ภาพยนตร์ / นพมาส แววหงส์/THE INVISIBLE MAN ‘มนุษย์ล่องหน’

นพมาส แววหงส์

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์

THE INVISIBLE MAN

‘มนุษย์ล่องหน’

 

กำกับการแสดง Leigh Whannell

นำแสดง Elisabeth Moss Oliver Jackson-Cohen Harriet Dyer Aldis Hodge Michael Dorman

 

เอช.จี.แวลส์ เขียนนวนิยายวิทยาศาสตร์แนวสยองขวัญชื่อเรื่องเดียวกันนี้ไว้เมื่อ ค.ศ.1897

นอกจากนั้น แวลส์ยังเขียน The Invisible Man, Time Machine และ War of the Worlds จนได้รับยกย่องด้วยฉายาว่า “เจ้าพ่อแห่งนิยายวิทยาศาสตร์” คู่กับ จูลส์ เวิร์น นักเขียนชาวฝรั่งเศสผู้เขียนเรื่อง Around the World in Eighty Days, Journey to the Centre of the earth, Twenty Thousand Leagues Under the Sea เป็นต้น

ผู้เขียนคอลัมน์นี้เคยแปลนวนิยายเรื่อง The Invisible Man นี้ให้สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิชสมัยเรียนจบใหม่ๆ ถือว่าเป็นนิยายแปลฉบับแรกในชีวิตของผู้เขียนเลยทีเดียว ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้ ต้องพิมพ์ด้วยพิมพ์ดีด แก้ไปแก้มาหลายตลบ

มาถึงยุคนี้สมัยนี้แล้ว นึกไม่ออกเอาเลยเชียวว่าจะแปลหนังสือเล่มย่อมๆ หรือเล่มโตๆ ได้ยังไงโดยไม่ต้องอาศัยคอมพิวเตอร์เป็นผู้ช่วยในการเขียนและบันทึกข้อมูล

 

“มนุษย์ล่องหน” ปรากฏบนจอภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1933 ผู้เขียนไม่มีโอกาสดูหนังสยองขวัญคลาสสิคเรื่องนี้หรอกค่ะ แต่ได้ดูหนังที่ได้แรงบันดาลใจจากงานเขียนชิ้นนี้ โดยแปลงชื่อเป็น The Hollow Man (2000) แสดงโดยเควิน เบคอน เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้หมกมุ่นกับการศึกษาเชิงทัศนศาสตร์ ซึ่งเป็นศาสตร์ว่าด้วยการศึกษาด้านแสงและสายตา จนคิดค้นสูตรที่สามารถทำให้สิ่งมีชีวิตล่องหน หรือหายไปจากสายตาคนได้ และใช้ตัวเองเป็นเครื่องทดลองสูตรนั้น

ปีนี้มีหนังชื่อ The Invisible Man ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากต้นฉบับดั้งเดิม แต่ย้ายมุมมองการเล่าเรื่องมาอยู่ที่ตัวผู้เคราะห์ร้ายผู้ตกเป็นเหยื่อ โดยไม่ได้ตามเรื่องไปกับตัวมนุษย์ล่องหน

มีเพียงจุดเชื่อมโยงกับเรื่องดั้งเดิมอยู่ที่ตัวผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนศาสตร์ที่คิดค้นการล่องหนหายตัวได้สำเร็จ ชื่อกริฟฟินเหมือนกัน

นอกจากนั้น ความน่ากลัวและการผจญภัยของตัวละครในเรื่องไม่มีอะไรเหมือนกันเลย

โดยเฉพาะวิธีการของการล่องหนนั้นกลับกันไปคนละทางโดยสิ้นเชิง

 

ในเรื่องดั้งเดิม กริฟฟินคิดสูตรยาที่กินเข้าไปแล้ว ทำให้มองไม่เห็นตัวเขา ซึ่งทำให้เขาต้องแก้ผ้าเวลาไม่อยากให้ใครมองเห็น และต้องเผชิญกับความหนาวเย็น หิวโหยในสภาพนั้น ซึ่งเป็นเหตุผลให้เขาต้องคลุมตัวให้มิดชิดทุกส่วนเพื่อกลับเข้าสู่สังคม และถอดเครื่องแต่งกายออกทุกชิ้นเพื่อหลบหนี

มาถึงหนังปัจจุบัน กริฟฟินคิดค้นชุดที่สวมเข้าไปแล้วจะพรางตัวตนข้างในจากสายตาคน ซึ่งทำให้เขาสวมใส่ชุดเวลาไม่อยากให้ใครมองเห็น และถอดออกเวลาอยากให้คนมองเห็น

นอกจากมุมมองที่ตามเรื่องไปกับเหยื่อ ไม่ใช่ตัวผู้ล่าแล้ว จุดนี้เป็นความแตกต่างที่สำคัญของเรื่อง เพราะกริฟฟินในเรื่องดั้งเดิมทำให้ตัวเองล่องหนหายตัวไปโดยปราศจากสูตรที่จะทำให้เขาหายจากการล่องหน ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่เอช.จี.แวลส์พาเราตามไปกับสภาพจิตใจของกริฟฟินผู้ยังคงมีความต้องการเยี่ยงมนุษย์ธรรมดาทุกอย่าง ทั้งอดอยากหิวโหย หนาวเย็น ขาดปัจจัยในการดำรงชีวิต และถูกคุกคามให้ต้องปกป้องอิสรภาพและความปลอดภัยของตัวเอง

ในเวอร์ชั่นปัจจุบัน เราตามเรื่องไปกับหญิงสาวที่ถูกตามล่าโดยมนุษย์ล่องหน

 

