จิตต์สุภา ฉิน : จัดกระเป๋าเดินทางเพื่ออินสตาแกรม

จิตต์สุภา ฉินFacebook.com/JitsupaChin

การเที่ยวทะเลทรายในดูไบครั้งแรกของฉัน นอกจากความสวยงามของเนินทรายที่สูงเตี้ยลดหลั่นกันไปสุดลูกหูลูกตาแล้ว

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันตื่นตะลึงได้ไม่แพ้กันคือเพื่อนร่วมเดินทางในกลุ่มของฉันเอง

ฉันไปทริปพร้อมกับอินฟลูเอนเซอร์วัยยี่สิบต้นๆ อีกหลายคน

หนึ่งในนั้นคือน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมสั้นประบ่าของเธอหยักศกเป็นลอนสวยงามจนฉันแอบนึกสงสัยว่ามันคือผมที่หยักตามธรรมชาติหรือเป็นสไตล์การม้วนผมที่ฉันจะทำบ้างได้หรือไม่

ความสนุกของการไปทริปครั้งนั้นคือการได้เฝ้าดูว่าเช้าวันถัดไปน้องเขาจะแต่งตัวอย่างไร เดินออกมาจากลิฟต์โรงแรม ซึ่งน้องก็ไม่ทำให้ฉันผิดหวังเลย ตรงกันข้าม น้องทำให้ฉันได้เข้าใจเป็นครั้งแรกว่าโลกแฟชั่นของอินฟลูเอนเซอร์เวลาออกทริปนั้นมันช่างแตกต่างจากคนกลุ่มอื่นๆ ซึ่งรวมตัวฉันเข้าไปด้วยอย่างสิ้นเชิงราวกับเราอยู่คนละโลกกันอย่างไร

ฉันสังเกตว่าน้องได้วางแผนการแต่งตัวเอาไว้สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละวันแล้ว เพราะโทนสีของการแต่งตัวถ้าหากว่าไม่กลมกลืนไปกับฉากหลังของสถานที่ท่องเที่ยว ก็จะตัดกันอย่างโดดเด่นไปเลย

ดังนั้น ชุดไปทะเลทรายของน้องจึงออกมาในรูปแบบของเดรสกระโปรงยาวสีส้มจัดจ้านที่เมื่ออยู่ในล็อบบี้โรงแรมแล้วมันดูผิดที่ผิดทาง

แต่พอเราก้าวเท้าลงจากรถเท่านั้นแหละ ชุดที่ออกแบบมาให้ปลิวไสวไปทุกสัดส่วนก็ทำหน้าที่ของมันท่ามกลางลมแรงของทะเลทรายและเปลี่ยนให้น้องกลายเป็นนางแบบมืออาชีพที่ยืนโพสท่าท้าแสงแดดแรงจ้าโดยมีฉันยืนมองอย่างอึ้งๆ อยู่ไม่ไกลจากนั้น

อินสตาแกรมเปลี่ยนชีวิตของคนจำนวนมากไปในหลายทาง และหนึ่งในนั้นก็คือการเปลี่ยนวิธีจัดกระเป๋าเดินทางของเราด้วย

คนที่ทำอาชีพเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่จะต้องคอยถ่ายรูปสวยๆ ให้ผู้ติดตามได้ดู ก็จะต้องทำเหมือนน้องผู้หญิงคนนี้ทุกครั้งที่ไปเที่ยว คือจะต้องรีเสิร์ชสถานที่ไปเที่ยวอย่างละเอียดเพื่อดูว่าจะเลือกเสื้อผ้าแบบไหน สีอะไร จึงจะถ่ายรูปออกมาแล้วโดดเด่นมากที่สุด บางครั้งจะต้องรีเสิร์ชไปอย่างละเอียดเลยว่ามุมนี้จะเหมาะกับชุดนี้และท่าโพสแบบนี้เท่านั้น

ฉันรู้แต่ว่าการจัดกระเป๋าเดินทางคือการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าที่จะทำให้เราดูดีในแต่ละวันเอาไว้ ซึ่งก็จะต้องดูดีทั้งในชีวิตจริงและในภาพถ่ายด้วย แต่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่การออกแบบชุดที่จะใส่ให้เข้ากับฉากหลังของสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะไป

กลายเป็นปัจจัยหลักที่จะกำหนดของที่เราจะจับใส่เข้าไปในกระเป๋าเดินทางแล้ว

 

เว็บไซต์ Mashable สัมภาษณ์อลิซซา รามอส อินฟลูเอนเซอร์สาวนักท่องเที่ยวที่เล่าให้ฟังว่า ตู้เสื้อผ้าทั้งตู้ของเธอเป็นเสื้อผ้าสำหรับอินสตาแกรมทั้งหมด เธอน่าจะไม่มีกางเกงยีนส์เลยสักตัวด้วยซ้ำ แต่อะไรก็ตามที่เธอสวมใส่ในภาพถ่ายท่องเที่ยวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นชุดผ้าปลิวไสวสีเหลืองหรือหมวกปีกกว้างสกรีนคำภาษาอังกฤษเก๋ๆ ไว้บนปีกก็กลายเป็นไอเท็มขายดีที่คนซื้อตามกันอย่างรวดเร็ว

อีกหนึ่งไอเท็มที่อินฟลูเอนเซอร์บนอินสตาแกรมหยิบคว้ามาใส่จนกลายเป็นเทรนด์แฟชั่นที่ต้องมีติดกระเป๋าเดินทางไว้ไม่แพ้หมวกปีกกว้างสกรีนลายก็คือสิ่งเดียวกับที่เราเห็นนักท่องเที่ยวในไทยใส่เดินกันว่อน สิ่งนั้นก็คือกางเกงลายช้างนั่นเอง แต่ทั้งสองไอเท็มที่ว่ามาก็มีช่วงเวลาฮิตเป็นช่วงสั้นๆ พอพ้นช่วงนั้นก็หายเข้ากลีบเมฆไปตามธรรมชาติของโซเชียลมีเดีย

