ภาพยนตร์/ นพมาส แววหงส์ / JUDY ‘ปลายสายรุ้ง’

นพมาส แววหงส์

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์

JUDY  

‘ปลายสายรุ้ง’

 

กำกับการแสดง Rupert Goold

นำแสดง Renee Zellweger Jessie Buckley Finn Wittrock Rufus Sewell Michael Gambon

 

ถึงแม้ว่าผู้เขียนจะไม่ใช่คนร่วมสมัยของจูดี้ การ์แลนด์ เสียทีเดียว แต่ก็รู้สึกคุ้นเคยกับ The Wizard of Oz (1939) พอควร

ได้ดูหนังเรื่อง รวมทั้งคลิปจากหนังบางตอนหลายครั้งหลายหน โดยเฉพาะเพลงแสนไพเราะ Over the Rainbow ที่มีเนื้อเพลงฝันใฝ่รอคอยถึงสิ่งสวยงามที่สุดสายปลายรุ้ง ซึ่งเป็นเพลงที่สวยงามน่าจดจำรำลึกที่สุดเพลงหนึ่ง

จูดี้ การ์แลนด์ ซึ่งมีชื่อจริงว่า ฟรานเซส เอเธล กัมม์ เป็นดาราเด็กที่โด่งดังขึ้นตั้งแต่วัยแรกรุ่น

ว่ากันว่าเธอขึ้นเวทีร้องเพลง มีแสงไฟส่องหน้า มาตั้งแต่วัยสองขวบร่วมวงกับพี่สาวอีกสองคน

เพราะเสียงร้องเพลงของเธอ เธอจึงได้รับคัดเลือกตัวไปแสดงบทหนูน้อยโดโรธีในหนัง Wizard of Oz ดาราเด็กอีกคนที่ได้รับการพิจารณาสำหรับบทนี้คือเชอรี่ เทมเปิล ซึ่งเป็นขวัญใจคนดูอยู่แล้ว

หนังเรื่องนี้เป็นของค่ายเมโทร โกลด์วิน เมเยอร์ ซึ่งมีสัญลักษณ์คือสิงโตคำราม

สมัยเด็ก เห็นภาพสิงโตคำรามสัญลักษณ์ของ เอ็ม.จี.เอ็ม บ่อยครั้งมากจนเหมือนเป็นวัฒนธรรมการดูหนังไปเลย

 

ใน Judy หลุยส์ บี เมเยอร์ (ริชาร์ด คอร์เดอรี่) หนึ่งในเจ้าพ่อค่ายหนังยักษ์ใหญ่นี้ถูกนำเสนอเป็นตัวผู้ร้าย เหมือนเป็นยักษ์เป็นมารที่ทำให้ขนลุกขนพองสยองเกล้าว่าคนอะไรนึกถึงแต่ประโยชน์ของตน โดยไม่คำนึงถึงจิตใจของนักแสดงในสังกัดซึ่งยังไร้เดียงสาอยู่เลย

เขาเป็นคนออกคำสั่งคอยควบคุมความประพฤติของหนูน้อยจูดี้ ห้ามกิน ห้ามอ้วน ห้ามพัก ห้ามเที่ยว ห้ามไปหมดทุกกระเบียดนิ้ว

และให้จูดี้กลืนยากดประสาท กล่อมประสาทเป็นว่าเล่น เพื่อชดเชยความอยากอาหาร การนอนไม่หลับ สารพัดอย่าง

ถ้าเป็นสมัยนี้ ต้องมีนักเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิมนุษยชนฟ้องร้องเขาข้อหาทารุณกรรมเด็กอย่างแน่นอน

จูดี้จึงเติบโตขึ้นท่ามกลางแสงสีของโลกมายา โดยเป็นคนที่ถูกรุมเร้าด้วยปัญหาทางจิตสารพัดอย่าง

เธอแต่งงานมีสามีห้าคน หนึ่งในนั้นคือ วินเชนติ มิเนลลี ซึ่งมีลูกด้วยกันคือ ไลซ่า มิเนลลี ที่ได้พรสวรรค์ด้านการร้องเพลงและการแสดง รวมทั้งหน้าตาไปจากแม่

คงจำกันได้ว่าไลซ่าได้รับออสการ์ไปจากบทบาทการแสดงในหนัง Cabaret

จูดี้ยังเป็นขวัญใจของแฟนๆ อยู่ แต่นิสัยลมเพลมพัดและการขาดวินัยในการแสดงของเธอทำให้เธอกลายเป็นที่เหนื่อยหน่ายของวงการ และเธอประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก และมีปัญหาเรื่องการเป็นผู้ปกครองลูกชายลูกสาวที่เกิดจากสามีคนที่สาม

เธอรักลูกมาก แต่ไม่มีความมั่นคงทางการเงินพอจะให้การเลี้ยงดู

 

ในช่วงต้นๆ ของหนัง จูดี้รับงานแสดงบนเวทีที่ได้รับค่าตอบแทนน้อยนิดเพียง 150 ดอลลาร์ และเธอถูกไล่ออกจากโรงแรมที่พักอยู่ในนิวยอร์กเพราะค้างค่าเช่าอยู่นาน

