การ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์/Ni no Kuni กับปรัชญาเอ๊กซิสเตนเชียลลิสต์

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

การ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

Ni no Kuni กับปรัชญาเอ๊กซิสเตนเชียลลิสต์

หนังการ์ตูนฉายทางเน็ตฟลิกซ์สร้างจากเกมที่มีชื่อเสียงมากเกมหนึ่ง กำกับฯ โดยผู้กำกับฯ ที่เคยร่วมงานกับจิบลิสตูดิโอมาก่อน นั่นทำให้หนังการ์ตูนมีลายเส้นและลายเซ็นของจิบลิสตูดิโอติดมา แต่นอกเหนือจากนี้แล้วไม่สนุกเอาเสียเลย นักวิจารณ์เกือบทั้งหมดเขียนไปในทางที่ไม่ชื่นชมและเสียดายเนื้อหาในเกม

มิได้เล่นเกม ขณะที่ดูก็รู้สึกว่าไม่สนุกจริงๆ แม้ว่าจะเริ่มต้นได้ดี

ดูไปเรื่อยๆ จนถึงตอนจบก็พบว่าจบได้ดีทีเดียว

 

ฮารุและยูเป็นเพื่อนรักมัธยมด้วยกัน ฮารุเป็นนักบาสเกตบอลขวัญใจสาวๆ ยูนั่งล้อเข็นเพราะขาเป็นอัมพาตทั้งสองข้าง เพื่อนอีกคนในแก๊งเป็นนักเรียนสาวชื่อโคโทนะ ฮารุชอบโคโทนะ ในขณะที่ยูทำได้เพียงแอบชอบ

ขณะที่ตอนเริ่มต้นเรื่องหนังออกแนววัยรุ่น จู่ๆ นินจาชุดแดงสวมหน้ากากก็ปรากฏตัวแทงโคโทนะเข้าที่ท้องถึงเลือดตกฟุบแน่นิ่งไปกลางถนน ฮารุอุ้มโคโทนะวิ่งไปโรงพยาบาล ยูเข็นล้อตามไปอย่างเร็ว สามชีวิตไม่ทันระวัง รถบรรทุกสองคันพุ่งเข้ามาขนาบทั้งหมดไว้ตรงกลาง

แล้วฮารุกับยูก็มาปรากฏตัวกลางเมืองหนึ่งในอีกมิติหนึ่ง ฉากหลังเป็นเมืองยุโรปในจินตนาการสไตล์จิบลิ ที่เดินไปมามีทั้งที่เป็นคน สัตว์ที่สวมเสื้อผ้าเดินเหินและพูดจาอย่างคน อีกทั้งเอเลียนระบุเผ่าพันธุ์มิได้ โคโทนะหายไป

ที่มิติใหม่ ฮารุและยูมีเสื้อผ้าใหม่แบบคนท้องถิ่น เป็นนักดาบ ยูเดินได้ สองคนออกตามหาโคโทนะไปจนถึงร้านเหล้าแห่งหนึ่งที่มีนักสู้มารวมตัวกัน พวกเขาพบว่าโคโทนะเป็นเจ้าหญิงแอสทริดของมิตินี้ไปเสียแล้ว

 

ฮารุและยูเดินทางไปที่พระราชวังเพื่อขอเข้าพบเจ้าหญิงแอสทริดที่กำลังป่วยหนักด้วยโรคลึกลับ รอยโรคปรากฏที่ช่องท้องเป็นลวดลายเสมือนหนึ่งต้องมนต์ดำ รายรอบร่างของเจ้าหญิงแอสทริดมีพระราชา เจ้ากระทรวงเวทมนตร์ ขุนพลคู่กายทั้งชาย-หญิง และหมอสามคนที่เดินทางมารักษาเจ้าหญิง มนต์ดำนั้นสลาย หมอสามคนกลายเป็นฝุ่นควันหายไปต่อหน้าต่อตา

หนังเริ่มชุลมุนจากจุดนี้ จากหนึ่งไปหนึ่ง จากหนึ่งไปหนึ่ง จากหนึ่งไปหนึ่ง จนกระทั่งฮารุและยูมีสมมุติฐานว่าพวกเขาต้องกลับมาที่มิติเดิมเพื่อช่วยชีวิตโคโทนะ แล้วจึงจะช่วยชีวิตเจ้าหญิงแอสทริดได้ สองสหายจึงกระโดดเข้ากองไฟเพราะมีสมมุติฐานว่าพวกเขาจะเปลี่ยนมิติได้เมื่อเฉียดตาย

โคโทนะจะมีชีวิตต่อเมื่อเจ้าหญิงแอสทริดจะมีชีวิต ในทางกลับกัน เจ้าหญิงแอสทริดจะมีชีวิตเมื่อโคโทนะมีชีวิต ว่าที่จริงจะช่วยฝั่งไหนก่อนก็ได้

หนังมิได้เน้นย้ำจุดนี้ให้เห็นชัดๆ ตั้งแต่แรก ฮารุหมายปองโคโทนะ ยูหมายปองเจ้าหญิงแอสทริด สองคนเริ่มต้นมีเป้าหมายคนละทาง แต่เรื่องทำให้ยุ่งเหยิงมากขึ้นด้วยการให้ฮารุมีสมมุติฐานใหม่ว่าต้องฆ่าเจ้าหญิงแอสทริดที่มิติใหม่นี้ โคโทนะที่มิติโลกจึงจะรอดชีวิต

ว่าแล้วเขาจึงเดินทางกลับมาที่มิติใหม่นี้อีกครั้งเพื่อฆ่าเจ้าหญิง ในขณะที่ยูก็ต้องตามกลับมาด้วยเพื่อป้องกันเจ้าหญิง

