพัฒนาเป็นยาต้านไวรัสจากสารสกัดบริสุทธิ์คงต้องใช้เวลาศึกษาวิจัยอีกหลายขั้นตอน และใช้เวลาอีกนาน

รวมไปถึงการทดสอบความเป็นพิษในสัตว์ทดลองด้วย

ยังมีงานวิจัยระดับสัตว์ทดลองของ Karthikumar และคณะ ในปี ค.ศ.2011 เรื่องการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในหนูด้วยสารสกัดจากกะเม็ง ตีพิมพ์ใน Journal of Pharmacognosy and Phytotherapy Vol. 3(4) pp. 52-55, May 2011 (เข้าถึงได้ที่ http://www.academicjournals.org/jpp)

แสดงให้เห็นว่าสารสกัดที่สกัดด้วยแอลกอฮอล์จะให้ผลในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าการสกัดด้วยน้ำ

 

ในประเทศอินเดียที่มีการใช้กะเม็งมากมายก็ทำการศึกษาวิจัยในมนุษย์ เพื่อใช้แก้คอตีบ ให้ใช้ทั้งต้นล้างสะอาด นำมาตำคั้นเอาแต่น้ำผสมกับน้ำผึ้งอย่างละเท่ากัน ให้เด็กกินวันละ 100 มิลลิลิตร โดยแบ่งให้กินวันละ 4 ครั้ง

ถ้าหากคนไข้มีโรคแทรกซ้อนเกี่ยวกับโรคหัวใจก็ให้พักผ่อนมากๆ ฉีดกลูโคสและวิตามินบำรุงด้วย

ถ้าคนไข้มีโรคแทรกซ้อนเป็นปอดบวมหรือหลอดลมอักเสบ ก็ให้เพิ่มยารักษาอาการแทรกซ้อนนั้นด้วย

และถ้าคนไข้มีอาการถึงขั้นหายใจไม่ออกแล้ว ก็ต้องเจาะคอช่วยด้วย เป็นต้น

ซึ่งผลจากการศึกษาของอินเดียกับคนไข้จำนวน 92 ราย พบว่า หาย 84 ราย เสียชีวิต 8 ราย

และยังได้ทดสอบเพิ่มอีก 37 ราย พบว่าหาย 35 ราย และเสียชีวิต 2 ราย

ที่น่าสนใจคือ คนไข้ครึ่งหนึ่งอาการไข้จะลดลงเป็นปกติภายใน 24 ชั่วโมง

นอกนั้นต้องใช้เวลา 48-72 ชั่วโมง ยกเว้นเพียง 18 รายที่ต้องเจาะคอช่วยไข้จะลดช้าลง และช่วยให้หายใจได้คล่องภายใน 2-3 วัน จำนวนเม็ดเลือดขาวจะกลับสู่ระดับปกติตามอุณหภูมิของร่างกาย

ยังมีการศึกษาการแก้วัณโรคปอดและอาการไอเป็นเลือด โดยใช้กะเม็งทั้งต้นร่วมกับรากหญ้าคาทำเป็นยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

และยังมีงานศึกษาวิจัยอีกจำนวนมากกล่าวถึงการป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายจากสารพิษและแอลกอฮอล์ ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ตับถูกทำลายจากไวรัส

และยังช่วยในการฟื้นตัวของตับที่ถูกทำลายอีกด้วย

 

งานวิจัยจำนวนมากเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า กะเม็ง คือสมุนไพรที่มีศักยภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ในระดับหนึ่ง

และยังมีผลดีต่อตับ

จึงเป็นทางเลือกในการดูแลตนเองเสริมสร้างสุขภาพ

แต่ก็ “การ์ดห้ามตก” ใส่แมสก์ อยู่ห่าง กินร้อน ช้อนกรู อยู่บ้าน จึงช่วยหยุดเชื้อโควิด-19 ได้แน่

บทความก่อนหน้านี้เศรษฐกิจ / ‘โควิด-19’ มา พา 5 G แจ้งเกิด การแพทย์ไทยพลิกโฉม…อาชีพแรก อุตสาหกรรมไทย เข้าโหมดปฏิวัติอีกครั้ง?
บทความถัดไปรายงานพิเศษ / One Man Show ‘บิ๊กตู่’ ยึดอำนาจ-รัฐประหาร ครม. ยึดงบฯ กองทัพ-ดับฝันทหารเรือ ชะลอเรือดำน้ำ-เครื่องบินฝึก จับตาบทบาท ‘บิ๊กป้อม’