การ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์/ตาสว่าง

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

การ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

ตาสว่าง

ตาสว่าง หรือ IL RE DI BANGKOK นิยายภาพดัดแปลงจากเหตุการณ์จริง ฉากหลังของเรื่องเกิดในประเทศไทยตั้งแต่ทศวรรษ 2520 ถึงทศวรรษ 2550 ตัวละครสมมุติ แต่เป็นเรื่องจริง

ผู้เขียน Claudio Sopranzetti, Sara Fabbri, Chiara Natalucci ผู้แปล นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ สำนักพิมพ์อ่านอิตาลี

ทีมงานได้เข้ามาพำนักในประเทศไทย ค้นคว้าข้อมูล ทั้งด้านการเมือง สังคม วัฒนธรรม ภูมิหลังและการแต่งกายตามยุคสมัยก่อนที่จะผลิตงานชิ้นนี้ออกมา

อ่านแล้วเรามิได้ตาสว่างเท่าไรนัก เรื่องราวเหล่านี้เรารู้อยู่แล้ว เคยได้ยินมากแล้ว ชีวิตคนชนบทที่เข้ามาทำมาหากินในกรุงเทพฯ ความยากลำบากและความสิ้นหวัง ส่วนที่เป็นทัศนะหรือความคิดเห็นต่อการชุมนุมของคนเสื้อแดงก็เคยได้ยิน

ที่ผ่านมาเราใช้คำ “ตาสว่าง” ในการบรรยายเรื่องเชิงระบบและโครงสร้างที่ลึกซึ้งและน่าหวั่นไหวมากกว่าที่เขียน

อย่างไรก็ตาม การบันทึกประวัติศาสตร์ร่วมสมัยในลักษณะนี้เป็นเรื่องดีเสมอ สมควรได้รับคำชมเชย และสมควรอ่าน แม้ว่าจะไม่ละเอียดเท่าไรนัก ไม่ถูกจริตใคร หรือเพราะเป็นเพียงเรื่องของปัจเจกบุคคลโดยที่มีการเมืองเป็นฉากหลังก็ตาม

ที่น่าสนใจมากกลับเป็นรอยคาดดำตัวหนังสือเป็นระยะๆ ตรงนั้นแหละที่ใคร่รู้ และเมื่อรู้แล้วอาจจะตาสว่างจริงเหมือนชื่อหนังสือก็เป็นได้

 

หนังสือเล่าเรื่องนก นกเป็นชายหนุ่มหมาดๆ พละกำลังล้นเหลือ เขาไม่อยากช่วยพ่อทำนาที่อุดรฯ จึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตามลำพังโดยไม่มีเงินติดตัว ที่หัวลำโพงเมื่อปี พ.ศ.2525 ญาติผู้พี่มารับไปนอนซุกหัวด้วยกันแล้วหางานที่โรงงานรองเท้าให้เขาทำ

เขาพบภายหลังว่าญาติผู้พี่นี้หักค่าแรงของเขาไว้วันละ 50 บาท เหลือให้เขาเพียง 50 บาท สองคนทะเลาะกันแล้วเขาก็กระเด็นออกจากบ้านไปนอนข้างถนนร่วมกับคนบ้านนอกอีกหลายๆ คน

เขาพบหงส์ เพื่อนรุ่นพี่อายุต่างกันไม่มากนัก สองคนคุยกันถูกคอ ระเหเร่ร่อนหางานทำด้วยกัน อยู่ด้วยกัน ช่วยเหลือกัน ด้วยความที่ยังหนุ่มแน่น เมื่อมีเงินก็จะมีแฟน สองหนุ่มพาแฟนนั่งรถเมล์เที่ยวพระบรมมหาราชวังและกรุงเทพฯ หากคืนไหนหนุ่มสาวจะหลับนอนกัน อีกคนหนึ่งต้องไปนอนนอกบ้านเสมอ

คือชีวิตของคนรากหญ้า

พ.ศ.2528 ข่าวรัฐประหารของ พ.อ.มนูญ รูปขจร แทรกขึ้นมา ไม่มีบทตามว่าเหตุการณ์วันนั้นหมายความว่าอย่างไร เมืองไทยกำลังจะไปทิศทางไหน

นกกลับบ้านที่อุดรฯ ไปเยี่ยมพ่อ บวชแล้วก็แต่งงาน ที่บ้านนอกไม่มีงานเขาจึงต้องจากบ้านมาที่กรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง

พ.ศ.2535 พล.อ.สุจินดาทำรัฐประหาร ตามด้วยเหตุการณ์นองเลือด คนไทยทั่วประเทศดูโทรทัศน์ถ่ายทอดสดจำลองและสุจินดาเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นกและหงส์ได้ไปทำงานที่ไซต์งานก่อสร้างในภาคใต้ พวกเขาแวะเที่ยวเกาะพะงันร่วมงานฟูลมูนปาร์ตี้อันลือลั่นและสนุกสุดเหวี่ยงก่อนที่จะไปทำงานหนักเงินดี

ที่นี่เองที่นกเริ่มใช้ยาบ้าเพื่อให้ทำงานได้มากขึ้น ทนทานมากขึ้น จากที่เคยส่งเงินให้เมียท้องแก่จนกระทั่งมีลูก และพ่อตาย นกเอาแต่ทำงานกับเสพยาจนมิได้ส่งเงิน ไม่ได้กลับบ้าน

จนกระทั่งฟองสบู่แตกเมื่อปี พ.ศ.2540 ไซต์งานหลายแห่งหยุด เศรษฐกิจของประเทศดิ่งเหว

คือวันเวลาที่ทักษิณ ชินวัตร ปรากฏตัวในฐานะรัฐบาลของคนรากหญ้า หลังจากนี้เกิดอะไรขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2549 ตามด้วยการชุมนุมคนเสื้อแดงดังที่ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว

 

นกเป็นส่วนหนึ่งของรากหญ้าตั้งแต่แรก เขาเชื่อว่าเป็นครั้งแรกที่รากหญ้าจะมีส่วนในการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง

อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้เปิดเรื่องหน้าแรกด้วยภาพของนกในวัยชรา เขาตาบอด ใช้ไม้เท้าเดินขายล็อตเตอรี่ในกรุงเทพฯ ก่อนที่เรื่องจะแฟลชแบ็กกลับไปเป็นระยะๆ พร้อมจำนวนล็อตเตอรี่ในแต่ละบทที่ลดลง

เรื่องเนื้อหาเป็นส่วนหนึ่งที่ไปหาอ่านแล้ววิพากษ์กันได้

หลายท่านอาจจะไม่ชอบลายเส้นลักษณะนี้คือบิดเบี้ยวไม่เป็นการ์ตูนหรือนิยายภาพแท้ๆ ให้ดูง่ายๆ แต่กลับขีดเขียนเสมือนหนึ่งบันทึกไว้คร่าวๆ ขาดๆ ดูเหนือจริงและกึ่งฝัน

ส่วนหนึ่งคงเพราะนกเป็นคนตาบอด คนตาบอดจะเห็นอะไรชัดเล่าก่อนที่ตาจะสว่าง อีกส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะคนไทยอยู่ในความฝันมาช้านานจริงๆ นั่นแหละ เราฝันกันหลายรอบว่าประเทศชาติจะเจริญรุ่งเรืองเป็นเสือหนึ่งในห้าตัวแห่งเอเชีย เราฝันกันมาเรื่อยๆ

เราเคยดูถูกสินค้าจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และสิงคโปร์ เราดูหมิ่นเขามาถ้วนทั่วจนกระทั่งวันนี้ที่เราตามหลังจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และสิงคโปร์ แต่เราก็ยังคงไม่หยุดฝัน

ฝันว่าโครงสร้างการปกครองและบริหารบ้านเมืองที่เป็นอยู่จะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นสักวันหนึ่ง

 

หนังสือเล่าถึงการกบฏของมนูญ การปฏิวัติของสุจินดา การรัฐประหารทักษิณ และการชุมนุมคนเสื้อแดงเพียงสั้นๆ เหล่านี้เป็นการเดินทางยาวไกลจากหัวลำโพงถึงวันนี้ หัวลำโพงยังไม่อลังการเทียบเท่าการรถไฟในญี่ปุ่นหรือยุโรป หรือประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ของเอเชีย

เรายังนำหน้าเขมร ลาว เวียดนาม และพม่า เหมือนที่เราเคยคิดว่าเรานำหน้าจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และสิงคโปร์

หนังสือเล่มนี้อาจจะช่วยให้เราตาสว่างได้บ้าง ในขณะที่ตามืดบอดของนกดูเหมือนจะหมดทางเยียวยาไปเสียแล้ว

บทความก่อนหน้านี้‘ศิริกัญญา’ ชี้ ‘รัฐสวัสดิการ’ ทางออกศก.ถดถอย-อุ้มแรงงาน พ้นพิษวิกฤต “โควิด-19”
บทความถัดไปเดินตามกรุงเทพ 5 จังหวัดปริมณฑล ประกาศปิดห้าง-สถานที่ หนีระบาดโควิด-19