เครื่องเคียงข้างจอ วัชระ แวววุฒินันท์ / ขอหัวเราะบ้าง ท่ามกลางโควิด

วัชระ แวววุฒินันท์

เครื่องเคียงข้างจอ/วัชระ แวววุฒินันท์

ขอหัวเราะบ้าง ท่ามกลางโควิด

 

เครียดใช่ไหมครับทุกท่าน

ยิ่งอ่านข่าว เสพข้อมูลเกี่ยวกับโควิด-19 เข้าไปมากๆ นี่มึนตึ้บ ไมเกรนมาทันทีเลย

ซ้ำร้ายคือ อันไหนข้อมูลจริงเท็จแค่ไหนก็ไม่รู้ ไม่นับจากคำบอกเล่าที่ฟังต่อกันมาด้วย ซึ่งมักจะมีการอ้างแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ทั้งนั้น

สรุป…แล้วตรูต้องเชื่อไหมเนี่ย

แต่ด้วยวิสัยรักสนุกของคนไทย ในภาวะความเครียดนี้ ก็จะมีผู้โพสต์อะไรต่อมิอะไรที่เรียกรอยยิ้ม สร้างเสียงหัวเราะได้เหมือนกัน

อย่างเช่น

 

“โอกาสติดโควิด 1% โอกาสประสาทแดก 100% โอกาสไม่มีอะไรจะแดก 1,000% แล้วตอนนี้” (ฮา)

“กายใกล้โควิด แต่จิตใกล้โคม่า” (ฮา)

“วิธีสู้โควิด กินร้อน-ช้อนกลาง-ห่างเมีย” (ฮาอีก)

“แต่ก่อนลืมมือถือเหมือนจะตาย ตอนนี้ลืมหน้ากากมึงตายแน่นอน”

“รักกันไม่ว่า แต่อย่าใกล้มาก ไม่ได้เหม็นลมปาก แต่ว่ากลัวโควิด”

บางคนก็เอาช่วงของหน้าร้อนแบบตับแตก มาบวกกับไวรัสได้แบบขอระบายอารมณ์

“ร้อนขนาดนี้ ไวรัสมันอยู่ได้ไงวะ กูยังอยู่ไม่ได้เลย”

หรือที่แปลงเพลงดังก็มี อย่างเพลงนี้ที่แปลงจากเพลง “บุพเพสันนิวาส” ของสุนทราภรณ์

“เมื่อคิดให้ดีโรคนี้ประหลาด กี่เดือนมาแล้วระบาด เข็ดขยาดกันทั้งโลกา

กักกันไม่ไหว ยังไม่วายผวา ผีน้อยมาหลอกหลอน

ปวดหัวเป็นไข้ แถมไอสนั่น

หน้ากากหรือจะกั้น ช่วยป้องกันไวรัสวิงวอน

โปรดไปให้พ้น เพราะทุกคนเดือดร้อน ขอโคจรไปพลัน”

หรือที่โพสต์เป็นรูปภาพแบบอำๆ ขำๆ ก็มีนะครับ (ดูรูป)

 

หรืออย่าง

 

หรือมีการเสนอไอเดียทำรายการให้เข้ากับยุคสมัย อย่างเช่น

“รายการ Reality ตามล่าหาหน้ากาก กับอธิบดีกรมการค้าภายใน ถ่ายทอดสด 24 ชั่วโมง”

“รายการ Quarantine Reality Show แยกกักกันดารา นักการเมือง ไฮโซ คนดัง ถ่ายทอดสด 14 วัน ดูได้ทั้งคืนทั้งวัน”

 

