อนุสรณ์ ติปยานนท์ : เดินทางไปเหมืองเกลือ

อนุสรณ์ ติปยานนท์frontfirework@hotmail.com

ปากะศิลป์ฉบับอ่านใหม่ (23)
เกลือและความเค็ม (4)

เรื่องเล่าจากเหมืองเกลือบทที่หนึ่ง

บริษัทนำเที่ยวแจ้งกับเขาว่ามีโปรแกรมสองโปรแกรมในวันนั้น เขาพลิกดูใบปลิวแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเกียจคร้าน

เขาไม่ได้ตั้งใจมาที่นี่ แต่นั่นแหละในเวลาแบบนี้ อะไรที่พอฆ่าเวลาได้ อะไรที่พึงฆ่าเวลาได้ก็ควรกระทำ

ชีวิตหลังการหย่าร้างไม่มีอะไรให้กระทำได้มากนัก การจมอยู่กับความเศร้า ความหลังและของมึนเมาไม่ใช่ทางออกที่ดี

แม้กระทั่งการไปดูค่ายกักกันชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองก็ยังดูเป็นทางออกที่ดียิ่งกว่า

รถนำเที่ยวมารับเขาในวันรุ่งขึ้นที่โรงแรม เขานั่งรออยู่ที่ล็อบบี้ตั้งแต่เช้าตรู่

อันที่จริงเขาไม่ได้นอนหลับในคืนก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำไป เขาพลิกตัวไปมา นอนลืมตา นอนหลับตา จ้องมองเพดาน จ้องมองดูฝ่ามือตนเอง

อาจเป็นการผิดเวลา สภาวะต้องปรับตัวจากการบินข้ามทวีป เขาพยายามหาเหตุผลเช่นนั้นทั้งที่รู้ว่าความเป็นจริงแล้ว

เขาข่มตาหลับไม่ลงเพราะคิดถึงเธอ

สิบแปดปีแห่งชีวิตคู่ การถูกขังอยู่ในความทุกข์ เธอบอกกับเขาแบบนั้น

“ฉันตัดสินใจผิดตั้งแต่แรกเริ่ม เราไม่ควรมากันได้ไกลขนาดนี้ นี่ถือว่าโชคชะตาลิขิตแล้วที่ทำให้ฉันทนได้นานเกินความเป็นจริง ขอให้เราจากกันด้วยดี การถูกกักขังในความทุกข์ของเราทั้งคู่ควรจบสิ้นได้แล้ว”

คำพูดไม่ใช่สิ่งมีคม แต่สิ่งที่เขาได้รับจากคำพูดของเธอคือความเจ็บปวด อาจมีแผลสักที่หรือหลายที่ในร่างกายของเขาหลังคำพูดเหล่านั้น แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นมันก็ตาม

เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด เจ็บแปลบ ทุกคืน หลังการปิดไฟ ทิ้งตัวลงบนเตียงนอน

เขาไม่เคยข่มตาหลับได้ ความโดดเดี่ยวอ้างว้างโจมตีเขาในช่วงแรก

เขาขนทรัพย์สินที่จำเป็นทั้งหมดของเขาออกจากบ้านของเธอ บ้านของเธอที่ไม่ใช่บ้านของเราอีกต่อไป

หลังจากนั้นเขาเช่าบ้านเล็กหลังหนึ่ง โยนทุกสิ่งไว้ในนั้น หยิบเพียงแค่หนังสือเดินทาง สมุดบัญชีเงินฝาก เสื้อผ้าไม่มากชุด ปิดประตูบ้าน

และออกเดินทาง

 

