การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ : ทวีปที่สาบสูญ เบื้องใต้แผ่นฟ้าเดียวกัน

การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์parinyasin@gmail.com

มีเลือดไหลออกจากหว่างขาของเธอ

ยังเป็นสีแดงเสมอ

เช่นเดียวกับเลือดที่เคยไหลออกจากหว่างขาของฉัน

แต่เปียกชุ่มนิ่มหยุ่นทารุณเหล่านั้น

พวกมันยังคงมีชีวิต

กระดืบคืบคลานอยู่ข้างในนี้

ลึกของรูโพรงที่ไม่เคยถมได้สนิท

เข้าไปอีกถึงในใจกลางมืดมิด

อสรพิษเลื้อยพันกันอีกยั้วเยี้ย

“เราจะหัวเราะกับโลก

เพื่อหวนพบโศกเหี้-ย-เหี้ย

วนในอ่างสาปอาบเลีย

ได้แล้วพลัดเสียแค่ไหน”

 

ฉันขีดปากกาลงซ้ำๆ จนกระดาษเป็นรอย แต่ดูเหมือนว่า น้ำหมึกแห้งกรังขาดตอน จนไม่อาจจะเขียนบทกวีต่อไปได้

ในที่สุดก็ผุดลุกขึ้น เขวี้ยงปากกาลงพื้น เสียงดังเพียงเบาๆ แต่ก็เบาเกินกว่าใครจะได้ยินมัน

เบื้องหน้าของฉัน คือพื้นหญ้าที่มีแต่รอยตีนเหยียบย่ำเป็นเทือกทาง เพื่อนร่วมงานกำลังเตรียมตัวจะเข้างานรอบใหม่

วันใหม่มาถึงเราอีกครั้ง หลังเหตุการณ์จบสิ้นไป

ไม่มีอะไรมาก เด็กสาวผมบ๊อบถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล นายจ้างเจ้าของร้านว่าอย่างนั้น หลังเข้ามาสั่งการต่างๆ อย่างว่องไว

…ไม่มีรถพยาบาลจากที่ไหนแล่นมา เด็กสาวเพียงหายหน้าไปกับรถสี่ล้อแดงคันหนึ่ง

แล้ววันหนึ่งก็ผ่านเราไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นภายในร้านข้าวต้มข้างถนนที่เราอยู่อาศัย เพียงคนคนหนึ่งหายไป แค่หายไป

 

เราจะหัวเราะกับโลก

เพื่อหวนพบโศกเหี้-ย-เหี้-ย

วนในอ่างสาปอาบเลีย

ได้แล้วพลัดเสียแค่ไหน

ชีวิตขี้ควายขี้หมา

ขี้ข้าขี้ครอกคอกใหญ่

ใครกุมคุมขังเราไว้

เบื้องใต้แผ่นฟ้าเดียวกัน

เราจะหัวเราะโง่โง่

กับกรงใหญ่โตกีดกั้น

ยิ้มรอคอค-วยเหล่านั้น

กระแทกแตกลั่นลับลึก

ให้เราคุกเข่าก้มคอ

พับงอข้อขาล้าสึก

จดจำจนสุดสำนึก

ระลึกใครสัตว์ใครคน

 

“มะลิ”

“หือ…”

“ฉันจะไม่อยู่ที่นี่แล้วนะ”

“ทำไมล่ะ เธอจะไปไหน”

“…ก็ยังไม่รู้หรอก”

“เธอได้งานใหม่แล้วเหรอ ได้ที่ไหน เอาฉันไปทำด้วยสิ”

“ไม่ใช่หรอกมะลิ ฉันยังไม่มีงานอะไร”

“อ้าว แล้วเธอจะออกงานทำไม”

“…ก็ไม่อยากอยู่แล้ว”

“งานมันหายากมากเลยนะ ก่อนจะมาอยู่นี่ฉันก็หางานอยู่นาน งานในปั๊มน้ำมันก็หนักกว่านี้อีก”

“อือ ฉันรู้”

“หรือว่าเธอจะกลับบ้าน”

“…ก็ไม่หรอก กลับไปก็ไม่มีอะไรทำ”

“เฮ้อ ฉันก็ไม่ได้อยากอยู่ที่นี่หรอกนะ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปไหน แฟนฉันบอกว่า ถ้าเก็บเงินได้สักหน่อยค่อยไปตั้งเนื้อตั้งตัวกัน”

“…ก็ยังดี”

“แฟนฉันเขาทำก่อสร้าง เขาว่าถ้าทำงานอีกสักปีสองปี ก็จะมีเงินไปสู่ขอฉัน”

“…ไปเที่ยวหากัน อย่าลืมกินยาคุมด้วยล่ะ”

“กินอยู่แล้ว ถึงได้อ้วนอยู่ยังงี้ไง…พูดแล้วก็นึกถึงนวลมันเนาะ”

“…”

“ปกตินวลมันก็กินยาคุม แต่เขาว่ามันมาโดนเม็กหลายหน จนขับไม่ทัน”

“ใคร…”

“จะใครเล้า ก็เจ้าของร้านนี่แหละ ดีนะมันไม่มาสนใจเรา…เขาว่า ถ้ามันจะเอา จะบังคับเอาตัวขึ้นรถไปโรงแรมเลย”

