ธงทอง จันทรางศุ | บริหารความเสี่ยง บทเรียนจาก “อู่ฮั่น”

ธงทอง จันทรางศุ

ยุคสมัยนี้ถ้าใครไม่พูดถึงเรื่องไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่จากเมืองอู่ฮั่นก็จะกลายเป็นมนุษย์แปลกประหลาดไป

เพื่อไม่ให้ตกกระแส เราจะพูดถึงเรื่องนี้กันสักหน่อยนะครับ

การระบาดของไข้หวัดคราวนี้เป็นปัญหาระดับนานาชาติ และส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจของบ้านเราโดยตรงอย่างรุนแรงและมีนัยยะสำคัญ

ไม่ต้องดูอื่นไกลครับ เพียงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ถ้าคนไทยเราไปวัดพระแก้วเพื่อไปกราบไหว้พระของเรา กลับมาถึงบ้านก็ต้องบ่นให้เพื่อนฟังเป็นหมีกินผึ้งว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินแน่นวัดไปหมด วันละหลายหมื่นคน

แต่มาถึงวันนี้ ใครอยากไปกราบพระแก้วมรกตขอให้รีบไปเลยนะครับ วัดโล่งปลอดโปร่งสะดวกสบายมาก

เพราะนักท่องเที่ยวชาวจีนไม่เดินทางออกมานอกประเทศในช่วงนี้เลย

ย่อหน้าข้างต้นฟังดูดี เพราะหมายความว่าเราได้ความสงบสุขของวัดพระแก้วกลับคืนมา

แต่ภาพใหญ่โดยรวมแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นของดีเลยสำหรับบ้านเรา เพราะเศรษฐกิจบ้านเราส่วนใหญ่อาศัยแรงสูบฉีดจากนักท่องเที่ยวเป็นกำลังสำคัญของเม็ดเงินที่หมุนเวียนอยู่ในแวดวงต่างๆ

ขนาดแม่ค้าขายพวงมาลัยที่ศาลพระพรหมใกล้กันกับโรงแรมเอราวัณ ยังบ่นเลยครับว่ายอดขายตกลงไปมาก

จากเดิมที่ขายพวงมาลัยเจ็ดสีเจ็ดศอกวันละหลายร้อยพวง ตอนนี้นั่งหน้าแห้งไปตามๆ กัน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นนี้ ถ้าพูดถึงหลักวิชาในเรื่องของการบริหาร ไม่ว่าจะเป็นการบริหารธุรกิจหรือรัฐประศาสนศาสตร์ก็ตาม ล้วนแต่เป็นประเด็นในเรื่องของการบริหารความเสี่ยงทั้งสิ้น

อะไรคือ “การบริหารความเสี่ยง”

ไม่ต้องลำบากไปพลิกตำราอ่านหรอกนะครับ พูดกันภาษาชาวบ้านอย่างเรานี้ง่ายมาก การบริหารความเสี่ยง คือการเตรียมทางหนีทีไล่ มองไปในวันข้างหน้าว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบมาถึงงานการที่เรากำลังทำอยู่เลยวันนี้บ้าง และเราจะต้องวางแผนหรือเตรียมทางแก้อย่างไรบ้างหากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง

ชีวิตของเรามีแผนสำรอง หรือแผนหนึ่ง แผนสอง แผนสามไว้เรียบร้อยแล้วหรือยัง

เมื่อยี่สิบกว่าปีมาแล้ว มีวิกฤตทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นที่เรียกว่าวิกฤตฟองสบู่แตกเมื่อปีพุทธศักราช 2540 ค่าเงินบาทที่มีเสถียรภาพมาก อยู่ที่อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 25 บาทต่อ 1 ดอลลาร์

ในเวลานั้นใครต่อใครพากันไปกู้เงินจากต่างประเทศซึ่งมีดอกเบี้ยต่ำ แล้วนำเงินที่กู้มานั้นมาปล่อยกู้ต่ออีกทอดหนึ่งในประเทศโดยได้ดอกเบี้ยหรือประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าต้นทุนการเงินของตัวเอง

ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องค้าขายอะไรก็ได้กำไรครับ

แล้ววันหนึ่ง รัฐบาลก็ปล่อยให้ค่าเงินบาทลอยตัว คือปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม จากอัตรา 25 บาทแลกได้ 1 ดอลลาร์

ค่าเงินบาทตกลงไปจนเหลือ 50 หรือ 60 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ คนที่ไม่ได้บริหารความเสี่ยงไว้ให้ดี เงินกู้ที่กู้มาจากต่างประเทศเมื่อถึงเวลาต้องส่งเงินต้นคืนเจ้าหนี้จึงต้องใช้เงินบาทเพิ่มขึ้นถึงหนึ่งเท่าตัว

ด้วยเหตุนี้เพียงแค่ชั่วข้ามคืน จากเศรษฐีก็กลายเป็นยาจกไปได้อย่างน่ามหัศจรรย์

ผมพบว่าหลายครอบครัวต้องเรียกลูก-หลานที่เรียนหนังสืออยู่ต่างประเทศให้กลับมาเรียนเมืองไทย เพราะพ่อ-แม่หมดปัญญาจะส่งเสียให้เรียนหนังสือต่อไปได้แล้ว

ผมทำงานอยู่ในแวดวงมหาวิทยาลัย ยุคสมัยหนึ่งคนแย่งกันสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยจะเป็นจะตาย วิธีทำงานในยุคนั้นก็เป็นอย่างหนึ่ง นั่งอยู่เฉยๆ คนก็มาง้อ ขอเข้ามาเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย

แต่ดูสิครับ พอมาถึงวันนี้ เด็กเกิดน้อยลง มหาวิทยาลัยมีจำนวนมากขึ้นทั้งที่เป็นของไทยเราเองและมาจากต่างประเทศ รวมทั้งเด็กนักเรียนของเราก็ปีกกล้าขาแข็งไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่จบชั้นมัธยม

มหาวิทยาลัยต้องบริหารความเสี่ยงกันจ้าละหวั่นอยู่ในเวลานี้

ในหน่วยงานทั้งหลายมักมีกติกาให้มีเจ้าหน้าที่หรือคณะกรรมการขึ้นพิจารณาในเรื่องของความเสี่ยงโดยเฉพาะ แล้ววางแผนว่าถ้าต้องพบกับความเสี่ยงเราจะต้องทำอะไรบ้าง

อีกตัวอย่างหนึ่งในมหาวิทยาลัยนะครับ เรามีหลายคณะในมหาวิทยาลัยที่มีห้อง Lab หรือห้องปฏิบัติการที่ต้องใช้สารเคมีนานาชนิด หรือมีการทดลองที่มีความเสี่ยงกับภัยอันตรายในแง่มุมต่างๆ ผู้รับผิดชอบในเรื่องการบริหารความเสี่ยงต้องคำนวณไว้แล้วว่า อาจจะมีเรื่องร้ายอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง แล้ววางแผนวางมาตรการตลอดไปจนถึงการฝึกซ้อมเพื่อรับมือกับเรื่องราวที่อาจเกิดขึ้นเหล่านั้น

เป็นไปได้หรือไม่ครับว่า ผู้ที่อยู่ในแวดวงที่ได้รับอานิสงส์จากการมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาปีละหลายล้านคนในบ้านเรา ไม่เคยคิดคาดฝันมาก่อนเลยว่า เพียงช่วงเวลาหนึ่งเดือนหรือสองเดือนนักท่องเที่ยวเหล่านั้นจะหายไปในพริบตา

ผมมีผู้คุ้นเคยกันที่เป็นรุ่นน้องอ่อนเยาว์กว่าผมหลายปี มีกิจการที่พักจำนวนเพียงไม่กี่ห้อง ที่ก่อนจะมาถึงวิกฤตคราวนี้ขายดีพอสมควรเพราะอยู่ในย่านที่สะดวกสบายสำหรับการท่องเที่ยว ลูกค้ามีทั้งชาวจีนและฝรั่งมังค่าทั้งหลาย การจองห้องพักก็ใช้ระบบออนไลน์จองกันล่วงหน้าหลายเดือน