ในช่วงแรก เขาเดินทางในระยะใกล้ ไปตามสถานที่ที่เขาคุ้นเคย

ท้องทะเลที่เขาเคยวิ่งเล่นในวัยเด็ก

ป่าที่เขาเคยปีนป่ายสมัยเป็นลูกเสือสำรอง

หลังจากนั้นเขาเดินทางไกลขึ้น หมู่บ้านที่เขาเคยออกค่ายในช่วงมหาวิทยาลัย

ดงดอยที่เขาเคยไปค้างแรมกับคนรักคนแรก

เขาใช้ความทรงจำให้หมดไปดังกระดาษชำระราคาถูก

ฉีกมันออกทีละแผ่น ซับความรู้สึกที่เกิดขึ้น และโยนมันทิ้งไป

เมื่อความทรงจำถูกใช้หมด เขาหันมาใช้การผจญภัย เขาเดินทางไกลออกไปทุกที

ไปตามสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย จากภายในประเทศไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ผู้คนแปลกหน้าขึ้น อาหารแปลกลิ้นขึ้น ภาษาแปลกหูขึ้น

ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป ทุกอย่างแปลกตาออกไป

แต่กระนั้นเมื่อทิ้งตัวลงนอน เขาหลับไม่เคยสนิท เขาหลับตาลงได้ไม่เต็มอิ่ม

เขายังคงคิดถึงเธอ

การเดินทางไม่เคยจบสิ้น ดูเหมือนมันจะไม่มีวันจบสิ้น เงินฝากในสมุดบัญชีของเขาร่อยหรอลงทุกที แต่เขาไม่แยแส เขาขายทุกสิ่งที่ขายได้ ทรัพย์สิน หุ้น อาคารที่เขาเป็นเจ้าของ แปรเปลี่ยนมันเป็นเงิน

บางทีเขาอาจตายลงก่อนที่จะหมดความทรงจำถึงเธอ

แต่นั่นก็เป็นสิ่งดี การตายจากโลกนี้ไปโดยมีใครอยู่ในใจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร

เขาเปลี่ยนโรงแรมไปเรื่อยๆ สถานที่แห่งใหม่กำหนดจากใบประกาศเชิญชวนของสถานที่ท่องเที่ยวที่เขาได้จากหน้าเคาน์เตอร์ เขาไปต่อ ไปตามคำเชิญชวนเหล่านั้น ไกลออกไป

จนในที่สุด เขาก็พบตนเองอยู่ที่นี่ ที่โรงแรมแห่งนี้ ที่ล็อบบี้โรงแรมแห่งนี้

รอคอยรถนำทางมาพาเขาไปยังค่ายกักกัน

 

มีอะไรที่นั่นหรือ ในใบประกาศเรียกมันว่าเอาช์วิตซ์

ตอนอ่านใบประกาศนั้นเองที่เขารู้สึกตัวว่าอยู่ในประเทศโปแลนด์ ภาษาที่แปลกหูไม่สำคัญสำหรับเขา

ทุกที่เริ่มแลดูคล้ายคลึงกัน อีกทั้งเขายังมีบทสนทนาน้อยลงทุกทีในแต่ละวัน

เขายิ้มให้กับผู้คน สั่งอาหารจากรูปภาพประกอบเมนู ใช้มือถือแทนแผนที่เดินทาง

เขาพบว่าเพียงแค่ภาษาอังกฤษง่ายๆ ธรรมดาสามัญก็เพียงพอแล้วสำหรับการใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้

สวัสดี ขอบคุณ ลาก่อน ราตรีสวัสดิ์ คำสามัญเพียงเท่านี้เพียงพอแล้วสำหรับชีวิตเขา

ไม่มีความจำเป็นต้องสนทนาถึงวรรณกรรม ศิลปะ การเมือง สังคม เศรษฐกิจโลก ไปจนถึงปรัชญาสูงส่งอะไร

