ต่างประเทศอินโดจีน : เปิดเรื่องราว “กักกันโรค” สกัดโควิด-19 แบบกัมพูชา

หลายคนคงจำกรณีเรือสำราญ “ฮอลแลนด์ อเมริกา” เมื่อราวต้นเดือนกุมภาพันธ์ได้ดี กรณีดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่โควิด-19 เริ่มต้นระบาดออกนอกประเทศจีนกันใหม่หมาด

เรือสำราญลำนี้ถูกปฏิเสธไม่ให้เทียบท่าโดยทางการของหลายประเทศ ตั้งแต่ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไทย แล้วก็มาเลเซีย และสิงคโปร์

แต่กลับได้รับการต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดีที่กัมพูชา ถึงขนาดนายกรัฐมนตรีฮุน เซน เดินทางไปต้อนรับทุกคนลงจากเรือเพื่อเดินทางกลับประเทศทางเครื่องบินด้วยตัวเอง

แม้จะมีรายงานว่าผู้โดยสารรายหรือสองรายถูกตรวจสอบพบว่าติดเชื้อโควิด-19 แต่ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้เครดิตไปมากโข แทบจะเป็น “ฮีโร่” โควิด-19 ไปเลยในเวลานั้น

แต่พอผ่านมีนาคมมาได้เพียงแค่ไม่กี่วัน ภาพลักษณ์ของกัมพูชาในเรื่องเดียวกันนี้เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

ตอนนี้ โควิด-19 ลุกลามไปทั่วโลกยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง แต่ลามไปรุนแรงราวกับไฟป่าที่ออสเตรเลียหนล่าสุด มากกว่า 150 ประเทศรวมทั้งกัมพูชาเองมีผู้ติดเชื้อ

แนวทางปฏิบัติที่รัฐบาลฮุน เซน เคยปฏิบัติมาก็เลยเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

 

เมื่อไม่นานมานี้ ยูเอสเอทูเดย์กับสื่อท้องถิ่นในอเมริกาอีกหลายฉบับ รายงานถึงเรื่องราวของชาวอเมริกันส่วนหนึ่งที่ถูก “กักกันโรค” อยู่ที่กัมพูชา

ยูเอสเอทูเดย์สัมภาษณ์ไรอัน คแนปป์ กับเทเรซ่า กอร์ดอน-คแนปป์ สองสามี-ภรรยาวัยเกษียณ ที่ตั้งใจใช้เงินออมส่วนหนึ่งเพื่อเปิดหูเปิดตา หาความสำราญใส่ตัวในบั้นปลายชีวิต

ทั้งคู่เดินทางมาถึงเวียดนามเมื่อ 1 มีนาคม มีเวลาได้เที่ยวชมเมืองโฮจิมินห์ซิตี้อยู่พักใหญ่ ก่อนลงเรือสำราญ “ไวกิ้ง แม่โขง ทัวร์” ย้อนทวนน้ำขึ้นมาตามลำน้ำโขง

ก่อนมา เทเรซ่านำทริปนี้ไปปรึกษากับหมอประจำตัวในอิลลินอยส์ ถามว่าไปได้ไหม คุณหมอตอบสบายๆ ว่า ไปได้ ไม่ต้องห่วง

แต่เดินทางได้เพียงวันสองวันก็มีข่าวร้าย ว่ากันว่าในเรือมีผู้โดยสารรายหนึ่งอาจได้รับเชื้อโควิด-19 ระหว่างเที่ยวบินที่เดินทางมาเพื่อลงเรือ

ลงเอยเมื่อตรวจหาเชื้อกันแล้วพบว่ามีนักท่องเที่ยวอังกฤษ 3 รายติดเชื้อ ส่วนสองสามีภรรยาคแนปป์ผลตรวจปรากฏออกมาเป็นลบ

แต่เท่านั้นก็เพียงพอแล้วที่ทำให้ไวกิ้งแม่โขง ถูกบังคับให้เทียบท่าท่าเรือกัมปงจาม เมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ผู้โดยสารที่ติดเชื้อถูกแยกไปกักกันโรค

แต่ที่เป็นปัญหาก็คือ จะกักตัวคนที่เหลืออย่างไร?

 

คแนปป์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับยูเอสเอทูเดย์ว่า ลงจากเรือแทนที่จะมีนายกรัฐมนตรีไปรับ กลับถูกพ่นควันรมเข้าใส่ “เหมือนพวกเราเป็นแมลง”

คนบนเรือทั้งหมดถูกบังคับกักกันโรคที่ “โรงแรมซึ่งถูกทิ้งร้าง” แห่งหนึ่งในกัมปงจาม

ห้องที่สองสามี-ภรรยาคแนปป์ถูกบังคับให้อยู่ “ทั้งสกปรก ก๊อกในห้องน้ำก็รั่ว หน้าต่างแตกหลุดเป็นแผ่นๆ แล้วประตูก็ล็อกไม่ได้”

ฝ่ายภรรยาเสริมว่า ทั่วห้องเต็มไปด้วยซากแมลงหลากหลายชนิดเต็มไปหมด แล้วก็มีตัวเป็นๆ อีกจำนวนมหาศาล มด แมลงบิน แล้วที่ขาดไม่ได้ก็คือจิ้งจก ที่เข้ามาหาอาหารโปรดของพวกมัน

ทุกคนพยายามขอย้ายไปอยู่โรงแรมใกล้ๆ ที่สภาพดีกว่า (เพราะยังเปิดบริการ) แต่กลับไม่ได้รับการต้อนรับ พนักงานที่นั่นขู่จะหยุดงานประท้วง เลยต้องยุติ

โชคดีที่ยังมีลูกเรือไวกิ้งแม่โขงได้พึ่งพา จัดอาหารมาให้ทุกวัน

ว่ากันว่ากระทรวงต่างประเทศสหรัฐดำเนินการผ่านสถานทูตอเมริกาที่นั่น พยายามร้องขอให้ย้ายคนทั้งหมดมายังพนมเปญ หรือสถานที่ดีกว่านี้ แต่ได้รับการวางเฉยเป็นคำตอบทุกครั้ง

หลังๆ ถึงขนาดไม่รับโทรศัพท์จากสถานทูต

เขาบอกว่าถูกกักตัวเพื่อดูอาการน่ะ ไม่ว่าและเข้าใจดี แต่ขอให้มีสภาพเป็นมนุษย์มนากับเขาหน่อยได้ไหม

“นี่ไม่ใช่กักกันโรคแล้ว แต่เป็นการจับกุม ควบคุมตัวเสียมากกว่า”

บทความก่อนหน้านี้“ทรัมป์” ลงนามกฎหมายสนับสนุนไต้หวัน ปักกิ่งโวยละเมิดหลัก “จีนเดียว”
บทความถัดไป‘ธนกร’ โต้ ‘พิชัย’ เลิกมองโลกแง่ร้ายต่อ ‘บิ๊กตู่’ แนะทำตามเทพไท หยุดจ้อการเมือง