เซซิเลีย แคสส์ (เอลิซาเบธ มอสส์ จากหนังซีรี่ส์ชุด The Handmaid’s Tale และชุด Mad Men ที่สนุกมากและจบสมบูรณ์ไปแล้วโดยได้รับรางวัลไปมากมาย) ถูกคุมคามจากแฟนมหาเศรษฐีนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนศาสตร์ เอเดรียน กริฟฟิน (โอลิเวอร์ แจ็กสัน-โคห์น)

หนังเริ่มเปิดเรื่องแบบเครียดเขม็งทำให้คนดูหายใจไม่ทั่วท้องอยู่พักใหญ่ เซซิเลียค่อยๆ หยิบแขนที่กอดก่ายออกจากตัว ย่องลุกจากเตียงที่นอนอยู่กับกริฟฟินที่หลับใหลไม่ได้สติจากยานอนหลับที่เธอแอบผสมให้เขาดื่ม ค่อยๆ เก็บข้าวของในคฤหาสน์อันอัครฐานแต่เงียบสงัด ท่ามกลางกล้องรักษาความปลอดภัยที่คอยจับจ้องอยู่ทุกมุม ซึ่งเธอต้องคอยหลบเลี่ยง หักเห และใช้ประโยชน์ด้วยการคอยจับตาดูสิ่งคุกคาม สัญญาณเตือนภัยที่เธอต้องคอยปลดไม่ให้แผดเสียงดังขึ้น

ขณะกำลังจะวิ่งออกจากโรงรถฝ่าเข้าไปในความมืด สุนัขแสนรู้เห่าเรียกร้องความสนใจจากเธอ เธอหันมามองอย่างขอโทษขอโพยที่ไม่สามารถพามันไปด้วยได้ แต่ก็พยายามช่วยด้วยการปลดปล่อยให้มันเป็นอิสระจากปลอกคอ

ทว่าอาการสะบัดตัวนิดเดียวของสุนัขกลับไปโดนตัวถังของรถยนต์ที่จอดในโรงรถ จนเสียงสัญญาณกันขโมยดังโหยหวนขึ้นกลางดึกสงัด และทำให้เธอลนลานหนียิ่งขึ้นไปอีก ปีนข้ามกำแพงแน่นหนาของคฤหาสน์ริมทะเลที่มีคลื่นซัดซ่าใส่ ฝ่าป่าละเมาะมืดๆ เซซังไปยังจุดนัดพบ เพื่อขึ้นรถของคนที่เธอขอความช่วยเหลือไว้ ซึ่ง…ยังมาไม่ถึง…

ในสถานที่อันห่างไกลชุมชนนี้ เธอจะรอดพ้นเงื้อมมือของคนที่เธอกำลังหนีสุดชีวิตไปได้อย่างไร…

เราพลอยใจหายใจคว่ำไปกับเธอว่าจะหนีรอดไปได้หรือไม่

 

ช่วงต้นราวสิบห้านาทีนี้ทำได้ดีมาก ชวนลุ้นระทึก และสร้างความเครียดขมึงแบบหนังธริลเลอร์ชั้นยอด

และแล้วเซซิเลียก็ไปหลบซ่อนอยู่กับเจมส์ (อัลดิส ฮอดจ์) เพื่อนเก่าที่เป็นตำรวจ ด้วยอาการของคนโรคประสาทที่ไม่กล้าออกจากบ้านไปไหนเลย ไม่กล้าแม้แต่ติดต่อกับน้องสาวที่ขับรถมาช่วยเธอให้พ้นเงื้อมมือคุกคามของแฟนหนุ่มมหาเศรษฐีอัจฉริยะ เพราะกลัวจะเป็นจุดเชื่อมโยงให้เขาตามตัวเจอ

และแล้วเธอก็ได้ข่าวที่ไม่คาดฝันและเหลือเชื่อว่ากริฟฟินฆ่าตัวตาย และทิ้งมรดกก้อนใหญ่ไว้ให้เธอ ถึงจะไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ ด้วยหลักฐานที่นำเสนอให้เห็นอย่างจะแจ้ง

เจมส์และเอมิลี น้องสาว (แฮเรียต ไดเออร์) ช่วยให้เธอต้องเผยตัวไปติดต่อทนายความผู้เป็นน้องชายของผู้ตาย (ไมเคิล ดอร์แมน)

แต่กริฟฟินก็ยังคงตามหลอกหลอนเธออยู่อย่างที่ทำให้ใครๆ เชื่อว่าเธอประสาทกินไปเอง

ทั้งหมดนี้เล่าได้เพราะมีอยู่ในหนังตัวอย่างอยู่แล้ว

เป็นหนังระทึกขวัญที่ทำได้ดีมากนะคะ บรรยากาศเครียดขมึง เดาไม่ได้ว่าอะไรกำลังจะเกิดต่อไปแทบตลอดเรื่อง และมีวินาทีระทึกใจที่ทำให้ต้องผวาหวีดร้องอยู่หลายจุด แต่ก็ไม่ใช่ประเภทที่เรียกว่า jump scare หลอกๆ

และหนังมีตอนจบที่สะใจๆ มากๆ แบบที่เรียกเสียงเฮในหมู่คนดูได้

เอลิซาเบธ มอสส์ เป็นนักแสดงที่น่าจับตาทุกช็อตเหมือนเคย

สนุกค่ะ

บทความก่อนหน้านี้บขส. เผย! ยอดผู้โดยสารหมอชิตหนาแน่นกว่า 8หมื่นคน เร่งกลบภูมิลำเนา หลัง มท.เตรียมปิดด่านพรมแดน 18 จุดพรุ่งนี้ สกัดโควิด19
บทความถัดไปเพื่อไทยอัดรัฐใช้แต่อำนาจ-มาตรการล่าช้า ไม่ห่วงประชาชน ทำโควิดลาม