ในประเทศ/ ใครไม่ทำ Gu ทำ

ในประเทศ

ใครไม่ทำ

Gu ทำ

ในท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เด็ดขาดของรัฐบาล ในการแก้ไขการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

หนึ่งในนั้นก็คือ การเสนอปิดประเทศ

เพื่อที่จะเผด็จศึกไวรัสวายร้ายตัวนี้อย่างเบ็ดเสร็จ ดังที่หลายประเทศเลือกใช้ และประสบความสำเร็จ สามารถควบคุมการแพร่ระบาดเอาไว้ได้ หรือทำให้การแพร่ระบาดจำกัดวงลง

แต่ปรากฏว่า มี 2 จังหวัดโชว์ความเด็ดขาด แซงหน้ารัฐบาลส่วนกลาง

นั่นคือ บุรีรัมย์และอุทัยธานี

โดยที่บุรีรัมย์นั้น ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน ด้านสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ นำโดยนายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์

ได้ประกาศหลังประชุมเร่งด่วนถึงมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2563

ดังนี้

  1. ปิดเมืองด้วยมาตรการสาธารณสุข มีการคัดกรองไข้ผู้ที่เข้ามาใน จ.บุรีรัมย์ ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ ผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศ ต่างจังหวัด ทั้งการคัดกรองที่สนามบิน, สถานีรถไฟ, โรงแรมที่พัก และหมู่บ้าน กิจกรรมนายก, กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ด้วยการเคาะประตูบ้าน นอกจากนี้ยังมีระบบการลงทะเบียนติดตามเฝ้าระวังไข้ตลอด 14 วัน เริ่มตั้งแต่การเข้ามาใน จ.บุรีรัมย์ โดยการเชื่อมโยงระบบเฝ้าระวังสาธารณสุขต่อไป
  2. หยุดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรค สั่งให้ยกเลิกหรือเลื่อนกิจกรรมการชุมนุมคนจำนวนมาก ตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป เช่น การจัดประชุมสัมมนา, กิจกรรมบันเทิง, สันทนาการ, การจัดงานประเพณี, การเรียนภาคฤดูร้อน, การเรียนพิเศษ, การกวดวิชา, การบวชเณรภาคฤดูร้อน รวมถึงตลาดนัดคลองถม และตลาดเซราะกราว
  3. การเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ให้มีการจัดหอผู้ป่วย ยืนยันการวินิจฉัย โดยมีห้องแยก ห้องความดันลบ ในทุกโรงพยาบาลใน จ.บุรีรัมย์ หากการระบาดเข้าสู่ระยะที่ 3 จะต้องมีความพร้อมได้แก่ห้องแยก ด้านการสอบสวนป้องกันควบคุมโรค ได้มีทีมหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อระดับอำเภอครบทั้ง 23 อำเภอ

“มาตรการครั้งนี้ถือเป็นจังหวัดแรกที่ใช้ยาแรง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่งทีมงานตัดสินใจแล้วว่า “ยอมเจ็บเพื่อจบ” ไม่ให้โรคโควิด-19 มาระบาดในบุรีรัมย์” นายธัชกรประกาศอย่างอาจหาญ

ห่างกันไม่กี่ชั่วโมง

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ประกาศคัดกรองผู้ที่จะเข้ามา จ.อุทัยธานี เช่นกัน

โดยมีด่านสกัดตรวจวัดทุกทางที่จะเข้าจังหวัด

ส่วนการจัดงานเลี้ยง ขอให้งดไว้ก่อน

ถือเป็นจังหวัดที่ 2 ต่อจากบุรีรัมย์ ที่ประกาศปิดเมือง

 

น่าสังเกตว่าทั้ง 2 จังหวัดเป็นเขตอิทธิพลของพรรคภูมิใจไทย

โดยหลังโชว์ความเด็ดขาดของฝ่ายข้าราชการประจำดังกล่าว

นายเนวิน ชิดชอบ โพสต์สนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ผ่านเฟซบุ๊ก “ลุงเนวิน”

ด้วยข้อความว่า GU สู้ COVID ปิดเมือง เพื่อความปลอดภัย

หยุดกิจกรรม เพื่อป้องกันการระบาด

คนป่วย แยกรักษา

เจ็บแต่จบ

บ้าน GU ต้องปลอดภัย

ใครไม่ทำ GU ทำ

บุรีรัมย์ สู้!!!!!

