บทสนทนากับกฤษณา อโศกสิน : นักเขียนข้ามยุคสมัย (2) | กาแฟดำ

สุทธิชัย หยุ่น

สัปดาห์ก่อน ผมเขียนเล่าถึงบทสนทนากับ “กฤษณา อโศกสิน” (สุกัญญา ชลศึกษ์) เนื่องในโอกาสที่ได้รางวัล “นักเขียนอมตะ” ล่าสุดที่น่าทึ่งเพราะอายุปีนี้ 88 เขียนหนังสือตั้งแต่อายุ 15 และทุกวันนี้ก็ยังเขียนนิยายทุกวัน

“เดี๋ยวนี้พี่เริ่มเขียนหนังสือ 10.00 โมง พักเที่ยง และเริ่มอีกทีบ่ายโมงถึงบ่าย 4 โมง”

ผมนำเอาอีกบางตอนของการสนทนาค่ำวันนั้นมาให้ได้อ่านกันครับ

ถาม : สำหรับนักเขียน จินตนาการนี่สอนกันได้ไหมครับ เช่น สอนให้เขียนตัวละครที่น่าเบื่อจนคนอ่านต้องติดตามอ่านตลอด

ตอบ : ได้นะคะ น่าจะได้ เป็นบทฝึกหัดที่ดีทีเดียว ให้มาแข่งกันเขียนคนน่าเบื่อ

ถาม : พี่บอกว่าอาจารย์นิลวรรณ ปิ่นทอง บรรณาธิการของพี่เคยขอตัดเอาบางตอนที่พี่เคยเขียนถึงนักการเมืองเพราะหมั่นไส้ออก ตอนนี้พี่หมั่นไส้นักการเมืองคนไหนบ้าง

ตอบ : ไม่บอก (เหอะ, เหอะ)

ถาม : จำได้ไหมครับว่าทั้งหมดนี้พี่เขียนหนังสือมาแล้วกี่เรื่อง…เรื่องสั้น, เรื่องยาวและอื่นๆ

ตอบ : เรื่องสั้นนี่เขียนร้อยกว่าเรื่อง จากนั้นหม่อมหลวงจิตติ (นพวงศ์, บรรณาธิการศรีสัปดาห์) ก็บอกว่าลองเขียนเรื่องยาวดู พี่ก็เลยลองเขียนเรื่องยาว ตั้งแต่นั้นก็เลยเขียนแต่เรื่องยาว

ถาม : ทำไมหม่อมหลวงจิตติจึงให้พี่เขียนเรื่องยาวครับ

ตอบ : ไม่ทราบเหมือนกัน คงจะเป็นเพราะตอนนั้นได้เขียนเรื่องสั้นมาสามปีแล้ว ก็คิดว่าท่านคงให้เราค่อยๆ เขยิบฐานะขึ้นมาจากนักเขียนเรื่องสั้นเป็นนักเขียนเรื่องยาว จะดูซิว่าเราเขียนได้ไหม

ถาม : แล้วเขียนได้ไหมครับ

ตอบ : เขียนได้ แต่ก็ไม่ทราบว่าผู้อ่านจะชอบแค่ไหน ก็เขียนมาเรื่อยจนกระทั่งท่านถึงอาจารย์นิลวรรณ (ปิ่นทอง, บรรณาธิการสตรีสาร) วันหนึ่งก็ไปประชุมกับท่าน ท่านบอกว่าถ้าหากมีเรื่องยาว หรือมีนวนิยายอะไรก็ให้ส่งไปให้สตรีสารบ้าง พี่ก็ลองเขียนส่งไป แต่ก็เรียนท่านว่าทาง “ศรีสัปดาห์” เขาขอสงวนนามปากกา “กัญญชลา” ไว้ ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไร นามปากกาอะไรก็ได้ ขอให้เป็นมันสมองของคนเดียวกันก็แล้วกัน

ถาม : คนอ่านรู้ไหมครับว่าเป็นคนเดียวกัน

ตอบ : คนอ่านก็ไม่ทราบ แต่หม่อมหลวงจิตติท่านทราบ พอท่านเห็นสำนวนท่านทราบ ท่านถามว่าคุณสุกัญญาไปเขียนให้ที่สตรีสารแล้วใช่ไหม