นี่เป็นความคิดตลกๆ ที่มาจากจินตนาการนะครับ

แต่ก็มีเรื่องที่ทั้งชวนหัวและชวนร้องไห้ไปในคราวเดียวกัน

อย่างกับกรณี “บอยขายหน้ากาก” ที่ทำไมหนอคนเรามันช่าง “ไม่อาย” ได้ขนาดนั้น

เอาคลิปขายหน้ากากอนามัยวันก่อนให้เด็กที่ไหนดูก็รู้ได้ง่ายๆ ว่า “เป็นการขายของแบบโอ้อวดยิ่งใหญ่เหลือเกินว่ามีมากเป็นร้อยๆ ล้านชิ้น” แต่พอเป็นเรื่องขึ้นมา ก็หน้าด้านไปแบบแถกถูจนสีข้างถลอกปอกเปิก ไม่อายใครๆ ทั้งนั้น เออหนอคนเรา ทำไมมันไม่มียางอายและสำนึกกันเลยหรือไงนะ

หรือแบบที่ข้อมูลกับความเป็นจริงไม่เคยตรงกันเลย อย่างที่มาจากปากคำเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ว่า

“หน้ากากอนามัยมีครับ ไม่ขาดตลาด ขายอันละ 2.50 บาท” แต่ในความเป็นจริง “ประชาชนไม่เคยหาเจอเลยว่า หน้ากากที่ว่ามันอยู่ที่ไหน”

จนมีคนถามแบบเหน็บๆ ว่า “นี่เราอยู่ประเทศเดียวกันรึเปล่า”

อย่างนี้เขาเรียกว่า “ตลกร้าย”

ร้ายเสียจนอธิบดีกรมการค้าภายในถูกคำสั่งจากนายกฯ ตู่ให้ไปช่วยราชการ เพื่อจะเคลียร์ประเด็นการออกใบอนุญาตให้ส่งหน้ากากไปขายเมืองนอกได้หลายล้านชิ้น ในขณะที่เมืองไทยยังขาดแคลน

โอหนอประเทศไทย…

 

แต่ยามนี้ไม่ว่าจะตลกออกหรือไม่ออก แต่ขอให้ทุกคนมีสติ ตั้งมั่น เสพข้อมูลได้ แต่เลือกเสพแบบมีสติ ไม่หวั่นไหวไปเกินกว่าเหตุ

คิดเสียว่า ถ้าเราพยายามป้องกันตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว หากยังพลั้งพลาดไปติดมา ก็ไม่ใช่ว่าชีวิตจะดับสิ้น เพราะเปอร์เซ็นต์การเสียชีวิตจากไวรัสโคโรนานั้นต่ำมาก เป็นได้ก็หายได้

ขอเพียงให้เราทำตัวเองและครอบครัวให้พร้อม อย่างน้อยเอาร่างกายของเราแข็งแรงไว้ก่อน โอกาสติดเชื้อก็จะน้อยลง หรือถ้าเป็นก็จะหายได้ไว

ข้อสำคัญ ทำจิตใจให้เข้มแข็งสดชื่นเข้าไว้ ถ้าวิตกกังวลมากไป หรือหดหู่ หวั่นวิตกเกินกว่าเหตุ โอกาสที่ร่างกายจะเจ็บป่วยตามมาก็เป็นได้

แนะนำว่า พอได้ยินข่าวไวรัสก็ยิ้มสู้ ใครมาเล่าอะไรให้ฟังก็หัวเราะ พร้อมทำตัวเองให้พร้อมกับการรับมือ

เขาว่าไวรัสมันไม่ค่อยชอบพวกมีสติเท่าไหร่

เห็นไหม ใครเผอเรอไม่ระมัดระวังตัวเองเมื่อไร มันเป็นโดดเข้าใส่ทันที

บทความก่อนหน้านี้วิถีแห่งกลยุทธ์ เหมยฉางซู / เสถียร จันทิมาธร/อวี้หวัง ปรีติ ปราโมทย์ (37)
บทความถัดไปโวย‘บิ๊กตู่’ทอดทิ้ง! ปล่อยเชียงใหม่หายนะวิกฤตฝุ่นพิษ