ธงทอง จันทรางศุ | ปณิธาน “หลัง” โควิด-19

ธงทอง จันทรางศุ

อยู่ดีๆ คนที่เคยออกจากบ้านทุกวัน ไปประชุมโน่นประชุมนี่ หรือไปทำกิจกรรมสารพัดร้อยแปดประการอย่างเช่นผมก็กลายสภาพเป็นคนตกงานขึ้นมาเสียอย่างนั้น

ด้วยสาเหตุที่ทุกท่านทราบดีอยู่แล้ว คือการอยู่บ้านช่วยชาติ ในระหว่างที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 เช่นเวลานี้

ผมตระหนักดีว่าความพร้อมในการ “อยู่บ้าน” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ไม่ต้องดูอื่นไกลครับ ปัจจัยแรกที่สำคัญและจำเป็นเหลือเกินคือความพร้อมทางด้านเศรษฐกิจ

ผมเป็นข้าราชการบำนาญ บ้านไม่ต้องเช่าเพราะเป็นบ้านมรดกพ่อแม่ทิ้งไว้ให้อยู่อาศัย ลำพังเงินเบี้ยบำนาญก็พออยู่บ้านได้โดยไม่เดือดร้อน

กิจกรรมทางสังคมก็ตัดทิ้งหมดด้วยข้ออ้างว่าไปไหนไม่ได้ งานศพงานเมรุ งานโกนจุกบวชนาค งานแต่งงาน งานเลี้ยงรุ่นไม่มีเหลือหลอ รายจ่ายก็มีแต่เรื่องปากท้องภายในบ้านกับค่าน้ำค่าไฟเท่านั้น

แต่คนอีกหลายล้านคนไม่ได้อยู่ในฐานะแบบเดียวกันกับผม

รายรับที่เคยได้เป็นรายวันหรือรายเดือนมีทั้งที่หดและมีทั้งที่หาย

หดคือได้น้อยลงกว่าแต่ก่อน

หายคือกลายสภาพเป็นคนตกงานและไม่มีรายได้เหลืออยู่เลย

ผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมากนี้ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะพยายามช่วยเหลือสักปานใดก็ตาม แต่ก็คงไม่อยู่ในฐานะที่จะเหมือนเดิมกับสถานการณ์ที่เป็นมาก่อนเกิดโรคระบาดครั้งนี้ได้

สำหรับเรื่องอย่างนี้ ผมก็ได้แต่กลอกตาด้วยความเห็นใจ

และพูดอย่างที่เคยพูดมาแล้วหลายครั้งว่า เราทุกคนก็ต้องปรับตัวและอดทนกันต่อไป

หลายคนคิดเหมือนกันว่า ถ้าตกงานจากเมืองกรุงก็มุ่งสู่ท้องนาถิ่นเก่าของเราดีกว่า

ข้อนี้ผมเห็นด้วยทีเดียวครับ อย่างไรเสีย การกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดน่าจะประหยัดโสหุ้ยลงไปได้หลายรายการ

ที่เห็นได้ชัดคือเรื่องค่าเช่าบ้านหรือค่าเช่าห้องพักที่เคยจ่ายอยู่ในเมืองกรุง

ถ้ากลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัดได้ อาศัยพ่อแม่พี่น้องเห็นจะประหยัดไปได้หลายเงิน

แต่นั่นแหละครับการเดินทางกลับไปบ้านต่างจังหวัดก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้วในสถานการณ์ในวันที่ผมเขียนหนังสืออยู่นี้

เพราะกลับไปก็ต้องไปรายงานตัวเพื่อกักตัวเอง 14 วัน ตามมาตรการของทางราชการ

ข้อนี้ไม่ยากครับ ถ้าเข้าใจสถานการณ์และพร้อมให้ความร่วมมือ

สิบสี่วันก็จะผ่านไปได้ง่ายๆ เหมือนอย่างที่ผมได้เคยเล่าให้ฟังในที่นี้แล้วว่าหลานของผมกลับมาจากต่างประเทศก็ต้องกักตัว 14 วันเหมือนกัน

ข้อที่ยากคือการเดินทางครับ เพราะทางราชการไม่อยากให้มีการเดินทางข้ามจังหวัด คนเดินทางจำนวนเป็นแสนเป็นล้านอาจจะนำเชื้อโรคจากกรุงเทพฯ ไปมอบให้ต่างจังหวัดโดยไม่รู้ตัว

เพราะฉะนั้น การเดินทางด้วยยานพาหนะสาธารณะทุกชนิดจึงหยุดบริการ หรือบริการแบบไม่สะดวก ด้วยความตั้งใจที่จะให้ความไม่สะดวกเกิดขึ้นจริงๆ