เช่นเดียวกับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Chada Thaised

สนับสนุนผู้ว่าฯ อุทัย ที่ได้ประกาศคัดกรองผู้ที่จะเข้ามาจังหวัดอุทัยธานี

“ขอบคุณท่านผู้ว่าฯ ที่ได้ให้ความรับฟังปัญหาและดำเนินการแก้ไข

พี่น้องชาวอุทัยธานีครับ เราต้องช่วยตัวเองก่อนครับ

วันนี้เราหวังจากระบบไม่ได้

ชาดา ไทยเศรษฐ์

เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์

มนัญญา ไทยเศรษฐ์”

 

การปิดจังหวัดดังกล่าว แม้จะทำแซงหน้ารัฐบาลกลาง

แต่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พยายามมองในแง่ดี

โดยยืนยันว่า ผู้ว่าฯ มีอำนาจเต็มที่ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด ในการออกมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด โดยสามารถทำได้เลยโดยไม่ต้องปรึกษาใคร

แต่มาตรการดังกล่าวจะต้องผ่านคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด ที่มีแพทย์และส่วนเกี่ยวข้องหลายหน่วยงานช่วยพิจารณา

“คำพูดดูเหมือนว่าปิดเมือง แต่หลักการปฏิบัติเป็นการสกรีนคนทั้งเมือง ยืนยันว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ตามกฎหมาย และไม่ต้องมาหารือหรือปรึกษาผม” พล.อ.อนุพงษ์ระบุ

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งเป็นศูนย์ระดับชาติ ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ออกมาแถลงด้วยตนเองว่าไม่มีการปิดเมืองหรือปิดประเทศ

ยิ่งกว่านั้น เมื่อนำสถานการณ์โควิด-19 เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.

ครม.ได้มีมติเห็นชอบดังนี้

ไม่มีการปิดเมืองหรือปิดประเทศ (การห้ามเข้า-ออก)

ในส่วนของชาวต่างชาติที่เดินทางมาจาก 4 ประเทศกลุ่มเสี่ยงและ 2 เขตปกครอง ต้องมีใบรับรองแพทย์ และต้องถูกกักตัว 14 วัน

ให้ข้าราชการ พนักงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ งดการเดินทางไปต่างประเทศ

ให้เลื่อนวันหยุดสงกรานต์ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนนี้ และหาวันหยุดชดเชยเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย

ให้งดกิจกรรมที่มีการรวมตัวเกิน 100 คนขึ้นไป และห้ามย้ายคนข้ามจังหวัด

ให้ปิดสถานบันเทิงทุกชนิด ใน กทม.และปริมณฑล เช่น ผับ บาร์ ร้านอาหาร ฟิตเนส ร้านนวดแผนโบราณ โรงหนัง ตั้งแต่วันที่ 18-31 มีนาคม 2563

ให้ปิดสนามมวย สนามชนไก่ สนามม้า สนามชนโค ทั่วประเทศจนกว่าจะมีคำสั่งอื่น

ให้ปิดโรงเรียน สถานศึกษา สถาบันกวดวิชา มหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติ เป็นเวลา 2 สัปดาห์

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่การปิดเมืองหรือปิดประเทศ

 

ดังนั้น การประกาศปิดจังหวัดบุรัมย์และอุทัยธานี

จึงถูกตั้งข้อสังเกตในโลกโซเชียลมีเดียทันทีว่า นายเนวิน นายชาดา ล้วนเป็นคนของพรรคภูมิใจไทยเช่นเดียวกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

หรือว่าพรรคภูมิใจไทยจะรู้อะไรบางอย่างมา?

