สนทนานัดหยุดโลก กับ “บัวขาว บัญชาเมฆ” (2) | กาแฟดำ

สุทธิชัย หยุ่น

ผมแวะไปเยี่ยม “บัวขาว” ที่ “รีสอร์ต” กว่า 100 ไร่ของเขาที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพราะอยากรู้ว่าคนคิดนอกกรอบอย่างเขากำลังจะทำอะไรที่ “ไร้ขีดจำกัด” หรือเปล่า

“บัวขาว” คุยสนุก ใฝ่รู้ แสวงหาความคิดใหม่ๆ อยู่เสมอ

ยิ่งได้คุยในรายละเอียดของชีวิต ยิ่งเห็นว่าเขาเป็นนักมวยระดับโลกได้ไม่ใช่เพราะหมัดหนักหรือใช้กำลังเก่งหรือการเตรียมการอย่างดีเท่านั้น

แต่ยัง “ชกด้วยสมอง” อย่างน่าทึ่งอีกด้วย

“บัวขาว” ต้องดังจากต่างประเทศก่อน คนไทยจึงเริ่มจะเห็นความสามารถของเขา

นอกจากจะชกมวยระดับโลกแล้ว “บัวขาว” ยังแสดงหนังเรื่อง “ซามูไร อโยธยา”

ปี พ.ศ.2554 บัวขาวได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการไทยไฟต์ ที่ประเทศไทย ในรุ่น 70 กิโลกรัมและได้เป็นแชมป์

บัวขาวเข้าแข่งขันไทยไฟต์อีกครั้งเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2555 จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

ครั้งนั้นได้พบกับเมาโร เซียรา นักมวยไทยชาวอิตาลี บัวขาวชนะน็อก

สรุปโดยย่อคือเกียรติประวัติของเขาอย่างนี้

– แชมป์ประเทศไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (ที่สนามมวยลุมพินี) ปี 2544

– แชมป์ K-1 World MAX champion ปี 2004 และ 2006 เข้าชิงรอบสุดท้ายถึง 5 ครั้ง ได้แชมป์ 2 สมัย

– แชมป์ 2010 Shoot Boxing S-Cup World champion ปี 2553 คนไทยคนแรกและคนเดียวในประเทศไทย

– แชมป์สภามวยไทยโลก ในพระบรมราชูปถัมภ์ WMC World champion ปี 2549, 2552, 2554, 2557

– แชมป์สภามวยโลก WBC Muaythai Diamond World Championship ปี 2557

– แชมป์ไหว้ครูมวยไทยสวยงาม สนามมวยลุมพินี ปี 2545

– ถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แชมป์มวยไทยไฟต์ ปี 2554, 2555

– ถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รางวัลนักกีฬาอาชีพดีเด่น ปี 2555

– ถ้วยพระราชทาน กษัตริย์อัลแบร์ตที่ 2 แห่งโมนาโก แชมป์ “มอนติคาโล ไฟต์ติง มาสเตอร์” ปี 2557

นอกจากกีฬาชกมวยแล้ว “บัวขาว” ยังเล่นฟุตบอลอาชีพในไทยลีก ดิวิชั่น 2 ให้กับสโมสรฟุตบอลอาร์แบคในฤดูกาล 2014 ในตำแหน่งศูนย์หน้า

อีกบางตอนของการสนทนาที่ “บัวขาววิลเลจ” วันนั้น :

ถาม : บัวขาววัดความสำเร็จของตัวเองอย่างไร

ตอบ : ความสำเร็จอยู่ที่ว่าหลังชกมวยแล้วผมจะเป็นอย่างไร

ถาม : หมายความว่าหลังชกมวยสำคัญกว่าระหว่างชกมวยหรือ

ตอบ : ใช่ครับ ความจริงการชกมวย ผมว่าผมไม่เก่ง มีคนอื่นที่เก่งกว่าผมเยอะ แต่ละคนมีเส้นทางของตัวเอง มีสภาวะของตัวเอง แต่ที่สมบูรณ์จริงๆ ก็คือหลังการชกมวยแล้วเราจะอยู่แบบไหน สม่ำเสมอขนาดไหน ยืนยาวได้ขนาดไหน

ถาม : นักมวยหลายคนหลังชกแล้วก็น่าสงสาร หลายคนมีชีวิตส่วนตัวที่ล้มเหลว หลายคนสับสนเพราะครั้งหนึ่งตัวเองเคยโด่งดัง

ตอบ : ผมไม่ใช่กลัว แต่อยากจะแหวกแนว ไม่ให้เป็นอย่างนั้นเพราะว่าผมรู้ว่าการใช้กำลังกายมันเป็นอย่างไร เพราะการใช้กำลังนั้นไม่ได้เรียนรู้ธุรกิจอะไรมากนัก จะให้ไปทำอย่างอื่นก็ไม่ได้เพราะร่างกายและสมองล้าหมดแล้ว