ถาม : พี่ไม่ได้บอกเขาก่อนใช่ไหม

ตอบ : ไม่ได้บอก

ถาม : ทำไมไม่บอกครับ

ตอบ : คือเกรงใจท่าน ท่านหวงนักเขียน ก็เห็นใจท่าน ก็เลยไม่ได้บอก ท่านก็ทราบเอง ก็มาถาม พี่ก็บอกว่าใช่ค่ะ ได้ใช้นามปากกาใหม่ ท่านบอกว่าอ่านก็รู้ว่าเป็นฝีมือคุณสุกัญญา

ถาม : ทั้งสองเรื่องเป็นคนละแนวเลยใช่ไหมครับ

ตอบ : ใช่ค่ะ เป็นคนละแนวกันเลย

ถาม : ถ้าเป็นคนละแนว ทำไม บ.ก.จับได้ล่ะครับ

ตอบ : คงจะมีอะไรบางอย่างในภาษาของพี่เองที่คนอ่านแล้วทราบ

ถาม : บ.ก.เก่งต้องจับได้อยู่แล้ว

ตอบ : ใช่ค่ะ บ.ก.เก่งก็จับได้

ถาม : บางช่วงพี่เขียนนิยายลงกี่ฉบับพร้อมๆ กันครับ

ตอบ : 7 ฉบับต่อสัปดาห์ค่ะ

ถาม : แปลว่าวันนี้เขียนให้เล่มนี้ วันรุ่งขึ้นเขียนให้อีกเล่มหนึ่ง อย่างนั้นเลยหรือครับ

ตอบ : ใช่

ถาม : และคนละสไตล์ คนละพล็อต คนละเรื่องเลยอย่างนั้นหรือครับ

ตอบ : ใช่

ถาม : สมองแบ่งอย่างไรครับ 7 วัน 7 เรื่อง สมองพี่แบ่งเป็น 7 ท่อนหรือยังไงครับ

ตอบ : ไม่ทราบเหมือนกัน ตอนนั้นสมองอาจจะยังดีอยู่

ถาม : พี่อาจจะเป็นนักเขียนคนเดียวในโลกที่ทำอย่างนี้ได้นะ ที่อาทิตย์หนึ่งจะเขียนได้ 7 เรื่องให้นิตยสาร 7 ฉบับ และเขียนทุกวัน ทำได้ยังไงครับ

ตอบ : พี่เกรงใจนิตยสารที่เขามาขอ ก็เลยต้องทำให้

ถาม : ถ้ามีฉบับที่ 8 มาขอให้ทำ ทำยังไง จะเกรงใจไหม

ตอบ : ก็เกรงใจ ก็จะเขียนให้ ที่จริงเราก็อยากจะติดต่อกับนิตยสารไว้ เพราะเราเป็นนักเขียนเต็มตัวแล้ว อยากจะลองนิตยสารแปลกๆ

ถาม : 7 เรื่องนี่แนวการเขียนแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหนครับ

ตอบ : แนวแตกต่างกัน คนละเรื่องเลย ไม่ใช่เป็นลักษณะแนวลึกลับกับเรื่องรักโรแมนติก ไม่ใช่ เป็นเรื่องชีวิตนี่แหละ แต่เป็นคนละเรื่องคนละแบบ

ถาม : ตัวละครพี่มีหลงทาง เข้าบ้านผิดบ้างไหม หลงจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่งมีบ้างไหมครับ พระเอกของเรื่องนี้ไปรักนางเอกของอีกเรื่องหนึ่ง อย่างนี้เคยมีไหมครับ

ตอบ : ไม่มี ต้องระวังมากเลย สมมติว่าคนนี้เป็นคนใช้บ้านนี้ แล้วอีกสักครู่ไปเป็นคนใช้อีกบ้านหนึ่ง ไม่มี

ถาม : อย่างนี้ต้องจดเอาไว้ไหมครับว่าตัวละครของเรื่องนี้มีใคร ไม่ไปหลงเข้าในอีกเรื่องหนึ่ง