จึงช่วงชิงการปิดเมือง

ช่วงชิงความเด็ดขาดในการแก้ปัญหา

ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่า ตอนนี้ผู้นำรัฐบาล เผชิญการวิพากษ์วิจารณ์มีปัญหา “วิกฤตศรัทธา”

แม้กระทั่งฝ่ายที่เคยเชียร์

อย่างดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ในเชิงวิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ว่า

“ถ้าคุณคือลุงตู่ของหลานๆ แถวบ้าน คุณจะออกมาดูโทรมอะไรยังไงก็ได้ แต่ถ้าคุณคือผู้นำที่จะต้องไปรบศึกหนัก คุณจะดูน่าสงสารไม่ได้ครับ”

“วันนี้ผู้นำดูเหนื่อยล้า เหมือนถูกบั่นทอนพลังไปมาก ผอมโกรก ดูโรยมาก เห็นแล้วก็รู้ว่าเครียด กินไม่อิ่ม นอนไม่หลับ รู้ว่าทำงานหนักเหลือเกิน แบกบ้านเมือง คนธรรมดานี่แค่แบกหนี้บัตรเครดิตตัวเองยังนอนกระสับกระส่าย แต่คุณแบกปัญหาบ้านเมือง ดูก็รู้ว่าทุกข์ทรมานนัก สปีชสั้นๆ คืนนี้ ไม่เป็นบวกเลยครับคุณ”

“ประชาชนต้องการเห็นผู้นำที่แข็งแรง เปี่ยมพลัง ในยามวิกฤต แต่ก็ไม่ได้น้ำหนักอะไรนอกไปจากการสื่อข่าวเดิมๆ”

“คุณต้องการคณะทำงานใหม่ครับ คนดี คนตั้งใจจริง แต่คณะทำงานไร้น้ำยา ประชาชนเขาไม่ด่าคณะทำงาน เขาด่าคุณ ผู้นำแต่ละประเทศ ทำงานตัดสินใจอันหนักหน่วง เขาต้องการผู้ช่วย ที่วางแผนให้ตัวเขาเข้าถึงประชาชนได้ สื่อสารกันได้อย่างมีจิตวิทยา”

“สปีชสั้นๆ วันนี้ พร้อมกับเครื่องแบบราชการ และตอนจบ ‘ประเทศไทยต้องชนะ’ แบบตาลอยๆ ไม่ค่อยมีแรง คุณต้องไล่คนทำงานที่ทำให้คุณดูเป็นตัวตลกต่อหน้าประชาชนออกไปมั่งเถิด ไหนๆ เขาด่าว่าเป็นเผด็จการ ก็แสดงเผด็จการอันมีประโยชน์ต่อบ้านเมืองสักครั้ง อย่ากลัวคนนินทาว่าเป็นเผด็จการ เพราะเขานินทามาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำแล้ว ทำดีทำเลวยังไงมันก็นินทา”

“คุณมีทีมงานบางส่วนทางด้านสาธารณสุขที่สุดยอดที่สุดระดับโลก ช่วยแก้ปัญหาอยู่แล้ว คุณดูแลให้เขาไม่ขาดอาวุธก็พอ”

“คุณต้องเปลี่ยนทีมงานประจำทำเนียบ นายกฯ พูดกับผู้สื่อข่าวบ่อยกว่าโฆษกรัฐบาล นั่นบ้าละ นายกฯ ต้องเลิกให้นักข่าวรุม ไม่ว่าจะแบบประชิดตัวและบนโพเดียม เซฟตัวเองมั่ง เป็นผู้นำประเทศนะ”