ถาม : คิดตั้งแต่ตอนไหนว่าถ้าเราเลิกชกมวย ชีวิตเราก็มีทางไป

ตอบ : ผมคิดตลอดเลยครับ ผมคิดว่าเราจะวางแผนใช้เงินเราในวันข้างหน้าอย่างไร ผู้ใหญ่ต่างๆ สอนเราก็จำเอาไว้ ค่อยๆ กลั่นกรองในสมองของเรา

ผมทำที่นี่เหมือนเกษียณเลย ถ้ารอให้เกษียณจริงๆ แล้วจึงจะทำก็จะไม่ทัน ต้องทำเสมือนหนึ่งเกษียณเลยครับ

ถาม : ตั้งแต่เด็กๆ บัวขาวเคยคิดเป็นนักธุรกิจไหม ขายของเป็นไหม

ตอบ : ไม่เคยคิด เคยคิดขายของตามตลาดนัด แค่นั้นเอง ผมไปสัมผัสกับเพื่อนที่มีธุรกิจก็ทำให้ผมเริ่มคิด ผมไม่ได้ไปถามเขา แต่เขาทำให้เห็น เขาพูดให้ฟัง เราก็ฟังเขา เรียนรู้ไปเรื่อยๆ เขาพาเราไปไหนบ่อยๆ บางครั้งเราก็คิดแทนเขาได้ จนบางทีเขาถามว่าผมคิดได้ไง เขาคิดไม่ถึง เราก็แนะนำเขาได้

ถาม : ตอนได้เป็นแชมป์โลกครั้งแรก คิดอย่างไร

ตอบ : มันคือพรสวรรค์จัดสรรให้ ส่วนหนึ่งเป็นความทะเยอทะยานของเราด้วย การดิ้นรนของเราสร้างพรสวรรค์ให้เรา ทำให้เราไปต่อได้

ภาพจากเฟซบุ๊ก Buakaw Village บัวขาว วิลเลจ

ถาม : เริ่มชกมวยตอนอายุเท่าไหร่

ตอบ : 7-8 ขวบได้ เขาต้องอุ้มเราขึ้นเวที นวมใหญ่กว่าตัวเราอีก มีความทะเยอทะยานตั้งแต่เด็ก อยากชกมวย เป็นเด็กซน เรียนพอรู้เรื่อง แต่ไม่สนใจ ไม่ถึงกับหนีเรียน แต่ถ้าเป็นกีฬา เป๊ะทุกอย่าง บอกให้นัด 5 โมงก็ต้อง 5 โมง เรื่องกีฬานี่ไม่ได้เลย ต้องตรงเวลาเป๊ะ แต่เรียนหนังสือนี่เข้าสายตลอด (หัวเราะ)

เป็นนักกีฬาโรงเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมครับ ตัวดำปึ๊ด ตอนนี้ยังขาวหน่อยแล้ว

ถาม : ตอนไหนที่เริ่มเป็นนักมวยอาชีพ

ตอบ : ตอนมัธยมต้น เรียนที่บ้านเกิดจังหวัดสุรินทร์

ถาม : สอบได้กี่เปอร์เซ็นต์

ตอบ : ครูเซ็นให้ผ่าน (หัวเราะ) เพราะผมได้แชมป์กีฬาหลายอย่าง

ถาม : ชอบวิชาไหนที่สุด

ตอบ : พละครับ เก่งสุด ชอบสุด คะแนนเต็มตลอด วิชาอื่นเอาแค่ผ่านก็พอ

ถาม : ใครเป็นคนที่ช่วยเราตลอดครับ

ตอบ : ผมสนิทกับแม่ ทำอะไรก็ปรึกษาแม่ตลอด แม่ทำนา ไม่ง้อใคร พูดแล้วจะทำให้เห็น ผมก็ติดนิสัยแม่ ทำนาสิบไร่ทำคนเดียว ไม่พึ่งพาใคร ทำให้เห็นก่อน คนอื่นมาช่วยทีหลัง …ก่อนจะขึ้น ม.3 แม่เสีย เกิดอุบัติเหตุ ผมไปไม่เป็นเลยทีนี้ แม่ทิ้งผมไปแล้ว ตอนนั้นอายุ 12-13 คิดหนักเลยว่าจะไปยังไงต่อ ไปไม่ถูกเลย ปรึกษาใครก็ไม่ได้ ก่อนแม่เสีย แม่ก็เอามาฝากค่ายมวยใหญ่แห่งหนึ่ง แต่พอกลับบ้านแม่ก็เสียเลย ก่อนแม่เสีย ผมถามแม่ว่าจะให้ผมชกมวยหรือจะให้เรียนต่อ ถ้าชกมวย ผมจะไปอยู่ค่ายนี้ เขาดัง แม่บอกเอาทางใดทางหนึ่ง ให้เก่งก็พอ เราก็มานั่งคิดหนักเลย แม่เสียแล้วทำไงดี ก่อนหน้าแม่เสียก็บอกแม่ตัดสินใจขอชกมวยก่อน เรื่องเรียนเอาไว้ทีหลัง เพราะเรื่องเรียนสมองไปไม่ทันเขา พอแม่เสียเราก็เอาเลย ตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าเข้าค่ายมวย หลังจากนั้นสองปีสามปีไม่ได้กลับบ้านเลย ที่บ้านรู้เลยว่าผมชกมวยอย่างเดียว ไม่กลับบ้าน