ไม่กี่วันมานี้ห้องที่จองล่วงหน้าไว้ถูกบอกยกเลิกทั้งหมด ลูกค้าที่เป็นชาวจีนนั้นก็พอเข้าใจว่าเดินทางออกมานอกประเทศไม่ได้

แต่ที่น่าสนใจคือนักท่องเที่ยวจากชาติอื่น เช่น ฝรั่งยุโรปทั้งหลายก็พลอยบอกยกเลิกไปด้วย เพราะในความรับรู้ของฝรั่งนั้น สถานการณ์การระบาดของไข้หวัดคราวนี้เมืองไทยของเราก็เป็นตัวละครเอกตัวหนึ่งด้วย

ไม่กลุ้มใจวันนี้แล้วจะไปกลุ้มใจวันไหน

สายการบินจีนหลายสายต้องลดจำนวนพนักงานให้น้อยลงหรือขอให้พนักงานลาหยุดโดยไม่จ่ายเงินเดือน เพราะเครื่องบินจีนบินไปไหนก็ไม่มีใครบินไปด้วย ประเทศปลายทางก็ไม่มีใครรับให้บินเข้าประเทศ รายได้ไม่มีก็ต้องลดรายจ่ายครับ

ผมเข้าใจว่าผลกระทบจากไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่เมืองอู่ฮั่นคราวนี้ จะส่งผลถึงเศรษฐกิจของเมืองไทยไม่ใช่น้อย และจะเป็นเวลาที่ยืดยาวไม่น้อยกว่าครึ่งปีหรือหนึ่งปี นับจากวันนี้ไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเวลานี้ไม่ใช่ความเสี่ยงในอนาคต หากแต่เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงเฉพาะหน้าเราแล้ว ดูเหมือนว่าเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการปรับตัวและปรับใจให้ยอมรับความจริงและก้าวเดินผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปด้วยความอดทน

หลักง่ายๆ ที่ใครๆ ก็รู้ คือ เมื่อรายได้ลดลง เราก็ต้องลดรายจ่ายลงเป็นธรรมดา หรือมิเช่นนั้นก็ต้องไปหารายได้จากกิจการอื่นเรื่องอื่นมาอุดช่องว่าง

คนที่พูดแล้วไม่รับผิดชอบแบบผมนี้เห็นอะไรก็ง่ายไปหมด แต่คนค้าขายที่เป็นคนที่ต้องลงมือทำจริงอยู่ในสนามการค้า เขาต้องคิดอะไรให้รอบคอบกว่านี้อีกมาก

ในภาวะวิกฤตอย่างนี้มองไปทางไหนก็เห็นแต่คนหน้าแห้งอยู่ด้วยกันทั้งนั้น ก็ขอเอาใจช่วยนะครับ

จะฝากอะไรถึงรัฐบาลเพื่อขอให้ท่านพิจารณาหาลู่ทางที่จะช่วยกันประคับประคองชาวบ้านให้ผ่านพ้นความยากลำบากนี้ไปบ้าง ผมก็ไม่กล้าฝาก

เพราะดูเหมือนว่ารัฐบาลกำลังบริหารความเสี่ยงของตัวเองอยู่ทุกวัน แล้วท่านจะมีเวลาว่างมาบริหารความเสี่ยงและแก้ปัญหาให้เราหรือ

ระหว่างที่ใครอื่นยังนึกอะไรไม่ออก ผมขอให้เราท่องพุทธภาษิตที่ว่า อัตตาหิ อัตโน นาโถ ไปพลางก่อนก็แล้วกัน

เอ้า! พูดเสียงดังๆ พร้อมกันสามจบนะ

อัตตาหิ อัตโน นาโถ!

อัตตาหิ อัตโน นาโถ!

อัตตาหิ อัตโน นาโถ!

บทความก่อนหน้านี้สุจิตต์ วงษ์เทศ /บ้านพลูหลวง เมืองสุพรรณ ช้าง ‘ป่าต้น’ ไปอยุธยา
บทความถัดไป‘บิ๊กตู่’ นั่งหัวโต๊ะถกรับมือ ‘ผีน้อย’ ย้ำที่ประชุม ต้องดูแลคนไทยด้วยกัน