การ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์/Toy Story 4 ตอนที่ 2 แด่อดีต

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

การ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

Toy Story 4 ตอนที่ 2 แด่อดีต

 

“คุณถูกทิ้งอยู่ในตู้รู้สึกไม่มีค่า สงสัยว่าจะมีใครมาเล่นด้วยมั้ย การได้อยู่กับเด็กคนหนึ่งคือเกียรติสูงสุดของของเล่น” เป็นแก๊บบี้ ตุ๊กตาเด็กหญิงไร้เจ้าของพูดกับวู้ดดี้ในตอนใกล้จบเรื่อง

“ฉันเป็นของชำรุดตั้งแต่แกะกล่อง ฉันได้แต่ฝันว่า ถ้าเป็นคุณจะดีอย่างไร ทุกช่วงเวลาที่คุณอยู่กับแอนดี้ ขี่จักรยานกับเขาเป็นครั้งแรก ปลอบโยนตอนเขาล้มเข่าถลอก ภูมิใจที่ได้มองดูเขาเติบโต”

แก๊บบี้พยายามหว่านล้อมวู้ดดี้ให้ยกกล่องเสียงตุ๊กตาที่ติดหลังตัวเขาให้แก่เธอ

“แล้วคุณได้มีโอกาสครั้งใหม่กับบอนนี่ ปลอบประโลมเมื่อเธอกลัวการไปโรงเรียน ช่วยเหลือในเวลาที่เธอต้องการที่สุด คุณได้อยู่กับพวกเขาทั้งยามสุขและยามเศร้า”

ฉากนี้เชื่อได้เลยว่าทุกคนฟังแล้วเคลิ้ม เพียงแค่บทสนทนานี้ตอนเดียวก็ทำให้หนังการ์ตูนทอยสตอรี่ภาคสี่นี้พลาดมิได้แล้ว

ถ้อยคำยืดยาวที่แก๊บบี้พูดนี้ หากเรานำไปพูดกลางเวทีที่ไหนสักแห่งโดยไม่มีที่มาที่ไป เชื่อได้ว่าคนฟังก็จะฟังรู้เรื่องและสรุปว่านี่คือหน้าที่ของแม่ มิใช่หน้าที่ของตุ๊กตา

ใช่แล้ว ตุ๊กตาคือแม่

ในตอนที่เด็กต้องพรากจากแม่เมื่ออายุครบ 3 ขวบ หลังจากที่ทารกได้เติบใหญ่เป็นเด็กเล็กที่มีพลังกล้ามเนื้อขามหาศาลพร้อมวิ่งจากแม่ไปโดยไม่ต้องเหลียวหลังอีก แต่เด็กบางคนไม่สามารถวิ่งไปโดยไม่เหลียวหลังมาดูแม่ในทันที เด็กบางคนจะนำตุ๊กตาตัวหนึ่งติดตัวไปด้วย ในตุ๊กตานั้นมีแม่ เราเรียกตุ๊กตาตัวนี้ว่า imaginary companion แปลตามตัวว่าเพื่อนในจินตนาการ

แต่ตุ๊กตาคือแม่ มันเป็นมากกว่าเพื่อน

ตอนที่เด็กเตาะแตะจากแม่ไปเมื่ออายุ 13 เดือน หรือวิ่งจากแม่ไปเมื่อสามขวบ เขาจำเป็นต้องหันไปดูแม่เป็นระยะๆ เพราะแม่เพิ่งจะมีอยู่จริงเมื่ออายุประมาณ 6 เดือนเท่านั้นเอง ครั้นเห็นแม่ยืนยิ้มอยู่ข้างหลังแล้ว เขาจึงจะหันหน้าอีกครั้งแล้วจากแม่ไปสู่โลกกว้าง นี่คือพัฒนาการของเด็กทุกคน

พัฒนาการตอนแยกตัวนี้ประกอบด้วยสองส่วน คือแม่ที่มีอยู่จริงด้านหลัง และโลกที่ไว้วางใจได้ด้านหน้า (trust) หากหันหลังไปไม่พบแม่เขาจะหยุดเดิน หากหันหน้าไปพบโลกน่ากลัวเขาจะหยุดวิ่ง แล้วพัฒนาการจะนิ่งอยู่กับที่ตรงกลางนั้น

ตุ๊กตาคือผู้ช่วยเหลือเด็กที่ตรงกลางนี้

ตุ๊กตาทำหน้าที่เป็นที่สิงสู่ของแม่แล้วติดมือเด็กไปทุกหนแห่ง สำหรับบอนนี่ในหนังเรื่องนี้เธอถูกสั่งห้ามมิให้เอาตุ๊กตาไปโรงเรียน นั่นทำให้เธอหวาดกลัว ครั้นวู้ดดี้สร้างตุ๊กตาเศษขยะให้แก่เธอตัวหนึ่งไว้ถือเล่น เธอสร้างความผูกพัน (bonding) กับตุ๊กตาเศษขยะนั้นทันที แล้วตั้งชื่อว่าฟอร์กกี้ เพียงเท่านี้ก็ยิ้มได้แล้ว