ตอบ : จดไว้ค่ะ

ถาม : ชื่อคนใช้มีกี่ชื่อครับ

ตอบ : จำไม่ได้แล้ว มันเยอะ

ถาม : ความจริง ชื่อคนใช้ในนิยายไทยก็มีไม่กี่ชื่อนี่นา

ตอบ : ไม่บอก (หัวเราะ)

ถาม : พอเขียนนิยายแล้วก็มีคนมาขอซื้อไปทำเป็นละครทีวี กี่เรื่องแล้วครับ

ตอบ : ก็หลายสิบเรื่องแล้ว

ถาม : เวลาไปแปลงเป็นสคริปต์ทีวี ส่วนใหญ่เราพอใจแค่ไหนครับ

ตอบ : ไม่ได้สนใจมากค่ะ ก็เห็นใจเขา ถ้าเราต่อว่าเขา เขาก็จะบอกว่าต้องทำให้แรง

ถาม : มันแรงกว่าที่เราตั้งใจไหมครับ

ตอบ : ใช่ค่ะ มีหลายเรื่องที่แรงเกินไป แต่ก็เห็นใจ เขาลงทุนเยอะ

ถาม : อยู่ที่เขาจ่ายเท่าไหร่ด้วยมั้ง

ตอบ : ไม่บอก (หัวเราะ)

ถาม : ช่วงนี้คนอ่านนิตยสารน้อยลง นิตยสารทยอยปิดตัวกันไปเรื่อยๆ คนอ่านมีสมาธิน้อยลง ความรักสุนทรีย์แห่งภาษาน้อยลงหรือเปล่าครับ พี่ช็อกไหมตอนที่นิตยสารมาบอกว่าเรื่องที่จะส่งคราวหน้าเป็นเรื่องสุดท้ายแล้วนะ พี่ตั้งรับและทำใจอย่างไรครับ

ตอบ : ก็ช็อกค่ะ แต่ว่าท้ายที่สุดก็ทำใจได้ คิดถึงอนิจจังของชีวิต ตอนนี้นิตยสารที่พี่เขียนให้ปิดไปหมดแล้ว ปลาย พ.ศ.2559 ปิดหมดเลยค่ะ

ถาม : ตอนนี้พี่พบว่าคนที่มาอ่านนิยายพี่ออนไลน์มากหรือน้อยกว่าที่อ่านตัวหนังสือไหมครับ

ตอบ : ไม่ทราบค่ะ ต้องถามน้องที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์

ถาม : มองอนาคตของวงการนักเขียนอย่างไรครับ

ตอบ : ดิฉันก็อายุมากแล้ว ก็จะหมดแรงเขียนเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ ก็ไม่ได้คิดอะไรไกล ทุกวันนี้ก็ไม่ได้เงินค่าตอบแทนเลย เขียนไปเพราะรักจะเขียนเท่านั้น แต่อีบุ๊กก็พอมีรายได้บ้าง แต่ก็ไม่มาก

คืนนั้น ก่อนจบการเสวนา คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ประธานคณะกรรมการตัดสินนักเขียนอมตะ ได้อ่านกลอนที่เขียนขึ้นในโอกาสพิเศษนี้

อมตะ อโศกสิน
กฤษณา อโศกสิน
ปักปิ่นปัทมาภรณ์อักษรสมัย
โดดเด่นเป็นพลังสังคมไทย
ด้วยใจจริงใจได้จริงจัง
ยืนหยัดชัดเจนเป็นแม่ไม้
หนึ่งดอกในทุ่งทานตะวันหวัง
เป็นดั่งคันฉ่องผ่องพลัง
เป็นดั่งโคมฉายให้รู้เรียน
ให้เห็นคมปากกาคมกว่าดาบ
ให้เห็นภาพคนแท้ไม่แปรเปลี่ยน
ถือเทียนต่อเทียนป้องประคองเทียน
นักเขียนอมตะมหาภิชน

บทความก่อนหน้านี้‘กรุงเทพโพลล์’ เผย 72.9% ระบุรมต.ไม่มีผลงานชัด จี้ปรับครม.ใหม่ เลือกคนเหมาะกับงาน
บทความถัดไปสมชัย ศรีสุทธิยากร | ประเด็นแห่งการแก้รัฐธรรมนูญ (4)