สรุปว่าทุกคนต้องอยู่บ้านช่วยชาติ จะเป็นบ้านกรุงเทพฯ หรือบ้านจังหวัดไหนๆ ก็ตาม

คราวนี้มาถึงคำถามที่สองคือ อยู่บ้านแล้วทำอะไรดี

ผมพบว่านอกจากการทำกิจกรรมส่วนตัวตามความชอบของแต่ละคนแล้ว ปรากฏการณ์ในมุมบวกที่เกิดขึ้นคือ ในบ้านที่มีสมาชิกหลายคน เป็นครอบครัว เป็นพี่น้องที่อาศัยชายคาเดียวกัน ในวันเวลาปกติแต่ละคนก็ต่างยุ่ง ออกจากบ้านตั้งแต่เช้า กว่าจะกลับถึงบ้านก็หมดแรงจะพูดคุยกับใครเสียแล้ว

ช่วงเวลาแห่งการอยู่บ้านช่วยชาตินี้แหละครับที่ทำให้ครอบครัวได้กลับมาพบหน้ากัน มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

คุณพ่อหลายคนออกปากว่าไม่เคยได้มีเวลาเล่นกับลูกน้อยมากถึงเพียงนี้เลย บ้านได้กลับมาเป็นบ้านตามความหมายที่แท้จริงอย่างมหัศจรรย์

ประเดี๋ยวเขียนหนังสือเสร็จแล้ว ก็เป็นรายการมื้อกลางวันของผม

วันนี้ไม่สั่ง Grab มาจากไหน แต่เป็นการทำอาหารกินกันเองในครอบครัว

สามสี่วันก็ไปจ่ายตลาดมาเก็บไว้ในตู้เย็นสักครั้งหนึ่ง แต่ละวันก็คิดเมนูง่ายๆ มีน้องชายผมเป็นคนลงมือ และมีผู้ช่วยอีกหนึ่งคน

วันนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อสับตำรับของแม่ครับ ไม่ได้กินมานานแล้ว สมาชิกมื้อกลางวันพร้อมหน้าห้าคน มีผม น้องชาย น้องสะใภ้และหลานอีกสองคน

นานจนจำไม่ได้เสียแล้วว่าบรรยากาศอย่างนี้ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อไหร่

และข้อสุดท้ายที่จะขอปรารภขึ้นในวันนี้คือช่วงเวลานี้เองทำให้เราได้อยู่กับความเป็นตัวตนของเราอย่างแท้จริงมากขึ้น ในเหตุการณ์ปกติแล้วเราวุ่นวายกับโลกภายนอก จนบางครั้งอาจหลงลืมไปว่าตัวเราคือใคร และเราต้องการอะไรบ้างในชีวิต

เพื่อนของผมคนหนึ่ง บอกเล่าประสบการณ์ช่วงนี้ว่า ยามปกติเธอซื้อหาเสื้อผ้าอาภรณ์และเครื่องประดับอยู่เป็นอาจิณ ไม่เคยตกรุ่นตกแบบเลยสักครั้ง ชีวิตประจำวันแต่ละวันก็มีความสุขกับการแต่งตัวสวย มีกิจกรรมนอกบ้าน และซื้อหาชุดใหม่เพิ่มเติม เป็นวัฏจักรอยู่อย่างนี้ปีแล้วปีเล่า

แต่เมื่อถึงสถานการณ์เวลานี้ เธอพบว่าเสื้อผ้าจำนวนมหาศาลเหล่านั้นรับประทานไม่ได้เลย

จะนำออกมาขายใครก็คงไม่มีใครซื้อ จะเอามาต้มยำทำแกงอะไรไม่ได้ทั้งนั้น

หลายคนได้พบความจริงพร้อมกันว่า เราได้ใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมากไปกับข้าวของที่ไม่จำเป็นสำหรับชีวิตเลย

หลายคนเช่นเดียวกันจึงพยายามตั้งปณิธานว่า หลังจากโรคระบาดห่างหายไปแล้วจะกลับเนื้อกลับตัวเสียใหม่ ใช้จ่ายแต่เท่าที่พอเหมาะพอสมกับอัตภาพ อะไรที่ไม่จำเป็นก็อย่าไปซื้อหามาให้รกบ้าน

นี่แปลว่าผมต้องซื้อหนังสือน้อยลงกระนั้นหรือ หา!

แค่คิดก็สยดสยองเสียแล้ว

ขออนุญาตเป็นลมแป๊บนึงนะครับ

บทความก่อนหน้านี้‘องอาจ’ แนะ รบ. ช่วย ‘คนจนเมือง’ ที่เข้าไม่ถึงเงิน5,000 บาท แนะอาจจัดถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง ให้เพียงพอด้วย
บทความถัดไปนายกสมาคมค้าทองฯ ขอรัฐปิดร้าน หลังแห่ขายวันเดียว200ล้านบาท