ความรู้นี้สำคัญ อย่าเอาตุ๊กตาในมือเด็กไปทิ้งหรือเผา

 

แก๊บบี้เป็นตุ๊กตาเด็กผู้หญิงไร้เจ้าของ เธอชำรุดตั้งแต่แรกเพราะกล่องเสียงอัตโนมัติข้างหลังเธอชำรุด เมื่อดึงเส้นเชือกแล้วควรจะมีเสียงพูดได้ออกมาแต่กลับไม่มี เธอจึงถูกทิ้งขว้าง ระหกระเหิน สุดท้ายมาอยู่ที่ร้านขายของเก่า วันนี้ตุ๊กตาลักษณะนี้ล้าสมัยมากแล้ว แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังไม่มีโอกาสได้เป็นของใครอยู่ดี

“มันเป็นความรู้สึกดีๆ เหมือนเขาว่ามั้ย ฉันจะแลกทุกอย่างเพื่อให้มีคนรักอย่างที่คุณมี” แก๊บบี้ถามวู้ดดี้ด้วยน้ำเสียงที่น่าเห็นใจ

เช่นเดียวกัน หากเรายกคำพูดนี้ไปให้สตรีอีกคนหนึ่งพูด ผู้ฟังก็จะตีความได้โดยไม่ยากว่าเป็นคำพูดของคนที่ขาดรัก และสำหรับบริบทของหนังการ์ตูนเรื่องนี้ นี่จะเป็นคำพูดของสตรีที่ไม่มีบุตรและต้องการจะมีบุตร

การได้รักใครหรือถูกรัก สำคัญเพียงนั้นจริงหรือ

การได้เป็นมารดา มีความสำคัญต่อชีวิตเพียงนั้นจริงหรือ

ทอยสตอรี่ภาคสี่ยังคงเล่นกับประเด็นนี้ต่อไป เมื่อวู้ดดี้ได้ทำหน้าที่ของตนเองต่อเด็กสองคนคือแอนดี้และบอนนี่เรียบร้อยแล้ว บัดนี้ถึงเวลาที่จะพัฒนาตนเองไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้หรือยัง นั่นคือไปสู่เสรีภาพ มิได้ไปสู่สภาวะไร้เจ้าของดังที่เข้าใจ

 

พัฒนาการมนุษย์มีลักษณะเช่นนี้ หลังจากที่คนคนหนึ่งได้พัฒนาตนเองมาถึงจุดที่สามารถทำประโยชน์ให้แก่เพื่อนมนุษย์ บุตรเป็นสัญลักษณ์ของ “ประโยชน์ให้แก่เพื่อนมนุษย์” หรือ “ผลงานที่ทิ้งไว้แก่โลก” ควรถึงเวลาที่จะอิ่มใจ เป็นสุข แล้วก้าวต่อไปสู่ความเป็นอิสระ ไม่อยู่ถ่วงใครไว้อีก

วู้ดดี้ไปจากแอนดี้ แอนดี้จึงจะเติบใหญ่เป็นผู้ใหญ่ได้ แม่ของแอนดี้ก็ทำตัวแบบเดียวกัน เมื่อแอนดี้เป็นผู้ใหญ่แล้วก็อย่าไปวุ่นวายกับเขาอีก

วู้ดดี้สร้างฟอร์กกี้ให้แก่บอนนี่แล้ว วันหนึ่งบอนนี่จะได้เป็นผู้ใหญ่ เหมือนที่บัซ ไลต์เยียร์ บอกเขาในฉากสุดท้าย แม้ว่าบัซจะมิได้หมายถึงหญิงคนเดียวกันก็ตาม วู้ดดี้จึงควรตัดสินใจว่าจะละทิ้งความผูกพันที่มีแล้วก้าวสู่เสรีภาพได้หรือยัง

ผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมจากไป คนสูงอายุที่ไม่ยอมปล่อยวาง อดีตเก่าที่ไม่ยอมถอย มักสร้างปัญหาต่อคนรุ่นหลังมากกว่าที่จะเป็นคุณ

บทความก่อนหน้านี้“พิชัย” สงสัย คนทั้งประเทศขาดแคลน แต่ทำไมยังอนุญาตส่งออกหน้ากาก
บทความถัดไปจรัญ พงษ์จีน : สีหน้า “ประยุทธ์” กับขาลงความเร็วสูง