สูตรสำเร็จในชีวิตตามหลักพุทธศาสนา | ความเป็นผู้คงแก่เรียน

เสฐียรพงษ์ วรรณปก

สูตรสำเร็จในชีวิต (9)

ความเป็นผู้คงแก่เรียน (2)

ความรู้ระดับสุตะ หรือ “ความรู้จำ” ใครมีมากก็เรียกว่าพหูสูต ทำให้แกล้วกล้า องอาจในการตอบโต้ตอบสนทนา ไม่เกี่ยวกับการตรัสรู้มรรคผลนิพพาน

พูดให้เข้าใจง่ายคือ คนรู้มากไม่จำเป็น ต้องบรรลุอรหัตง่ายและเร็วกว่าคนไม่มีความรู้เลย

ตรงกันข้าม บางครั้งอาจทำให้ล่าช้ากว่าที่ควร เป็นก็ได้

ยกตัวอย่างพระสารีบุตรกับพระโมคคัลลานะ ก่อนบวชทั้งสองท่านนี้เป็นศิษย์อาจารย์สญชัย เจ้าสำนักปรัชญาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในเมืองราชคฤห์

พระสารีบุตรมีปัญญามากกว่า คงแก่เรียนกว่าพระโมคคัลลานะ แต่บรรลุอรหัตช้ากว่าพระโมคคัลลานะ

อีกตัวอย่างหนึ่ง พระอานนท์ได้รับยกย่องจากพระพุทธองค์ว่าเป็นพหูสูต จดจำพุทธวจนะได้มากกว่าใคร เพราะติดสอยห้อยตามพระพุทธองค์ไปทุกหนทุกแห่ง พระองค์แสดงธรรมอะไรให้ใครฟัง ทรงจำไว้ได้หมด

แต่ท่านก็บรรลุแค่โสดาปัตติผลเท่านั้น

กว่าจะได้เป็นพระอรหันต์ก็หลังจากพระพุทธองค์ปรินิพพานแล้ว

แต่ความรู้มากก็เป็นดาบสองคม ใช้ไม่ดีก็เป็นอันตรายเพราะคนที่รู้มากนั้น มันมีอีกอย่างหนึ่งมากตามมาด้วย อะไรรู้ไหมครับ? “อติมานะ” จะตามมาครับ

อติมานะ คือ ความไม่ถือตัววิเศษกว่าคนอื่น ไปไหนใครๆ ก็ยกย่องว่า “ปัญญาชน” บ้าง “พระไตรปิฎกเดินได้” บ้าง ก็ย่อมจะครึ้มอกครึ้มใจ และสำคัญว่า “กูแน่ กูคนเดียวคือความถูกต้อง” แล้วก็ดูถูกคนอื่นว่าโง่ หรือเรียกให้สะใจว่า “งี่เง่า”

เมื่อคิดผิดเห็นผิดอย่างนี้ ก็นำไปสู่การปฏิบัติผิด เมื่อปฏิบัติผิดก็จะย่อม “ทุคฺคติปรายโน” (มีทุคติเป็นที่ไปในเบื้องต้น)

หมายถึงตกนรกนั้นแหละครับ พูดไปทำไมให้ฟังยาก

ชาวประมงเมืองสาวัตถีคนหนึ่งไปทอดแห ได้ปลาใหญ่สีเหมือนทองมาตัวหนึ่ง ตัดสินใจนำเข้าเมืองเพื่อถวายพระเจ้าปเสนทิโกศล

ชาวเมืองรู้เรื่องเข้าต่างมามุงดู และเดินตามชาวประมงคนนั้นไปยังพระราชนิเวศน์เป็นจำนวนมาก พระเจ้าปเสนทิโกศลทอดพระเนตรแล้วเห็นเป็นเรื่องประหลาด จึงทรงรับสั่งให้นำปลาทองนั้นไปถวายพระพุทธเจ้าทอดพระเนตร

พระพุทธองค์ตรัสกับปลาเบาๆ ปลามันอ้าปากขึ้น ทำปากพะงาบๆ คล้ายจะพูดอะไรออกมา แต่เจ้าประคุณเอ๋ย พอมันอ้าปากขึ้นเท่านั้น กลิ่นเหม็นได้กระจายออกจากปากมันเหม็นคลุ้งไปทั่วพระเชตวัน

พระเจ้าปเสนทิโกศลทูลถามว่า ทำไมปลาตัวนี้ปากเหม็นร้ายกาจปานฉะนี้

พระพุทธองค์ตรัสว่า ในสมัยพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า กัสสปะ ปลาตัวนี้เป็นพหูสูตคงแก่เรียน ถูกลาภสักการะครอบงำคือ พอมีคนยกย่องนับถือมากเข้าก็หลงลืมตัวสำคัญว่าคนอื่นรู้ไม่เท่าตัว หนักเข้าถึงกับกล้าแสดงธรรมวิปริตผิดเพี้ยนกันใหญ่โต ด่าว่าพระสงฆ์ผู้ทรงศีลอื่นๆ ว่าโง่เง่าเบาปัญญา พอตายไปจึงไปเกิดในนรกตลอดกาลยาวนาน เศษกรรมยังไม่สิ้น บันดาลให้มาเกิดเป็นปลาปากเหม็นตัวนี้แหละ

“แล้วเพราะอะไรมันจึงมีสีทองงามนักพระเจ้าข้า” เสียงหนึ่งกราบทูล

“เพราะเธอทรงจำพระพุทธวจนะเป็นพหูสูต สวดสรรเสริญพระพุทธคุณและสั่งสอนคนอื่น อานิสงส์จากความดีส่วนนี้ยังมีอยู่จึงส่งผลให้มีสีทอง”

ครับ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็ให้เลือกเอา จะเอาผิวสวยงามดังทอง หรือปากเหม็น

หรือจะเอาทั้งสองอย่างก็เชิญตามสบายเถอะครับ

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มเมืองจันท์ | ไวรัส-ไวรัก
บทความถัดไปเพื่อน VS เมีย