ถาม : ตอนนั้นคิดลุยลูกเดียว

ตอบ : ใช่ บอกตัวเองว่าต้องมีเงินถึงหมื่นก่อนจึงจะกลับบ้าน ได้เงินไม่ถึงไม่กลับบ้าน แต่ก็ลำบาก ตอนนั้นชกครั้งเดียวได้ 1,500 สูงสุด 2,000 บาท โดนหักแล้วก็เหลือไม่กี่บาท (หัวเราะ)

ภาพจากเฟซบุ๊ก Buakaw Village บัวขาว วิลเลจ

ถาม : ก็ต้องเจอครูดีซิจึงผ่านพ้นมาได้

ตอบ : ก็เจอครับ ลุ่มๆ ดอนๆ อยู่พักใหญ่ ตอนนั้นขึ้นชกจริงประมาณปีกว่า เกือบสองปีก็เริ่มพุ่งขึ้นมา ได้แชมป์หลายแห่ง รวมทั้งในเมืองหลวงด้วย

ถาม : ทำไมจึงเร็วอย่างนั้น

ตอบ : ก็ผ่านด่านที่สำคัญ เคยแพ้ติดต่อกัน 3-4-5 ไฟต์ จนจะเก็บกระเป๋ากลับบ้านหลายครั้ง ถามตัวเองว่าชกบ้านเราทำไมชนะบ่อย แต่พอมาชกเมืองหลวงไม่ชนะเลย มันยังไง แพ้ติดต่อยาวเลย โห…เหนื่อยเลย

ถาม : ตอนชกที่ต่างจังหวัดชนะตลอดหรือ

ตอบ : ครับ ได้แชมป์ตลอด ที่ต่างจังหวัดหาตัวจับไม่ได้แล้ว เก่งแล้ว

ถาม : ตอนนั้นชื่อ “บัวขาว” แล้วยัง

ตอบ : ชื่อ “ดำทมิฬ” ครับ

ถาม : หา? จาก “ดำทมิฬ” มาเป็น “บัวขาว” นี่น่ะ พอแพ้ที่เมืองหลวงบ่อยๆ วิเคราะห์ตัวเองยังไง

ตอบ : วิเคราะห์ไม่เป็นยังเด็กอยู่ ผมก็เครียด พอชกอีกครั้งบอกตัวเองว่าถ้าแพ้อีกครั้งกลับบ้านแน่…แต่ดันชนะ! แพ้มา 4 ครั้ง บอกตัวเองว่าถ้าแพ้ครั้งที่ 5 กลับบ้านโว้ย ไม่ไหวแล้ว โดนเทรนเนอร์ว่าตลอด ก็เลยสู้ต่อ…

ถาม : ตั้งแต่นั้นก็ชนะบ่อยๆ ใช่ไหม

ตอบ : ก็มันมีเชื้อชนะแล้วไง (หัวเราะ) เดิมที เราสู้ประสบการณ์บนเวทีใหญ่ๆ ไม่ได้ เรื่องออกหมัด ลีลาสู้ได้หมด แต่แพ้ตรงประสบการณ์ เราอาจชกได้ดี แต่พอตอนปลายๆ เขามีเทคนิคอะไรนิดอะไรหน่อย เราก็แพ้แล้ว แต่ก่อนเราใช้กำลังอย่างเดียว ตอนหลังเราต้องใช้สมองด้วย มวยบ้านนอกใช้กำลังเป็นหลัก ใครมีกำลังเยอะกว่าก็ชนะไป แต่เวทีใหญ่ๆ เขาฉลาด เราออกอาวุธ เขาดักเตะเราได้ ออกเข่าเขาก็ดักเข่าเราได้ อย่างนี้จบแล้ว

(สัปดาห์หน้า : จาก “ดำทมิฬ” เป็น “บัวขาว”)

บทความก่อนหน้านี้เสธ.แมว เผยใกล้ถึงจุดเดือด! ที่นายกฯจะไม่สามารถลากองคาพยพบริหารประเทศต่อไปได้
บทความถัดไป“อนุทิน” เผย WHO แนะไทยมาถูกทาง ยัน มาตรการรัฐฯ ทำดีอยู่แล้ว