ฮารุเข้ากับพวกเหล่าร้ายกองทัพธงดำบุกโจมตีพระราชวังหวังฆ่าแอสทริด ส่วนยูอยู่ข้างพระราชา ทั้งสองต้องต่อสู้ห้ำหั่นกันเสียแล้ว

ว่าที่จริงพล็อตเรื่องทำให้สนุกก็ได้นะครับ แต่ไม่สนุกอยู่ดี

 

ท่ามกลางพล็อตเรื่องที่คนมิได้เล่นเกมอาจจะไม่เข้าใจอะไรได้มากนักเพราะดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างจะไม่มีที่มาที่ไปที่เป็นเหตุเป็นผลเท่าไร เรามาค้นหาสาระที่ซ่อนอยู่กันดีกว่า เรื่องที่น่าสงสัยคือสมมุติฐานของใครถูก

ฉับพลันที่สงสัย การสงสัยคืออะไร มาจากไหน และสำคัญอย่างไร

ตามปรัชญาเอ๊กซิสเตนเชียลลิสต์ (esistentialism) ทุกสิ่งทุกอย่างต้องถูกสงสัย ประโยคนี้มาจากความเรียงเรื่อง โยฮันเนส คลีมาคุส หรือทุกสิ่งทุกอย่างต้องถูกสงสัย ซึ่งเป็นงานเขียนของซเริน เคียร์เคอกอร์ด (1813-1855) นักปรัชญาชาวเดนมาร์กซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้เริ่มต้นงานปรัชญาเอ๊กซิสเตนเชียลิสต์ไว้หลายชิ้น

งานชิ้นนี้คือ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องถูกสงสัย เป็นผลงานเขียนไม่จบที่เขาเขียนขึ้นระหว่างปี 1842-1843 (ข้อเขียนส่วนหลังนี้ผู้เขียนได้ความคิดจากความเรียงเรื่องนี้ ฉบับแปลไทยโดยวิภาดา กิตติโกวิท)

การสงสัย เป็นจุดเริ่มต้นของการมีอยู่จริง ง่ายๆ แค่นี้เอง

ฮารุต้องสงสัยและยูต้องสงสัย ว่าเรื่องของโคโทนะและเจ้าหญิงแอสทริดเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อนั้นทั้งโคโทนะและเจ้าหญิงแอสทริดจึงจะมีอยู่จริง ในจิตใจของคนทั้งสองเรื่องมิได้มีเพียงแค่ว่าเพราะโคโทนะมีอยู่เจ้าหญิงจึงมีอยู่ หรือเมื่อเจ้าหญิงมีอยู่ โคโทนะจึงมีอยู่ เพราะที่แท้แล้วสมมุติฐานของใครคนใดคนหนึ่งอาจจะผิดตั้งแต่แรก

ความมีอยู่จริงเกิดจากความสัมพันธ์ หากไม่มีความสัมพันธ์ก็ไม่มีอะไรที่มีอยู่ ง่ายๆ แค่นี้เอง

ด้วยแนวคิดเรื่องความสัมพันธ์ ทำให้โคโทนะและแอสทริดจะสัมพันธ์กันในลักษณะใดก็ได้ทั้งนั้น เช่น คนหนึ่งตาย อีกคนต้องตายตาม หรือคนหนึ่งอยู่ อีกคนจะอยู่ตาม ดังที่เป็นจุดขัดแย้งของฮารุและยูในครึ่งเรื่องหลัง

คำถามคือ อะไรเกิดก่อนระหว่างการสงสัยและความสัมพันธ์

ซเริน เคียร์เคอกอร์ด เขียนถึงอีกคำหนึ่ง คือคำว่า ความฉับพลัน ความฉับพลันคือความทันทีทันใด เกิดขึ้นพร้อมจิตสำนึกและมาก่อนความสัมพันธ์ ทันทีที่มีความสัมพันธ์เกิดขึ้นความฉับพลันก็จะสิ้นสุดลง นั่นทำให้การสงสัยหายตามไปด้วย เพราะการสงสัยคือจุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่งและเกิดขึ้นโดยฉับพลัน

จะเห็นว่าเรื่องที่เคียร์เคอกอร์ดเขียนเป็นปฏิทรรศน์ (paradox) กล่าวคือ มิใช่ “ความจริง” หรอกหรือที่ว่า “เมื่อหยุดสงสัย จิตสำนึกก็หายไป” แล้วถ้าจิตสำนึกหายไป ประโยคที่ว่าจะเป็นความจริงได้อย่างไร

ระวัง! ย่อหน้านี้จะเปิดเผยตอนจบของหนังซึ่งน่าจะเป็นส่วนที่ดีที่สุดของหนังน่าเบื่อนี้ทั้งเรื่อง นั่นคือฮารุและยูเป็นคนเดียวกันตั้งแต่แรก ยูเป็นทารกที่ตกเครื่องบินและสมควรตายที่มิติอื่นแต่เขารอด ขาพิการ แล้วเติบโตที่โลกนี้พร้อมๆ กับฮารุ พวกเขาเกิดพร้อมกันและควรตายพร้อมกัน

คือเหตุผลว่าทำไมสองคนรักผู้หญิงคนเดียวกัน

บทความก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลเสนอ โอนงบกลาโหม 63,500 ล้าน พร้อมจัดจ้าง “พลเรือนอาสาสาธารณสุข” สู้ภัยโควิด มุ่งรักษาชีวิตประชาชน
บทความถัดไป‘อนุดิษฐ์’ แนะรบ.ดึงงบฯไม่เร่งด่วน งบกลาง 2 แสนล. เยียวยาปชช.-ธุรกิจ