อภิญญา ตะวันออก : วิกฤตพิสดารแบบ “สีหนุวิลล์โมเดล”

อภิญญา ตะวันออก

เป็นหัวเมืองชายทะเลที่พร้อมด้วยคุณสมบัติ ตั้งแต่ที่ตั้งภูมิศาสตร์ ความเป็นท่าเรือน้ำลึกและเมืองตากอากาศ

แต่ไม่ว่าจะกี่ปี สีหนุวิลล์ก็ถูกกระทำจากผู้นำกัมพูชาอย่างไม่เคยเว้นสมัย

ตั้งแต่พระบาทนโรดม สีหนุ ผู้รักเมืองนี้มากจนเปลี่ยนชื่อเก่ากำปงโสมมาเป็นสีหนุวิลล์-เมืองริเวียร่าของสีหนุ จังหวัดท่องเที่ยวชายทะเลอันดับ 1 ของประเทศ และเปลี่ยนเป็นข้อต่อรองทางการเมืองเพื่อแลกกับทางหลวงหมายเลข 4 อีกครั้ง เมื่อท่าเรือน้ำลึกแห่งนี้กลายเป็นยุทธศาสตร์สงครามของประเทศเวียดนาม (1968)

แต่สีหนุวิลล์ก็กลายเป็นเขตขนถ่ายอาวุธและเวชภัณฑ์ยุคลอน นอล อย่างเต็มรูปแบบ และได้รับการพัฒนาเป็นเขตยุทธศาสตร์ทางอากาศและทางทะเลที่ทันสมัย (1970)

เมื่อรู้จักกับเมืองนี้ครั้งแรก ชาวเขมรเรียกกันตอนนั้นว่ากำปงโสม (1993) และทุกอย่างที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นบังกะโล โรงแรมบนเนินเขา ราวภาพอดีตที่ถูกแช่แข็งสมัยสีหนุราช ทั้งหมดเหล่านั้นเริ่มถูกทุบทำลายและสร้างใหม่ในราวปี 1998 เมื่อฮุน เซน ประกาศให้กาสิโนในพนมเปญทั้งหมด อพยพมาตั้งที่นี่

ตั้งแต่นั้นมา สีหนุวิลล์ก็ถูกขึงพืดไปด้วยบ่อนกาสิโน และมากถึง 84 แห่ง!

จากการสำรวจของปีที่ผ่านมา รวมทั้งอภิมหาโปรเจ็กต์มากมายที่มาพร้อมกับความอัปลักษณ์ ที่นอกจากโรงแรม ตึกอาคารที่ไม่ได้มาตรฐาน และกลายเป็นแหล่งฟอกเงิน อาชญากรรม ธุรกิจนอกกฎหมายทั้งโดยต่างชาติ ชาวกัมพูชาและเจ้าหน้าที่รัฐ

จากท่าเรือน้ำลึก บ่อนกาสิโน แต่ก็ยังไม่ยิ่งใหญ่ที่จะพัฒนาสีหนุวิลล์ต่อไป ด้วยอภิมหาโปรเจ็กต์เขตเศรษฐกิจพิเศษ 99 ปีโดยนักลงทุนจีน และนี่คือโฉมหน้าเมืองชายทะเลกัมพูชาที่แปลกที่สุดในทุกประเทศ!

แต่ไม่ใช่เรื่องประหลาดที่มีชาวจีนมาท่องเที่ยวและตั้งรกรากอาศัยในสีหนุวิลล์ กลายเป็นชาวท้องถิ่นแทนที่คนเขมรที่ต้องอพยพออก เนื่องจากปัจจัยการครองชีพ ที่อยู่อาศัย และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่ไม่เกื้อหนุนในการดำรงชีวิต

สีหนุวิลล์ ปัจจุบันจึงเกือบจะสมบูรณ์ที่ไม่ใช่เขตคามของชาวเขมร และการเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ ยังมีอีกหลายแห่งในกลุ่มประเทศแม่น้ำโขงที่จะพัฒนาให้กลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และบ่อนกาสิโน โดยเฉพาะในลาว

สีหนุวิลล์ของกัมพูชาจึงเป็นตัวอย่างของการพัฒนาที่ขาดฐานรากแห่งความยั่งยืน และข้อกังวลผลกระทบดังกล่าวถูกนำเสนอผ่านโลกโซเชียล นักสิ่งแวดล้อมเอ็นจีโอที่พากันติดตาม แต่นั่นก็ยังพอที่จะปลุกกระแสรัฐประเทศลุ่มแม่น้ำโขงให้ตระหนักต่อสัมปทานของตน

ดังนี้ กรณีตัวอย่างของสีหนุวิลล์จึงดำรงต่อไป ประชาชนสูญเสียที่ดินทำกิน ที่อาศัย การถูกคุกคามให้ย้ายถิ่นฐาน และความอยุติธรรมที่ไม่เคยได้รับจากเงินชดเชย

 