เธอต้องพาลูกๆ ไปไว้ที่บ้านของซิด ลัฟต์ (รูฟัส ซีเวลล์) สามีคนที่สาม ซึ่งไม่ต้อนรับเธอ และเธอต้องแวะไปหาไลซ่าลูกสาวที่วุ่นวายใช้ชีวิตอยู่ในวงการบันเทิง และได้เจอผู้ชายที่จะกลายเป็นสามีคนที่ห้าในเวลาต่อมา

จูดี้อับจนหนทาง และได้รับคำแนะนำจากผู้จัดการส่วนตัวให้รับงานร้องเพลงที่คลับในลอนดอน เนื่องจากแฟนๆ ยังคลั่งไคล้จูดี้ การ์แลนด์ อยู่มาก

ถึงจะไม่อยากจากลูกๆ ไป แต่เธอก็ไม่มีทางเลือก นี่เป็นทางเดียวที่จะกอบกู้สถานภาพทางการเงินของเธอไว้ได้

เธอจึงเดินทางมาเพื่อเปิดการแสดงหลายสัปดาห์ที่คลับชื่อ Talk of the Town ซึ่งมีเจ้าของคือ เบอร์นาร์ด เดลฟอนต์ (ไมเคิล แกมบอน) และผู้ประสานงานคือโรซาลิน วิลลา (เจสซี บัคลีย์) ผู้ต้องปวดหัวกับความเรื่องมากของจูดี้ และยังต้องลากจูดี้ออกจากห้องน้ำเพื่อแต่งตัวขึ้นเวที

แต่โดยปกติ ยามเมื่อขึ้นเวที จูดี้จะรู้สึกถูกเติมเต็มมากที่สุด เธอเบ่งบานรับเสียงตอบรับ และร้องเพลงอย่างสุดความสามารถ

แต่นอกเวที ชีวิตของจูดี้ไม่อยู่ในความควบคุมของตัวเองหรือใครๆ เลย

 

หนังให้เราเห็นด้านหนึ่งของจูดี้ที่เป็นที่นิยมในหมู่ชาวเกย์ เธอได้รับฉายาว่า “เอลวิสสำหรับพวกโฮโมเซ็กช่วล” และชาวเกย์บางครั้งเรียกตัวเองว่า “เพื่อนของโดโรธี”

ภาพลักษณ์ด้านนี้มาจากเนื้อหาที่โดนใจชาวเกย์อย่างยิ่งในบทบาทของโดโรธีใน Wizard of Oz ซึ่งส่งสาระสำคัญว่า “เราจะได้พบสิ่งที่เรามองหาภายในตัวของเราเอง”

ในยุคที่ชาวเกย์ยังต้องซ่อนเร้น ไม่ได้ออกมาเปิดตัวอย่างทุกวันนี้ จูดี้ การ์แลนด์ เป็นไอคอนของพวกเขา

จูดี้ต่อสู้กับปีศาจในตัวเองมาแทบตลอดชีวิต และความกลัวของเธอคือกลัวจะถูกโลกลืม

หนังจบลงด้วยประโยคสุดท้ายของจูดี้ก่อนลงจากเวทีว่า “พวกคุณจะไม่ลืมฉันใช่ไหมคะ สัญญานะคะว่าจะไม่ลืม”

และตัวหนังสือบอกว่าจูดี้ การ์แลนด์เสียชีวิตหลังจากนั้นหกเดือน

…ด้วยการใช้ยานอนหลับเกินขนาด

นี่คือบทบาทที่จะให้คำนิยามแก่เรอเน เซลล์เวเกอร์ ตลอดไป เพิ่มเติมไปจากภาพลักษณ์ของสาวเฟอะฟะ บริดเจต โจนส์

และบทบาทนี้พาเธอสู่ชัยชนะแทบทุกเวทีการประกวดมาแล้ว รวมทั้งออสการ์นักแสดงหญิงยอดเยี่ยม

 

ขอทิ้งท้ายด้วยเนื้อเพลงไพเราะที่วาดหวังถึงสิ่งที่อยู่สุดสายปลายรุ้ง…

Somewhere over the rainbow way up high

There’s a land that I heard of once in a lullaby

Somewhere over the rainbow skies are blue

And the dreams that you dare to dream really do come true

Someday I’ll wish upon a star

And wake up where the clouds are far

Behind me

Where troubles melt like lemon drops

Away above the chimney tops

That’s where you’ll find me

Somewhere over the rainbow bluebirds fly

Birds fly over the rainbow.

Why then, oh, why can’t I?

บทความก่อนหน้านี้ใส่บ่าแบกหาม/พรพิมล ลิ่มเจริญ/ A Quiet Place
บทความถัดไป“สาธิต” ประกาศกร้าวให้ “ผีน้อย” หนีกักกันโรครายงานตัวภายใน 3 วัน ฝ่าฝืนดำเนินคดีเด็ดขาด