 

นี่คือโลกชาติหมาที่เราอาศัยอยู่ งูใต้โพรงถึงได้ยั้วเยี้ยแพร่พันธุ์วันแล้ววันเล่า และพวกมันก็ฉกเอาเลือดเนื้อของเรา แลบลิ้นเลียกินอย่างโอชะชั่วนาตาปี

นี่คือโลกที่ปราศจากความยุติธรรมเสมอมา โลกที่อำมหิตเกินกว่าจะต่อสู้ทัดทานด้วยสิ่งใด

เงินเป็นปึกๆ ในมือใครบางคน กำหนดได้ทุกอย่างแม้กระทั่งจะให้เรานอนแบยังไงก็ได้

ต่อให้เราเจ็บปวดตัวแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ ต่อให้เราตะโกนสุดเสียง น้ำตาไหลอาบหน้าจนเจิ่งนองถึงใต้หล้าบาดาล พวกมันก็ยังหัวเราะอยู่ได้

…หัวเราะอยู่ได้เสมอ

…ที่เบื้องบน

 

…ให้เราคุกเข่าก้มคอ

พับงอข้อขาล้าสึก

จดจำจนสุดสำนึก

ระลึกใครสัตว์ใครคน

ให้เราคู้เข่าอ้าปาก

รอรับเศษซากคาวข้น

กระฉูดพรูพรั่งหลั่งล้น

ทะลุคอท้นทวาร

 

ฉันไม่ได้มีชีวิตมาเพียงแต่วันเดียว เดือนเดียว หรือปีเดียว แต่ฉันมีชีวิตมาแล้วถึงสิบกว่าปี

หากสิบกว่าปีมานี้ กลับเหมือนชีวิตไม่มีความคืบหน้าไปไหน วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่าผ่านไป นับแต่ออกจากรั้วโรงเรียนไปทำงานเป็นลูกจ้างขี้ข้า ก็พบว่าโลกภายนอกเลวร้ายเหลือแสน

ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่า คนอื่นๆ ที่พวกเขามักยิ้มผ่องใสในหน้า เกิดมาก็มีทุนมีรอน ได้นอนฟูกหนาเตียงใหญ่ ได้มีโอกาสรับการศึกษา ไม่ได้เกิดมาใกล้เล้าหมูเล้าไก่ ไม่ได้คีบรองเท้าแตะเก่าๆ ไปโรงเรียน ไม่ได้ต้องพากเพียรตะเกียกตะกายแข่งกัน พูดง่ายๆ…ไม่ได้เกิดมาไร้ทุนอย่างฉัน อย่างดอกมะลิ อย่างแฟนของมะลิ อย่างนวล…หรือแม้แต่พี่โฟ และอัมพรชาติวอกคนนั้น…พวกเขาลอยลงสวรรค์มาหรือไร

ตกลงบาปบุญกรรมมันมีจริงไหม เราเวียนว่ายตายเกิดเพื่อใช้กรรมเคยทำไว้? หรือเราจะไม่มีวันโงหัวพ้นได้ไม่ว่าชาติใดๆ ต่อให้ฆ่าตัวตายซ้ำๆ เราก็จะทบทวีกรรมของตนเองต่อไป

หรือเราจะต้องฆ่ากันให้หมดๆ ไปเสีย จะได้จบสิ้นกันไป

สิ้นสุดการรับรู้ใดๆ คือถ้าไม่ฆ่าตัวเองก็ต้องฆ่าคนอื่น

ไม่ฆ่าคนอื่นก็ต้องฆ่าตัวเอง

 

แต่ฉันพยายามจะทำลายตัวเองหลายครั้ง ก็ยังไม่เคยทำได้ และลึกสุดใจ อดนึกเสียใจไม่ได้ ที่เข้าไปขัดขวางการตายของเด็กสาวผมบ๊อบวันนั้น

ป่านนี้เธอเองอาจจะเฝ้าสาปแช่งด่าทอฉัน ด้วยในโลกที่เรามองไม่เห็นกันอีกต่อไป

ภาพที่เธอถูกหามขึ้นรถสี่ล้อโทรมๆ ไป ฉันแน่ใจ พวกเขาต้องพาเธอไปสู่อีกนรกหนึ่ง

ซึ่งย่อมจะเป็นการบังคับ ให้เธอรับทัณฑ์ทรมานในอีกรูปแบบหนึ่ง

จนกว่าจะตายดับไป

…ชีวิตขี้ควายขี้หมา

ขี้ข้าขี้ครอกคอกใหญ่

ใครกุมคุมขังเราไว้

เบื้องใต้แผ่นฟ้าเดียวกัน

บทความก่อนหน้านี้“กรณ์”ชงตัดงบ กระทรวงละ10% ทุ่ม 3.3 แสนล้าน อุ้มนายจ้าง-ปชช.ไม่ให้เงินขาดมือ
บทความถัดไปไฟป่าดอยสุเทพลุกโชน ไหม้ลามข้ามรั้ว “หมู่บ้านป่าแหว่ง” ยันด้านใน ค่าฝุ่น PM 2.5 ยังพุ่งสูง