กลับมาที่การแพ็กกระเป๋าของอินฟลูเอนเซอร์ นอกจากจะต้องออกแบบเสื้อผ้าให้เข้ากับโลเกชั่นแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่ห้ามทำเด็ดขาดคือห้ามแต่งตัวซ้ำกันในแต่ละรูป

รามอสให้เคล็ดลับการถ่ายภาพสำหรับอินสตาแกรมเอาไว้ว่า สิ่งสำคัญก็คือจะต้องเด้งออกมาจากภาพถ่ายให้ได้มากที่สุด

ซึ่งสิ่งที่เธอใช้ก็คือ วงล้อสี หรือการจับคู่สี

 

เริ่มจากการดูสีของสถานที่ที่เราจะไปก่อนว่าใกล้เคียงกับสีไหนในวงล้อสีมากที่สุด จากนั้นก็ให้เลือกคู่สีที่อยู่ตรงข้ามมาเป็นสีของเสื้อผ้าที่เราจะใส่ อย่างเช่น มีทริปหนึ่งที่เธอไปสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองสีฟ้า” ในโมร็อกโก เธอก็บอกเพื่อนๆ ทุกคนให้แพ็กชุดสีเหลืองหรือสีขาวไปด้วยถ้าหากว่าอยากจะถ่ายรูปออกมาให้เด็ด

ปรากฏว่าทุกคนในทริปก็เชื่อตามนั้น และเช้าวันถัดมาทุกคนก็พร้อมใจกันใส่ชุดสีขาวและสีเหลืองอย่างพร้อมเพรียงกัน

ดูเป็นเคล็ดลับง่ายๆ ที่ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไร แต่เคล็ดลับข้อนี้แหละที่ทำให้รามอสสามารถสร้างรายได้จากการโพสต์ภาพมาแล้วมากมาย มีผู้ติดตามจำนวนมากที่เฝ้ารอภาพสวยๆ จากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของเธอ และคอยส่งคำถามเข้ามาว่าเธอใส่เสื้อผ้าแบรนด์อะไร ใช้เครื่องประดับของร้านไหน เพราะก็แน่นอนว่าเมื่อภาพถ่ายโดยรวมออกมาสวย คนก็อยากจะรู้ว่าองค์ประกอบต่างๆ ที่อยู่ในภาพมีอะไรบ้าง

ทั้งหมดนี้ส่งผลให้รูปแบบการจัดกระเป๋าเดินทางของคนที่อยู่นอกวงการอินฟลูเอนเซอร์ก็เปลี่ยนไปด้วยเหมือนกัน ตอนนี้จึงกลายเป็นเรื่องธรรมดามากที่ถ้าหากคุณวางแผนไปเที่ยวกับเพื่อน และได้พบว่าเพื่อนทุกคนแพ็กเสื้อผ้าทั้งหมดมาให้เข้ากับสถานที่ท่องเที่ยว

และอาจจะมีคุณยืนเด๋อในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์อยู่คนเดียว

 

สําหรับรามอสแล้ว ความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตก็คือการได้เห็นคนอื่นไปเที่ยวที่เดียวกับที่เธอไป ถ่ายรูปจุดเดียวกับที่เธอถ่าย ด้วยเสื้อผ้าและท่าโพสที่เหมือนเธอเป๊ะๆ เธอบอกว่านั่นแหละถึงจะหมายความว่าเธอได้กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ทรงอิทธิพลแล้วจริงๆ แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยการยอมแต่งตัวแปลกๆ ผิดที่ผิดทางในชีวิตจริง แต่สวยเด้งเพอร์เฟ็กต์ในภาพถ่ายก็ตาม

ฉันสำรวจตัวเองแล้วพบว่าเป็นคนที่ไม่สามารถจัดกระเป๋าเดินทางด้วยวิธีนี้ได้ เพราะฉันขี้รำคาญมาก เสื้อผ้าที่ใส่ไม่สบายแม้จะสวยแค่ไหนแต่ก็จะเป็นเสื้อผ้าตัวแรกๆ ที่จะถูกฉันโละออกจากตู้เสื้อผ้าก่อนเสมอ

และการจะต้องมานั่งค้นคว้าหาข้อมูลว่าที่ที่ฉันจะไปมีพื้นหลังแบบไหนเพื่อที่ฉันจะได้เตรียมเสื้อผ้าสีตัดกันไปก่อนนั้นเป็นสิ่งที่ฉันนึกภาพตัวเองทำไม่ออกเลย

แต่ฉันก็คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากที่อินสตาแกรมสามารถเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีใช้ชีวิตของเราในหลายแง่มุมที่เราอาจจะไม่เคยสังเกตมาก่อนได้มากถึงขนาดนี้

และฉันก็ชื่นชอบการนั่งดูภาพถ่ายสวยๆ และตอนนี้ก็เพิ่มความชื่นชมในตัวบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวสายแฟชั่น เพราะฉันได้รู้แล้วว่ากว่าจะออกมาเป็นภาพที่ทุกองค์ประกอบลงตัวรอให้คนมากดไลก์นั้น

เบื้องหลังมันต้องใช้ความพยายามเยอะแค่ไหน

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กป้อม’ เผย กต.สั่งผีน้อยเกาหลีกักตัวอยู่บ้าน หลังครึ่งหมื่นแห่กลับไทย แต่ไร้ กม.ห้ามออกพื้นที่สาธารณะ
บทความถัดไปการ์ตูนอรุณ วัชระสวัสดิ์ / โควิด -19