“การให้สัมภาษณ์แบบถูกรุมจากนักข่าว ทำไมถึงชอบกันนัก มีแต่โมโห เสียรังวัด ทีมงานประจำทำเนียบนะ คุณนะ เฮ้ย จ้างมืออาชีพ ดูแลเสื้อผ้าหน้าผม ประธานาธิบดีอเมริกันจะพูดอะไรที มีคนเขียนสปีชมืออาชีพ เพื่อให้เป็นที่ประทับใจประชาชน และมีประเด็นแม่นยำชัดเจนและคม”

“ผมเชื่อว่าลุงเป็นคนทำเพื่อชาตินะลุง แต่ถ้าลุงเกรงใจคนในสภาวะวิกฤตของชาติ ลุงไม่กล้าตบยุง ลุงแค่เอามือปัดแมลงวัน ลุงจะไม่รอดนะครับ ผมรักลุง แต่ถ้าลุงไม่ไหว ลุงไขก๊อกได้เลยนะ ท่ามกลางภาวะสงครามที่ไม่มีใครคาดเดาอะไรได้เลย มีแต่คนเก่งๆ ที่ไม่ได้ทำจริง คอยวิจารณ์เต็มไปหมด อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าลุงไขก๊อก ขอตัวไปเลี้ยงกล้วยไม้ ใครจะมารับฟักร้อนๆ นี่” ดี้ นิติพงษ์ ระบุ

 

วิกฤตศรัทธาในตัวผู้นำดังกล่าว

มีหรือนักการเมืองเชี่ยวเกมอย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รวมถึงนายเนวิน ชิดชอบ จะไม่สามารถจับกระแสได้

จึงไม่แปลกที่การชิงปิดบุรีรัมย์และอุทัยธานี จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่า มีอะไรในกอไผ่หรือไม่

ต้องไม่ลืมว่า ก่อนหน้านี้ ภูมิใจไทยเดินเกมเงียบ ดูด 9 ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่เข้าพรรค

ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยทะยานเป็นพรรคอันดับสองในฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลทันที มี 61 เสียง รองจากพรรคพลังประชารัฐ

ทำให้มีสัดส่วน ส.ส.ที่สามารถต่อรองโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีเพิ่มขึ้นได้

สามารถรักษาเก้าอี้ในกระทรวงสำคัญได้อย่างมีน้ำหนักต่อไป

ไม่ว่าคมนาคม ท่องเที่ยวและกีฬา สาธารณสุข ที่ถูกคนในพรรคร่วมรัฐบาลรวมถึงพลังประชารัฐ แซะมาตลอด

การปรับคณะรัฐมนตรีที่จะมีขึ้น พรรคภูมิใจไทยย่อมแข็งแกร่งขึ้นอีกอย่างมาก

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้รัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤตศรัทธาอย่างหนัก

อะไรก็เกิดขึ้นได้ในสนามการเมือง

ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น พรรคภูมิใจไทยย่อมจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามในฐานะพรรคลำดับ 2

ชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อาจกลายเป็นหมาก “ขัดตาทัพ” ก็ได้ ใครจะรู้

ดังนั้น การที่ “เนวิน ชิดชอบ” ผู้มีบารมีนอกพรรค ผลักดันให้พรรคโชว์ความเด็ดขาด โชว์ความเป็นผู้นำ เรียกศรัทธาจากชาวบ้าน

อาจเป็นความหวังบางอย่างที่แฝงอยู่ลึกๆ

ซึ่งแม้จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ “ด้อยค่าลง”

แต่ในภาวะนาทีนี้ จะปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ ได้อย่างไร

ใครไม่ทำ GU ทำ!!!!!

บทความก่อนหน้านี้อาทิตย์ละมื้อ / “คนข้างครัว”/ห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อน
บทความถัดไปมองบ้านมองเมือง/ปริญญา ตรีน้อยใส/แม้แผนจะนิ่ง แต่ก็มีคนทำบ้าง