เขาทำเช่นนั้นมาแล้วสิบแปดปีกับหญิงสาวที่เขานับถือในสติปัญญาของเธอ

แล้วผลลัพธ์มันไม่มีอะไรแตกต่าง

บทสนทนาอันชาญฉลาด คมคาย ลึกซึ้งเหล่านั้น ที่แท้คือกรงขังความทุกข์ของเขาและเธอ

เขาพลิกนาฬิกาข้อมือดูเวลา รถท่องเที่ยวควรมาถึงแล้ว แม้จะไม่ใช่เวลาสายมากแต่เขาวิตกกับสิ่งที่คลาดเคลื่อนอยู่เสมอ

ความผิดพลาดเล็กน้อยนำไปสู่ความผิดพลาดที่ใหญ่หลวง

เขาพยายามค้นหาความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในชีวิตคู่ของเขา การกลับบ้านดึกไม่เป็นเวลา การหมกมุ่นกับงานมากเกินไป หรือการมีเวลากินข้าวร่วมกันน้อยกว่าที่เป็นไปจนถึงการทะเลาะเบาะแว้งในเรื่องความคิด

อะไรเล่าที่เป็นเรื่องเล็กน้อยที่นำไปสู่เรื่องใหญ่โตจนไม่อาจทนทานกันได้อีกต่อไป

เขาไม่ได้รับคำตอบในสิ่งนั้น สิ่งที่เขาได้รับคือการไม่อาจผิดพลาดใดๆ ในชีวิตได้อีกต่อไป

 

ดูน่าขัน ในทางหนึ่งเขาใช้ชีวิตปล่อยปละ ละเรื่อยไปราวกับไม่มีแผนการ

แต่ในอีกทางหนึ่งเขากลับไม่อาจทนความคลาดเคลื่อนไม่แน่นอน

ในด้านชีวิตของตนเองเขาไม่คาดหวังสิ่งใด แต่กับชีวิตของคนอื่น ถ้อยคำของคนอื่น เขากลับเต็มไปด้วยความกังวล เขาเดินตรงไปที่บาร์อาหารเช้า เทกาแฟอีกแก้วให้ตนเองแล้วกลับมานั่งที่เดิม

แทนการจมอยู่กับความกังวล เขาพลิกใบประกาศท่องเที่ยวดูอีกครั้ง

ค่ายกักกันเอาช์วิตซ์อยู่ไม่ไกลจากเมืองคราคาวที่เขาพำนักอยู่ เคยเป็นค่ายกักกันที่ได้ชื่อว่าโหดร้ายที่สุดแห่งหนึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

มีชาวยิวเสียชีวิตที่นี่ถึงเก้าแสนกว่าคน และมีนักโทษสงครามที่เสียชีวิตที่นี่กว่าล้านคน

เขาขบคิดถึงความเจ็บปวด ความโหดร้ายที่เกิดขึ้นที่นั่น

นี่น่าจะเป็นสถานที่ที่ในยามปกติเขาคงมาไม่ถึงวัน

แต่คนที่พังทลายเพราะชีวิตคู่ คนที่มืดมน มันจะมีผลเช่นไร มันจะทำให้เขามีความหวังหรือทำให้เขาหดหู่ยิ่งขึ้น เขาไม่แน่ใจ

แต่สิ่งที่แน่ใจได้ในยามนี้คือรถนำเที่ยวได้มาถึงแล้ว

 

เขาก้าวขึ้นบนรถ เป็นรถบัสขนาดใหญ่ มีผู้โดยสารอยู่บนรถราวยี่สิบกว่าคน

ทุกคนเป็นชาวยุโรป มีเขาเพียงคนเดียวที่เป็นชาวเอเชีย

แถวหน้ามีแต่ผู้โดยสารสูงอายุที่มาเป็นครอบครัว

เขาเดินไปที่ด้านหลัง น่าแปลกใจที่มีสาวน้อยคนหนึ่งอยู่ด้วย เธอนั่งอยู่เพียงลำพัง มองออกไปนอกหน้าต่าง

เขาเลือกที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับเธอ รถแล่นออกจากโรงแรม ไกด์นำทางมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา

ชายวัยกลางคนที่สีหน้าหยาบกร้านแม้จะฝืนยิ้มบ่อยครั้งเพียงใดก็ตาม เขาแนะนำค่ายกักกันเอาช์วิตซ์จากจอโทรทัศน์ทีละจุด

นักท่องเที่ยวหลายคนยกใบประกาศแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นเทียบเคียง บางคนใช้ปากกาวงรอบจุดที่สนใจ

รถแล่นไปไม่นานนัก ค่ายกักกันเอาช์วิตซ์ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

“เราจะให้เวลาพวกคุณสามชั่วโมงก่อนจะกลับมาพบกันที่รถบัสตรงลานจอดรถ ข้างในนั้นจะมีไกด์นำทางคุณอีกชุดหนึ่ง ส่วนผมจะรอคุณอยู่ที่นี่” ไกด์นำทางประกาศ

ทุกคนลงจากรถรวมถึงเขาและสาวน้อยคนนั้นด้วย เวลาสามชั่วโมงดูมากมาย แต่เขากลับเพลิดเพลินกับรายละเอียดในสถานที่แห่งนั้น

เขาสำรวจอาคารแต่ละอาคารด้วยความสนใจ ทั้งอาคารแรกรับ ห้องรมแก๊ส อาคารอำนวยการ รางรถไฟ

เขาจดรายละเอียดของวัสดุก่อสร้าง ขนาดของประตู หน้าต่าง ความยาวของทางเดิน

สามชั่วโมงผ่านไป เขาพบตนเองกลับมาที่รถพร้อมกับรายละเอียดจำนวนมากในสมุดบันทึก

ที่รถเขาพบหญิงสาวผู้นั้นยืนสูบบุหรี่อยู่ เธอไม่ได้ไปไหนไกลจากรถ ดูจากจำนวนก้นบุหรี่ที่ตกอยู่รอบตัวเธอ

นอกจากนี้ เขายังจำได้ว่าไม่เห็นเธออยู่ภายในนั้นด้วย

 

“คุณเคยมาที่นี่แล้ว” เขายอมเสียมารยาททักทายเธอ นักท่องเที่ยวคนอื่นยังไม่กลับมาถึง พวกเขามีอายุมากเกินกว่าจะทำเวลาได้เร็ว

“ไม่” เธอตอบเบาๆ

“ถ้าเช่นนั้นทำไมคุณ…”

“ฉันไม่สนใจสิ่งต่างๆ ในนั้น ข้างในมีแต่ประวัติศาสตร์ที่ไม่มีชีวิต มันเป็นสถานที่ที่ตายไปแล้วอย่างสนิท ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่”

“แล้วคุณมากับเรา”

“ฉันจะไปต่อ คุณคงลืมไปแล้วว่าหลังจากทานอาหาร เราจะได้ไปอีกที่หนึ่ง ที่นั่นต่างหากที่ฉันสนใจ”

เขาหยิบใบประกาศขึ้นดู มีรูปภาพของอีกสถานที่หนึ่งอยู่ด้านหลัง เป็นภาพของเหมืองเก่าแห่งหนึ่งที่ประกาศหยุดทำการไปเกือบสามสิบปีแล้ว

“เหมืองเกลือวีลิชก้า ที่นั่นที่ฉันจะไป”

บทความก่อนหน้านี้ความปลอดภัยต้องมาก่อน!!! แฟมิลี่มาร์ท ประกาศจำกัดลูกค้าเข้าร้านครั้งละไม่เกิน 10 คน พร้อมเพิ่มชั่วโมงพิเศษ ทำความสะอาดวันละ 1 ชั่วโมงทุกวัน
บทความถัดไปเปิดมาตรการห้างดัง เยียวยาผู้เช่าพื้นที่ หลังเผชิญวิกฤตการณ์โรคระบาด โควิด-19 หวังช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการเดินหน้าต่อไปได้