ในการพบกับเปรมฤดี ดาวเรือง ผู้ประสานงานโปรเจ็กต์เสวนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนคริสต์มาส ฉันรู้แล้วว่าจะพบชาวเขมรสักคนที่เอฟซีซีที (FCCT) แต่ไม่นึกว่าเขาจะมาจากสีหนุวิลล์

อัน รามา คือตัวแทนเขมรโดยภาคีลุ่มแม่น้ำโขงเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งประชาคมอาเซียน (MAEW) ผู้ร่วมเสวนาหัวข้อ “ปัญหาสิ่งแวดล้อมและที่ดินทำกิน” เจ้าหน้าที่สมาพันธ์แรงงานกัมพูชาผู้สุ้มเสียงสร้างรอยยิ้มประเด็นสีหนุวิลล์และเสียงหัวเราะตลอดรายงานที่น่าขันขื่นแห่งเมืองนี้ โดยเฉพาะบ่อนกาสิโนมากมายที่คุณจะเจอะเจอมันทุกหัวมุมถนน

ก่อนหน้านี้ ฉันเคยดูสกู๊ปพิเศษธุรกิจมืดกาสิโนในสีหนุวิลล์โดยทีมข่าว Al Jazeera พลัน สีหนุวิลล์ฉบับ 2019 ช่างห่างไกลไปมากกว่าที่ฉันจะจินตนาการด้วยคำบอกเล่าใดๆ ราวกับฉากในภาพยนตร์อาชญากรรม ธุรกิจผิดกฎหมาย มาเฟียมิจฉาชีพ และนักลงทุนชาวจีนผู้มีพาสปอร์ตในมือหลายสัญชาติ

นี่ไม่ใช่สีหนุวิลล์-ที่ฉันรู้จักอีกต่อไป แต่เป็นชุมชนจีนใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจไปด้วยบ่อนบันเทิงแห่งกาสิโนที่ถูกรสนิยมกับนักท่องเที่ยวจีน ความน่าตื่นตาตื่นใจนี้จะยังดำเนินไป

ทั้งหมดนี้ก็เป็นปัญหาเดียวกันกับชุมชนในภาคีลุ่มแม่น้ำโขงเขตอื่นๆ โดยเฉพาะโมเดลในลาวและบางพื้นที่ของไทยดังที่พรพนา ก๊วยเจริญ ผู้ประสานงานจากแลนด์วอชไทย สรุปว่า

“ท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนไม่เคยได้รับผลประโยชน์ของการพัฒนาที่ภาครัฐหลอกลวงโปรยเป็นยาหอมเหล่านั้นเลย ตรงข้าม ผลพวงที่แท้จริง คนพวกเขายังสูญเสียหลักแหล่ง ที่ดินทำกิน สูญเสียโอกาสทางทรัพยากรที่พึงเป็นของคนเหล่านั้นไปอย่างถาวร”

 

แต่ใช่ว่า ความสิ้นหวังอย่างถาวรที่ว่าจะเป็นไปอย่างไร้หวัง เมื่อการมาถึงของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่นั่น ถ้าไวรัสโคโรนาไม่เปิดฉากระบาดขึ้นที่นี่ ตลอดจนวิธีรับมือ และอำพรางตัวเลขผู้ติดเชื้อของการสาธารณสุขเขมร

อย่างที่กล่าว สมเด็จฯ ฮุน เซนนั้นถึงกับกล่าวว่า “รอให้กุมภาพันธ์มี 31 วันเถอะ นั่นแหละ คนเขมรถึงจะติดเชื้อโรคนี้!”

แต่ใครจะเชื่อล่ะว่า อนุภาคจุลินทรีย์ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นนี้ จะเปลี่ยนบทบาทสมเด็จฯ ฮุน เซน จะไม่เปิดฉากสีหนุวิลล์อีกครั้งในคราบนักบุญผู้ยินยอมให้เรือสำราญเวสเตอร์ดัมเทียบท่าสีหนุวิลล์ หลังจากที่เรือบรรทุกนักท่องเที่ยวและลูกเรือ 2,200 คนลำนี้ถูกปฏิเสธให้เทียบท่าในหลายประเทศ รวมทั้งไทย

พลันสีหนุวิลล์ก็เป็นที่รู้จักอีกครั้ง โดยเฉพาะภาพสัมผัสมือ โอบกอด และให้กำลังใจแบบรายบุคคลของผู้นำกัมพูชาชาวโลกนั่น

กล่าวได้ว่า มันคือฉากหลังอันซับซ้อนที่เต็มไปด้วยข้อกังวล ทว่าให้ผลทางการเมืองต่อสมเด็จฯ ฮุน เซน อย่างน่าปลื้มปีติ โดยมิต้องสนใจว่า การแสดงออกดังกล่าวจะตามมาด้วยสิ่งใด สำหรับการสวมกอดและ (เกือบจะ) จุมพิตบรรดาประดานักท่องเที่ยวเรือสำราญ โดยไม่แม้แต่จะสวมหน้ากากอนามัย

ทว่าอีกด้านหนึ่งนั้น การมาถึงของเวสเตอร์ดัมกลับเผยให้เห็นถึงภาพลักษณ์ใหม่ของสมเด็จฯ ฮุน เซน ที่กำลังจะหันไปจุมพิตกับสหรัฐอเมริกาอย่างแท้ทรูอีกครั้ง

ฮุน เซน ก็ยังเป็นฮุน เซน ไม่ว่าวิกฤตอะไรจะไปหรือจะมา เขาก็ยังแปรเปลี่ยนมันทุกสถานให้เป็นดุลอำนาจทางการเมืองเสมอ

และด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าผู้คนจะตื่นตระหนกต่อไวรัสมรณะชนิดหนึ่งถึงขั้นไหน รวมทั้งกรณีนักท่องเที่ยวเวสเตอร์ดัมติดเชื้อโควิด-19 ที่มาเลเซียนั่น แต่ผู้นำเขมรก็ยังแผ่รังสีที่เหนือกว่าทุกฝ่าย ในการสยบยอมต่อไวรัสมรณะนี้ได้

กระนั้น โคโรนาไวรัสที่สีหนุวิลล์ก็ยังเป็นสิ่งที่อาจเปลี่ยนหน้ากัมพูชาในอนาคต

 

กล่าวได้ว่า นี่คือโลกและโรคแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง และเราอาจไม่รู้จักมันอีกต่อไป ถ้าคุณคิดว่ารู้จักชีวิตนี้ดีแล้ว ก็ขอให้ดูกรณีโคโรนาสีหนุวิลล์และอู่ฮั่นเป็นตัวอย่าง กรณีศึกษาทางการเมืองแบบประเทศเพื่อนบ้าน?

อย่างที่บอก เรือมีไว้ให้เหยียบถึง 2 แคม แล้วทำไมเรือเวสเตอร์ดัมที่ใหญ่ขนาดนั้น พระยาเดโชจะไม่เหยียบสักแคมหนึ่งเล่า?

ดูเหมือนสีหนุวิลล์จะยังเป็นโมเดลให้ผู้นำเขมรทุกยุค ทั้งสงครามประเทศเพื่อนบ้าน (1968) สงครามในประเทศ (1970) สงครามการค้าและท่องเที่ยวกาสิโน และ “โควิด-19” สงครามโรคระบาดร้ายแรงนั่น

ช่างเถอะนะ หลังจากต่อสู้ทุกรูปแบบแล้ว นักสิ่งแวดล้อม-เอ็นจีโอกัมพูชาโดยเฉพาะสีหนุวิลล์ ต่างประสบกับความผิดหวังมานักต่อนัก แต่กลับไม่ใช่การมาถึงของโควิด-19/โคโรนาไวรัส

ตรงข้าม จุลินทรีย์มฤตยูที่น่าหวาดระแวงนี้ กลับก่อตัวเป็นความหวังในใจของนักพัฒนาบางคน ราวกับเป็นความจริงที่ว่า พวกเขามองวิกฤตโรคระบาดในสีหนุวิลล์เป็นเสมือนเครื่องมือจัดระเบียบสังคมใหม่ เช่นสีหนุวิลล์

นานครันมาแล้ว ที่แผนพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนของที่นี่ได้กลายเป็นปัญหาขั้นวิกฤต ไม่ต่างจากอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ทว่าวิกฤตไวรัสโคโรนา กลับกลายเป็นเครื่องมือเยียวยาและพลาสม่าชั้นดีที่ช่วยรักษาสีหนุวิลล์อีกครั้ง

หลังจากพังพาบไปแล้วกับการพัฒนาแบบกาสิโนโมเดล และอุตสาหกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อมนั่น

บางทีโคโรนาไวรัสอาจเป็นเครื่องมือตัวใหม่ที่ทำให้สมเด็จฯ ฮุน เซน หันไปหาตะวันตก และใช้นโยบายถ่วงดุลอำนาจกับจีนอีกครั้ง

นักวิเคราะห์การเมืองคนหนึ่งถึงกับฟันธงว่า วิกฤตไวรัสมรณะที่สีหนุวิลล์ ช่วยให้เกิดการจัดระเบียบใหม่ หรือชะลอการพัฒนาเมืองไปได้อย่างน้อย 1 ปีจากนี้ หรือนานกว่านั้น

แม้พื้นฐานความยั่งยืนจะดูเลือนราง แต่สำหรับการเหลือรอดของสีหนุวิลล์ในอ้อมกอดของภัยพิบัติไวรัส ก็ใช่ว่าจะเลวร้าย

บทความก่อนหน้านี้“ผีน้อย”กลับไทยอีก 193 ราย มีไข้ 2 ราย ยังรอผลแพทย์
บทความถัดไป“นายกฯ”เปิด “ตึกไทยคู่ฟ้า” เปิดอกคุยประชาชน หวังเข้าใจปัญหา ทุกความเดือดร้อน-อึดอัด